ริปิโอเล็งเห็นอนาคต ‘ทองคำ 10 ปี’ ของสเตเบิลคอยน์ เร่งพัฒนาเหรียญท้องถิ่นในละตินอเมริกา
ริปิโอ (Ripio) แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตชั้นนำของอาร์เจนตินา เดินหน้าขยายธุรกิจด้วยการเปิดตัวสเตเบิลคอยน์ที่อิงตามสกุลเงินท้องถิ่นของละตินอเมริกา แม้จะคาดการณ์ว่าตลาดคริปโตในปี 2026 อาจมีความผันผวนสูง ซีอีโอ เซบาสเตียน เซราโน(Sebastián Serrano) ยังคงแสดงความเชื่อมั่นว่า “ยุคทอง 10 ปีของสเตเบิลคอยน์” กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
ตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2013 ริปิโอได้พัฒนาโมเดลธุรกิจจากการให้บริการแก่ผู้ใช้งานรายย่อย ไปสู่การให้บริการโครงสร้างพื้นฐานแก่ธนาคาร ฟินเทค และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ โดยพันธมิตรสำคัญอย่าง Mercado Libre ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในละตินอเมริกา ยังช่วยสนับสนุนการเติบโตของริปิโออย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด ริปิโอได้เปิดตัวเหรียญ UXD ซึ่งเป็นสเตเบิลคอยน์ที่อิงกับดอลลาร์สหรัฐฯ ตามด้วยเหรียญที่อิงกับสกุลเงินท้องถิ่น เช่น เปโซอาร์เจนตินา (wARS), เรียลบราซิล (wBRL) และเปโซเม็กซิโก (wMXN) เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานในภูมิภาค
เซราโนกล่าวเสริมว่า ในช่วงการเลือกตั้งประธานาธิบดีอาร์เจนตินาเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา สินทรัพย์โทเคนใบ AL30 ซึ่งเป็นพันธบัตรรัฐบาลที่มีการซื้อขายมากที่สุด มียอดธุรกรรมแตะหลักล้านหน่วยในวันเดียว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของการโทเคนสินทรัพย์ที่มีมูลค่าแท้จริง ความคิดเห็น: การเคลื่อนไหวครั้งนี้ตอกย้ำทฤษฎีที่ว่า ‘การโทเคนเริ่มต้นจากสินทรัพย์ที่มีมูลค่าดั้งเดิม’
เพื่อแก้ปัญหาประสบการณ์ใช้งานที่ซับซ้อน ริปิโอได้ทำให้การใช้งานสเตเบิลคอยน์ง่ายขึ้น wARS และเหรียญอื่น ๆ ถูกพัฒนาบนหลายเครือข่าย เช่น อีเธอเรียมเมนเน็ต, เวิลด์เชน และเบส โดยเฉพาะแอปเวิลด์ (World App) ที่มีการผสานการใช้งานอย่างลึกซึ้ง
ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา wARS มียอดการซื้อขายราว 200,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 2.9 ล้านบาท) ขณะที่ถึงเดือนมกราคมมียอด 160,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 2.3 ล้านบาท) แม้จะเป็นตัวเลขเริ่มต้น เซราโนเชื่อว่าศักยภาพยังสูงอยู่ พร้อมตั้งเป้าว่าภายในสิ้นปีนี้จะสามารถบริหารสินทรัพย์ (AUM) ขนาดอย่างน้อย 100 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.46 หมื่นล้านบาท)
เซราโนชี้ว่าผู้ใช้งานกระเป๋าเงินคริปโตแบบไม่มีผู้ดูแล (non-custodial wallets) มักเผชิญขั้นตอนซื้อที่ซับซ้อน รวมถึงความเสียเปรียบด้านอัตราแลกเปลี่ยน ดังนั้นริปิโอจึงออกแบบให้สามารถแปลงค่าเงินท้องถิ่นเป็นสเตเบิลคอยน์ได้แบบอัตรา 1:1 ลดความยุ่งยากในขั้นตอนตลอดการใช้งาน ความคิดเห็น: กลยุทธ์นี้มีแนวโน้มดึงดูดกลุ่มผู้ใช้งานหน้าใหม่ได้อย่างมีนัยสำคัญ
เซราโนยืนยันว่าในระยะยาว เหรียญสเตเบิลคอยน์ท้องถิ่นจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของตลาดดีไฟ (DeFi) โดยเฉพาะในประเทศที่มีความผันผวนทางเศรษฐกิจสูงอย่างอาร์เจนตินาและบราซิล เพราะผู้ใช้งานเหล่านี้ส่วนใหญ่มีรายได้เป็นเปโซหรือเรียล ขณะที่การกู้ยืมใน DeFi ยังอิงกับเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ เช่น เทเธอร์(USDT) หรือ ยูเอสดีซี(USDC)
“หากรายได้เป็นเปโซแต่หนี้เป็นดอลลาร์ ผู้ใช้งานอาจเกิดความเสี่ยงทางอัตราแลกเปลี่ยน” เซราโนกล่าว พร้อมย้ำว่า การมีเหรียญสเตเบิลคอยน์ที่อิงกับสกุลเงินท้องถิ่นจะช่วยสร้างรูปแบบ DeFi ที่ปลอดภัยและมีความยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวของการกระจายศูนย์ทางการเงิน
ในสภาพเศรษฐกิจอาร์เจนตินาที่มีความผันผวนสูง ริปิโอเลือกใช้แนวทางสร้างโครงสร้างพื้นฐานแทนการเข้าสู่การแข่งขันโดยตรง เซราโนกล่าวว่า แม้ประธานาธิบดีฮาเวียร์ ไมเลย์จะมีภาพลักษณ์เสรีนิยม แต่กลับให้ความสนใจน้อยกับคริปโตเคอร์เรนซี ในขณะที่การกำกับดูแลในประเทศกำลังเข้มงวดขึ้น
เซราโนยังกล่าวถึงกรณีที่ คอยน์เบส(Coinbase) ต้องระงับการฝาก-ถอนเปโซอาร์เจนตินา โดยมองว่าเป็นเพราะค่าใช้จ่ายด้านการปรับเข้ากับตลาดท้องถิ่นที่สูงเกินไป
ดังนั้น ริปิโอจึงหลีกเลี่ยงการแข่งขันกับแอปคริปโตรายย่อยอย่าง ไบแนนซ์ และเลมอน (Lemon) โดยเลือกเป็นผู้สนับสนุนด้านเทคโนโลยีให้กับแพลตฟอร์มเหล่านั้นแทน เซราโนย้ำว่า “เราจะกลายเป็นแบ็กเอนด์ของทุกแพลตฟอร์ม” พร้อมระบุว่าริปิโอไม่ใช่ ‘คู่แข่ง’ แต่เป็น ‘พันธมิตร’ ที่จะช่วยสร้างระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลในภูมิภาค
ภายในปี 2025 สเตเบิลคอยน์ได้กลายเป็นเครื่องมือชำระเงินออนไลน์ที่รองรับธุรกรรมมูลค่ากว่า 33 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4.8 แสนล้านล้านบาท) และจากมุมมองของซีอีโอเซราโน “นี่คือทศวรรษของสเตเบิลคอยน์” ความคิดเห็น: คำกล่าวนี้ไม่เพียงแค่แสดงวิสัยทัศน์ แต่สรุปทิศทางอุตสาหกรรมที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่อย่างหนักแน่น
ความคิดเห็น 0