Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

BlockDAG ปรับทัพใหญ่! ผู้ก่อตั้งประกาศโหมด 'สงคราม' หวังสู้ศึก Layer1 แข่ง ETH และ SOL

โปรเจกต์คริปโต ‘บล็อกแด็ก(BlockDAG)’ ได้เปลี่ยนผ่านสู่โหมด ‘สงคราม’อย่างเต็มตัว หลังจากผู้ก่อตั้ง กูร์ฮาน คิซิโลซ(Gurhan Kiziloz) ประกาศปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ด้วยการปลดผู้บริหารชุดเดิม และกลับมาเป็นผู้บริหารสูงสุดเพื่อควบคุมทิศทางการดำเนินงานด้วยตัวเอง ท่ามกลางการแข่งขันสุดดุเดือดในตลาดบล็อกเชนชั้นหนึ่ง (Layer1)

เมื่อวันที่ 24 เว็บไซต์สื่อท้องถิ่นของเกาหลีใต้รายงานว่า คิซิโลซได้ยุติบทบาทของซีอีโอและผู้บริหารระดับสูงคนอื่น ๆ พร้อมชี้แจงว่านี่ไม่ใช่ความขัดแย้งเรื่องวิสัยทัศน์หรือสไตล์ที่ต่างกัน แต่เป็นการ ‘รีเซ็ตเชิงกลยุทธ์’ เพื่อความอยู่รอดของโปรเจกต์นี้ในสภาวะที่ต้องแข่งขันกับทั้งอีเธอเรียม(ETH) และโซลานา(SOL)

บล็อกแด็กถือเป็นโครงการที่มีแนวคิดชัดเจนในการนำเทคโนโลยีกราฟเวียนไม่ย้อนกลับ (DAG) มาใช้แทนเชนแบบเดิม เพื่อยกระดับความเร็วและประสิทธิภาพในการประมวลผล โดยไม่ละทิ้งเรื่องความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ในขณะที่อีเธอเรียมยังครองใจนักพัฒนา และโซลานากำลังดูดซับโปรเจกต์ใหม่ ๆ อย่างรวดเร็ว ช่องว่างในการแข่งขันจึงแคบลง ส่งผลให้คิซิโลซตัดสินใจยกเครื่องโครงสร้างบริษัท ไปสู่รูปแบบ 'ห้องบัญชาการ' (war room) ที่ลดขั้นตอนการตัดสินใจให้กระชับขึ้น

"นี่ไม่ใช่เวลาสันติภาพ แต่มันคือช่วงสงคราม" คิซิโลซกล่าวพร้อมยอมรับความเสี่ยงที่มาจากการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ตัวเขา เท่ากับเป็นการทิ้งระบบ ‘การบริหารแบบสันติ’ ที่เคยมุ่งเน้นการเจรจากับพาร์ตเนอร์นอกองค์กร เพื่อแลกกับความเร็วและความเฉียบคมในการดำเนินกลยุทธ์

คิซิโลซมีประวัติการตัดสินใจเชิงรุกในรูปแบบเดียวกันมาก่อน เมื่อเขาสร้างบริษัทเกมออนไลน์ ‘เน็กซัส อินเตอร์เนชันแนล’ จนมีรายได้ต่อปีแตะ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยไม่ต้องพึ่งเงินจากนักลงทุนภายนอก เขาเคยนำทัพบริษัทเข้าสู่ตลาดบราซิลเพียงไม่กี่วันหลังมีการเปิดเสรีการพนัน ในขณะที่คู่แข่งใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการวางแผน นั่นแสดงถึง ‘ความเร็ว’ ที่เขามองว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการเอาชนะ

โครงสร้างใหม่ภายใต้บล็อกแด็กที่ลดบทบาทของการบริหารตามกระบวนการ และเน้นอำนาจตัดสินใจแบบรวมศูนย์ ชี้ให้เห็นว่าคิซิโลซกำลังนำโมเดล ‘สงคราม’ มาใช้ในโลกคริปโตอย่างจริงจัง ความเห็นหนึ่งมองว่า "ในตลาด Layer1 ตอนนี้ ความอยู่รอดคือสมการของ ‘ความเร็ว + ความมุ่งมั่น’"

อย่างไรก็ดี แม้แนวทางของคิซิโลซจะดูน่าตื่นเต้น แต่ก็มีความเสี่ยงไม่น้อย เพราะการรวมศูนย์มากเกินไปอาจนำไปสู่ความผิดพลาดที่ไม่มีใครกล้าคัดค้าน อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันอาจสร้างความไม่มั่นใจให้กับชุมชนผู้ใช้งานและพันธมิตร แม้ภายในจะสนับสนุนผู้นำคนนี้ แต่ก็ไม่สามารถมองข้ามเสียงวิจารณ์ที่เริ่มปรากฏ

ทางด้านคิซิโลซกลับมองว่าอันตรายที่แท้จริงไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร แต่คือ ‘ความเคยชิน’ และ ‘ความล่าช้าในการตัดสินใจ’ ซึ่งอาจทำให้โปรเจกต์ล้าหลังในยุคที่เศรษฐกิจดิจิทัลหมุนเร็วขนาดนี้ หรือในคำพูดของเขา “เราต้องการผู้นำที่ชนะสงคราม ไม่ใช่นักการทูต”

นี่เป็นการตั้งตัวเป็น ‘ผู้บัญชาการสูงสุด’ มากกว่าจะเป็นประธานบริษัทแบบเดิม และคล้ายกับแนวคิด ‘ซีอีโอสงคราม’ (wartime CEO) ที่ เบน ฮอโรวิทซ์ เคยกล่าวไว้ ซึ่งต่างจากผู้ก่อตั้งคริปโตมากมายที่เลือกให้คณะกรรมการถืออำนาจตัดสินใจแทน

คำถามคือ แนวทางนี้จะช่วยให้บล็อกแด็กฝ่าวงล้อมตลาดที่กำลังหดตัวได้หรือไม่? คำตอบคงยังไม่ชัดเจน แต่สิ่งหนึ่งที่คิซิโลซแสดงออกอย่างชัดเจนคือ ‘เขาจะนำทัพเอง’ และ ‘จะไม่มีใครมาขวางการตัดสินใจในสนามรบได้’

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1