Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

Circle ชู USDC เป็นโครงสร้างพื้นฐานการเงินกลาง ไม่ใช่คู่แข่ง Visa-Mastercard

เจเรมี อัลเลอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเซอร์เคิล(Circle) กล่าวว่าสตีเบิลคอยน์ USDC ไม่ใช่ ‘สินค้าที่แข่งขัน’ แต่ควรถูกมองว่าเป็น ‘โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่เป็นกลาง’ โดยย้ำบทบาทใหม่ของคริปโตในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ท่ามกลางวงประชุมเวิลด์อีโคโนมิคฟอรั่ม(WEF) ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์

ในการให้สัมภาษณ์กับ CNBC เมื่อวันที่ 24 อัลเลอร์ระบุว่า “USDC ไม่ได้แข่งขันกับเครือข่ายบัตรหรือบริษัทการชำระเงินแบบดั้งเดิม” พร้อมเสริมว่า “วีซ่าและมาสเตอร์การ์ดไม่ใช่คู่แข่ง แต่คือ ‘พันธมิตรที่สำคัญ’” เขาอธิบายว่าสตีเบิลคอยน์เป็นธุรกิจที่ใช้ ‘เอฟเฟกต์เครือข่าย’ เป็นฐาน และยิ่งมีนักพัฒนาและสถาบันเข้าร่วมมากเท่าใด ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสการนำไปใช้งาน

อัลเลอร์ย้ำว่า “เซอร์เคิลไม่ได้แข่งขันกับธนาคาร บริษัทชำระเงิน หรือแพลตฟอร์มซื้อขายใดโดยตรง” แต่เป็นบริษัทที่พร้อมร่วมมือกับทุกฝ่ายในฐานะโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นกลาง พร้อมชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีจะรวดเร็วขึ้นในอนาคต “ต้นทุนในการเก็บและเคลื่อนย้ายเงินจะลดลงใกล้ศูนย์” และ “เมื่อ AI เข้ามาทำหน้าที่ในการจัดการจ่ายเงิน โครงสร้างรายได้ของบริษัทชำระเงินแบบปัจจุบันอาจอยู่ไม่รอด”

เมื่อพูดถึงทิศทางการกำกับดูแล อัลเลอร์แสดงความเห็นว่า ‘ร่างกฎหมายความชัดเจนของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล’ ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาในรัฐสภาสหรัฐฯ นั้นได้รับแรงสนับสนุนแบบสองพรรคอย่างชัดเจน โดยกฎหมายดังกล่าวจะไม่เพียงกำหนดกฎเกณฑ์ให้กับสตีเบิลคอยน์เท่านั้น แต่ยังให้นิยามการใช้งานของสินทรัพย์ดิจิทัลในตลาดทุนสำหรับทั้งสถาบันทางการเงินแบบดั้งเดิมและบริษัทคริปโต

เซอร์เคิลได้ทำการเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไป(IPO) เมื่อเดือนมิถุนายน 2025 ด้วยราคาเปิดที่ 31 ดอลลาร์ ก่อนแตะระดับสูงสุดที่ 263.45 ดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ปัจจุบันราคาปรับฐานมาอยู่ราว 72 ดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม ตลาดของสตีเบิลคอยน์ยังคงมีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ล่าสุดในเดือนมีนาคม 2025 บริษัทด้านการลงทุนอย่างฟิเดลิตี้(Fidelity) เปิดเผยว่ากำลังทดสอบขั้นสุดท้ายของสตีเบิลคอยน์แบบตรึงกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ และมีแผนเปิดตัวผ่านบริษัทลูก Fidelity Digital Assets

ขณะเดียวกัน Stripe ก็กำลังพัฒนาสตีเบิลคอยน์ที่เน้นใช้งานนอกกลุ่มประเทศสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และยุโรป โดยจะดำเนินบนแพลตฟอร์ม Bridge ส่วนบริษัทผู้ให้บริการชำระเงินคริปโตอย่าง MoonPay ก็ประกาศแผนเปิดตัวสตีเบิลคอยน์ในช่วงต้นปี 2026 เพื่อจับกลุ่มการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ตามข้อมูลจาก DefiLlama ปัจจุบันมูลค่ารวมของตลาดสตีเบิลคอยน์ทั่วโลกสูงถึง 309,000 ล้านดอลลาร์ โดย ‘เทเธอร์(USDt)’ ครองส่วนแบ่งสูงสุดที่ 186,700 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ USDC ตามมาเป็นอันดับสองที่ 74,200 ล้านดอลลาร์

อัลเลอร์ระบุว่าโครงสร้างตลาดแบบนี้ไม่ควรถูกมองเป็นแค่การแข่งขันชิงส่วนแบ่ง แต่ควรมองในแง่ของ ‘การขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน’ ดังคำกล่าวของเขาว่า “สิ่งสำคัญคือมีนักพัฒนาและสถาบันเท่าใดที่เลือกผนวกรวมสตีเบิลคอยน์เข้ากับระบบของพวกเขา” โดยเป้าหมายสูงสุดคือการเป็นฐานสำคัญของระบบชำระเงิน

ล่าสุด เซอร์เคิลได้ประกาศความร่วมมือกับรัฐบาลเบอร์มิวดาและแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนอย่างคอยน์เบส(Coinbase) เพื่อผลักดัน ‘เศรษฐกิจแบบออนเชนเต็มรูปแบบ’ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าบริษัทกำลังก้าวข้ามบทบาทผู้ให้บริการออกสตีเบิลคอยน์ แล้วหันมามีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในโครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัล

ภายใต้การแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แนวทางของเซอร์เคิลที่เน้นความเป็นกลางและการจับมือกับพันธมิตรหลายฝ่าย อาจกลายเป็นรากฐานสำคัญของตลาดสตีเบิลคอยน์ในอนาคต

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1