เจมินีปิดตัวแพลตฟอร์ม ‘Nifty Gateway’ เตรียมเดินหน้ากลยุทธ์ซูเปอร์แอป
เจมินี(Gemini) กระดานเทรดคริปโตชื่อดังเผยเมื่อวันที่ 24 ว่าจะ *ยุติการให้บริการแพลตฟอร์ม NFT อย่าง Nifty Gateway* อย่างเป็นทางการภายในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ โดยแนวทางใหม่นี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนทิศทางแบบชัดเจนของบริษัท ซึ่งจะหันมาเน้นการพัฒนาแอปแบบ ‘วันสต็อปซูเปอร์แอป’ เต็มรูปแบบในอนาคต
ตามแถลงการณ์ของเจมินี *ลูกค้าจะได้รับคำแนะนำทางอีเมลเกี่ยวกับการโอนสินทรัพย์ที่เหลือ* เช่น บิตคอยน์(BTC), อีเธอเรียม(ETH) และ NFT หลังจากที่ระบบเปลี่ยนเป็นโหมดถอนเงินเท่านั้นแล้ว โดยแพลตฟอร์ม Nifty Gateway ถือเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกวงการศิลปะดิจิทัลระดับต้น ๆ มีผลงานร่วมกับศิลปินเช่น บีเพิล(Beeple), คริปโตคิตตี้(CryptoKitties) และ ปัก(Pak) และเคยได้รับความนิยมสูงในช่วงตลาดขาขึ้น
แม้เจมินีจะเข้าซื้อกิจการ Nifty Gateway เมื่อปลายปี 2019 และเริ่มให้บริการในปี 2020 ด้วยเป้าหมาย “ปฏิวัติวงการศิลปะดิจิทัล” แต่ด้วยปัจจัยทั้งด้าน *ปริมาณการซื้อขายที่ลดลงและกระแส NFT ที่ซบเซา* ทำให้คู่พี่น้องผู้ร่วมก่อตั้ง ดันแคน และ กริฟฟิน ค็อคฟอสเตอร์ ถอนตัวจากบริษัทช่วงต้นปี 2023 หลังจากนั้นแพลตฟอร์มก็ค่อย ๆ สูญเสียอิทธิพลในตลาดไป
อย่างไรก็ตาม เจมินียืนยันว่าจะยังคงสนับสนุนฟังก์ชัน NFT ผ่าน ‘เจมินีวอลเล็ต’ ที่มีแผนเปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบในเดือนสิงหาคม 2025 พร้อมแสดงความขอบคุณต่อทีมงานและชุมชนที่มีส่วนในการขับเคลื่อนแพลตฟอร์มตลอดหลายปีที่ผ่านมา *ความคิดเห็น: การยุติแพลตฟอร์มนี้แสดงให้เห็นถึงการถ่ายน้ำหนักจากตลาดสะสมไปสู่แอปแบบรวมศูนย์ในยุคใหม่*
Moonbirds ประกาศเปิดตัวโทเคน ‘BIRB’ บนเครือข่ายโซลานา ภายในไตรมาสนี้
โปรเจ็กต์ NFT อย่าง *มูนเบิร์ดส์(Moonbirds)* วางแผนออกโทเคนใหม่ ‘BIRB’ บนเครือข่ายโซลานา(SOL) ภายในไตรมาสแรกปีนี้ มุ่งขยายแบรนด์ไปสู่สินค้าผู้บริโภคและวงการเกม โดยมีเป้าหมายกลายเป็น ‘Pop Mart แห่งวงการ Web3’ ตามคำกล่าวของ *สเปนเซอร์ กอร์ดอนแซนด์(Spencer Gordon-Sand)* ซีอีโอของบริษัทผู้ดูแลโปรเจ็กต์อย่างออเรนจ์แคปเกมส์
หลังจากเข้าซื้อสิทธิในตัวละคร Moonbirds เมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 ออเรนจ์แคปเกมส์ก็เร่งขยายการใช้งาน IP ไปยังกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะเกม โดยในงาน Solana Breakpoint 2025 กอร์ดอนแซนด์เปิดเผยว่าบริษัทมีรายได้ต่อปีราว 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 116 พันล้านวอน และคาดว่าจะเติบโตเกิน 2000 ล้านดอลลาร์ในปีหน้า
Moonbirds ยังมีโปรเจ็กต์ ‘Vibes’ ซึ่งเป็นเกมการ์ดที่พัฒนาบนฐานของ *펏지펭귄(PENGU)* และสร้างรายได้ถึง 600 ล้านดอลลาร์ในช่วง 12 เดือน นอกจากนี้ Moonbirds เตรียมเปิดตัวไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกับพาร์ทเนอร์จากวงการดั้งเดิม เช่น GTS และ Star City Games ตลอดจนบริษัทประเมินการ์ดชื่อดัง CGC และ PSA
*ความคิดเห็น: การออกโทเคน BIRB อาจกลายเป็นกลไกใหม่ในการรักษาและขยายชุมชนแฟนคลับ พร้อมพา IP จากโลก NFT ไปสู่สื่อเกมและสินค้าอุปโภคที่จับต้องได้*
Magic Eden เตรียมขยายโครงการไบแบ็ก '$ME' ในปี 2026 ใช้กำไรจากสายเกมใหม่เสริมความแข็งแกร่ง
Magic Eden แพลตฟอร์ม NFT ชื่อดัง ประกาศเมื่อวันที่ 24 ว่า *มีแผนขยายโครงการไบแบ็กหรือซื้อคืนโทเคน $ME* ในปี 2026 โดยจะใช้รายได้จากผลิตภัณฑ์ใหม่สายเอ็นเตอร์เทนเมนต์เป็นแหล่งทุนหลัก
ในบรรดาฟีเจอร์ใหม่นั้น *Swaps* คือบริการให้ผู้ใช้งานแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลภายในระบบ, *Lucky Buy* คือระบบประมูลแบบสุ่มลักษณะเกม และ *Packs* คือการเปิดกล่องสุ่มสำหรับรับ NFT หรือไอเท็มชนิดต่าง ๆ ทั้งหมดถูกออกแบบเพื่อยกระดับ ‘การมีส่วนร่วมในเชิงเกม’ ของผู้ใช้งานให้อยู่ในระดับสูงขึ้น
Magic Eden ระบุว่า “เราตั้งใจที่จะนำรายได้จากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไปใช้ในไบแบ็กแบบออนเชน เพื่อสร้างสมดุลทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อให้กับ $ME” พร้อมเสริมว่า นี่คือ *หนึ่งในยุทธศาสตร์ของการสร้างระบบนิเวศคริปโตที่รวมทั้งการเทรด เกม และความบันเทิงเข้าด้วยกัน*
ทั้งสามกรณีต่างแสดงให้เห็นถึงการ *เปลี่ยนผ่านของตลาด NFT* สู่รูปแบบที่เน้นรายได้จริงและความหลากหลายของการใช้สินทรัพย์ดิจิทัล เจมินีเลือกยุติแพลตฟอร์มที่ไม่คุ้มทุน, มูนเบิร์ดส์ขยาย IP ไปยังเกม และ Magic Eden ใช้เกมเพื่อสร้างโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าตลาด NFT ไม่ใช่แค่การเก็งกำไร แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของโมเดลธุรกิจใหม่ในโลกดิจิทัล
ความคิดเห็น 0