ริปเปิล(XRP) กำลังเผชิญแรงกดดันด้านราคาหลังจากเทขายอย่างหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จนราคา *ร่วงต่ำกว่าระดับต้นปี 2026* และสูญเสียกำไรที่เคยได้ในช่วงต้นปีอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งยังอยู่ในช่วงใกล้ทดสอบแนวรับสำคัญที่ ‘1.75 ดอลลาร์’ ซึ่งอาจเป็นจุดชี้ชะตาในระยะสั้น
เมื่อวันที่ 25 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานจากตลาดต่างประเทศ ราคาริปเปิล(Ripple, XRP) ลดลงกว่า *4.5% ในช่วง 24 ชั่วโมง* และลดลงมากกว่า *11% ภายในสัปดาห์เดียว* ปัจจุบันซื้อขายต่ำกว่าระดับ 1.83 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นราคาต่ำที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี แม้ก่อนหน้านี้ XRP จะเคยแตะระดับ *2.40 ดอลลาร์* ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในรอบปีนี้ก็ตาม
ไม่เพียง XRP เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ ตลาดคริปโตโดยรวมก็อยู่ในช่วงอ่อนตัว โดยเฉพาะบิตคอยน์(BTC) ที่มีราคาดิ่งลงแตะระดับ *87,000 ดอลลาร์* ซึ่งนับเป็นจุดต่ำสุดของปี 2026 ส่งผลให้เกิดการ *บังคับขาย (liquidation)* มูลค่ากว่า *300 ล้านดอลลาร์* ภายในเวลาไม่ถึง 4 ชั่วโมง เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่สะท้อนความผันผวนและความเปราะบางของตลาด
นักวิเคราะห์ด้านเทคนิคอย่าง ‘อีกรัก คริปโต’ (@egragcrypto) ให้ความเห็นว่า ขณะนี้ XRP กำลังเข้าสู่ ‘เขตตัดสินใจ (decision zone)’ ซึ่งระดับ 1.75 ดอลลาร์ถือเป็นแนวรับสำคัญ หากสามารถยืนเหนือจุดนี้ได้ อาจมีโอกาสเกิด ‘การฟื้นตัวรูปแบบตัว V’ แต่ถ้าหลุดต่ำกว่าระดับดังกล่าวและมาพร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น จะกลายเป็นสัญญาณชัดเจนของการล่มสลายรอบใหม่ *ความคิดเห็น* “แม้ภาพรวมระยะยาวยังไม่หลุดกรอบแนวโน้มขาขึ้น แต่ความผันผวนในระยะสั้นยังคงสูงมาก” เขากล่าว
ขณะเดียวกัน ราคาริปเปิลยังถูกเปรียบเทียบกับความเคลื่อนไหวของโทเคนจากคู่แข่งอย่างไบแนนซ์คอยน์(BNB) ที่มีมูลค่าตลาดทิ้งห่างอย่างชัดเจน ซึ่งสถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการสูญเสียความเชื่อมั่นใน XRP และเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ฉุดราคาต่อเนื่อง
อีกหนึ่งด้านที่กดดัน XRP คือกระแส *เงินทุนไหลออกจาก ETF ที่เกี่ยวข้องกับ XRP* ซึ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ในช่วงที่ผ่านมา บ่งชี้ถึงความต้องการของนักลงทุนสถาบันที่อ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด ปัจจัยจากภายนอก เช่น ความกังวลเรื่องรัฐบาลสหรัฐอาจชัตดาวน์ การชุมนุมที่ทวีความรุนแรงในบางรัฐ และคำแถลงจากประธานาธิบดีทรัมป์เรื่องการพิจารณามาตรการภาษีกับสินค้าแคนาดา ก็ล้วนส่งผลต่อ *แนวโน้มหลีกเลี่ยงความเสี่ยง* ที่ครอบงำตลาดคริปโตโดยรวม
ณ จุดนี้ XRP ยังคงเผชิญกับทางแยกสำคัญว่า *จะเกิดแรงดีดกลับ* หรือ *จะพังทะลุแนวรับอีกครั้ง* ซึ่งหากหลุดระดับ 1.75 ดอลลาร์อย่างเด็ดขาด อาจนำไปสู่การขาดความมั่นใจ ทั้งในเชิงเทคนิคและจิตวิทยาการลงทุนในระยะสั้น โดยนักลงทุนควรจับตาแนวรับนี้อย่างใกล้ชิดในช่วงวันถัดไป
ความคิดเห็น 0