Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เงินทุน 160 ล้านล้านวอนไหลออกเกาหลีใต้ปี 2025 สะท้อนข้อจำกัดตลาดสปอตในประเทศ

นักลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลเกาหลีใต้อาจโยกเงินออกจากตลาดสปอตในประเทศไปยังศูนย์ซื้อขายแบบรวมศูนย์ (CEX) ต่างประเทศรวมแล้วราว 160 ล้านล้านวอนตลอดปี 2025 ตามผลวิเคราะห์ล่าสุด สาเหตุหลักมาจากดีมานด์สินค้าอนุพันธ์และตลาดพรีมาร์เก็ตที่แพลตฟอร์มในประเทศยังไม่มีให้บริการ

ไทเกอร์ รีเสิร์ช (Tiger Research) เปิดเผยในรายงานชื่อ 'Crypto Exodus: 160 Trillion Won Leaves Korea' ว่าช่วงเดือนมกราคมถึงกันยายน 2025 มีเงินทุนไหลออกจากตลาดในประเทศไปยังศูนย์ซื้อขายต่างประเทศแล้วราว 124 ล้านล้านวอน และหากแนวโน้มนี้ดำเนินต่อไปจนถึงสิ้นปี ยอดรวมทั้งปีอาจแตะ 160 ล้านล้านวอน

ตัวเลขนี้ต้องแยกออกจากตัวเลข '700 ล้านล้านวอน' ที่มักถูกพูดถึงคู่กับชื่อรายงาน เพราะ 700 ล้านล้านวอนเป็นยอดสะสมนับตั้งแต่ปี 2021 ขณะที่ 160 ล้านล้านวอนคือประมาณการหลักของปี 2025 เพียงปีเดียวที่ยืนยันได้จากรายงานฉบับนี้

ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า เงินทุนที่ไหลออกจากตลาดคริปโตเกาหลีใต้ไปต่างประเทศนับตั้งแต่ปี 2021 สะสมแล้วราว 700 ล้านล้านวอน โดยรายงานครั้งนั้นชี้ว่าดีมานด์สัญญา perpetual futures ที่อ้างอิงราคาหุ้น และตลาดพรีดิกชันที่เทรดในประเทศได้ยาก คือปัจจัยหลักที่ผลักดันให้เงินไหลไปยังต่างประเทศและบริการออนเชน

รายงานของไทเกอร์ รีเสิร์ชมองว่าต้นตอของการย้ายเงินไม่ได้อยู่ที่ความชอบส่วนตัวต่อแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง แต่อยู่ที่ 'ความแตกต่างของสินค้าที่เข้าถึงได้' ตลาดในประเทศเกาหลีใต้เน้นซื้อขายสปอตเป็นหลัก ขณะที่ตลาดต่างประเทศเปิดให้เทรดสินค้าอนุพันธ์แบบมีเลเวอเรจ สัญญาฟิวเจอร์ส และพรีมาร์เก็ตได้เต็มรูปแบบ

ศูนย์ซื้อขายแบบรวมศูนย์คือแพลตฟอร์มที่ทำหน้าที่จับคู่คำสั่งซื้อขายและดูแลทรัพย์สินแทนผู้ใช้ การซื้อขายสปอตคือการซื้อขายสินทรัพย์ที่ถืออยู่จริง ส่วนสินค้าอนุพันธ์คือสัญญาที่กำไรขาดทุนอ้างอิงความเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์อ้างอิง ทำให้ความเสี่ยงจากเลเวอเรจและการบังคับปิดสถานะสูงขึ้นตามไปด้วย

ไม่ใช่แค่เงินทุนที่ไหลออก ไทเกอร์ รีเสิร์ชคำนวณว่าปี 2025 นักลงทุนเกาหลีใต้จ่ายค่าธรรมเนียมให้แพลตฟอร์มต่างประเทศรวมแล้วราว 4.77 ล้านล้านวอน

แยกตามแพลตฟอร์ม ไบแนนซ์ (Binance) ได้รับค่าธรรมเนียมประมาณ 2.73 ล้านล้านวอน ไบบิต (Bybit) 1.12 ล้านล้านวอน OKX 580,000 ล้านวอน บิตเก็ต (Bitget) 266,300 ล้านวอน และ Huobi 74,400 ล้านวอน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าค่าธรรมเนียม ความสัมพันธ์กับลูกค้า และข้อมูลการซื้อขายที่ควรเกิดขึ้นในประเทศ กำลังไหลไปสะสมอยู่บนแพลตฟอร์มต่างประเทศแทน

หน่วยข่าวกรองทางการเงินเกาหลี (KoFIU) ระบุว่าจากการสำรวจผู้ประกอบการสินทรัพย์ดิจิทัลที่จดทะเบียนแล้ว 25 ราย ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 จำนวนผู้ใช้ที่สามารถทำธุรกรรมได้เพิ่มขึ้น 1,070,000 คนเมื่อเทียบกับครึ่งปีก่อนหน้า แต่มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันกลับลดลง 900,000 ล้านวอน กำไรจากการดำเนินงานรวมลดลง 134,800 ล้านวอน ขณะที่ยอดโอนเงินออกไปยังภายนอกเพิ่มขึ้น 4%

ผลสำรวจครึ่งหลังของปี 2025 ก็ยังสะท้อนทิศทางเดียวกัน จากผู้ประกอบการที่จดทะเบียน 27 ราย จำนวนผู้ใช้ที่ทำธุรกรรมได้เพิ่มขึ้น 360,000 คน แต่มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 1 ล้านล้านวอน และกำไรจากการดำเนินงานรวมลดลง 237,100 ล้านวอน

ยอดโอนเงินออกไปยังภายนอกในครึ่งหลังของปียังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอีก 6% โดยเฉพาะยอดโอนไปยังกระเป๋าเงินส่วนบุคคลและบัญชีต่างประเทศที่อยู่ใน whitelist เพิ่มขึ้นถึง 14% สะท้อนว่าลำพังข้อมูลการเคลื่อนไหวเงินภายในตลาดในประเทศเพียงอย่างเดียวไม่สามารถอธิบายภาพรวมทั้งหมดได้อีกต่อไป

สภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบในเกาหลีใต้เองก็ถูกยกมาเป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการอภิปรายเรื่องเงินทุนไหลออก คณะกรรมการกำกับดูแลบริการทางการเงินเกาหลี (FSC) ประกาศเมื่อเดือนมิถุนายน 2026 ว่าผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลที่ให้บริการแก่คนในประเทศ โดยไม่อยู่ในรายชื่อ 28 บริษัทที่จดทะเบียนกับ FIU ถือว่าดำเนินการผิดกฎหมาย

การจำกัดการเข้าถึงแพลตฟอร์มต่างประเทศมีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองผู้ใช้และสกัดการให้บริการที่ไม่ได้จดทะเบียน แต่รายงานของไทเกอร์ รีเสิร์ชมองว่าการปิดกั้นเพียงอย่างเดียวไม่น่าจะดึงดีมานด์สินค้าอนุพันธ์และพรีมาร์เก็ตที่นักลงทุนเกาหลีใต้ต้องการกลับเข้าสู่ระบบในประเทศได้

ต้นฉบับภาษาจีนของรายงานยังยกตัวอย่างสัญญา perpetual futures ที่อ้างอิงหุ้นเอสเคไฮนิกซ์ (SK Hynix) และซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ (Samsung Electronics) ด้วย กรณีนี้สะท้อนพฤติกรรมนักลงทุนเกาหลีใต้ที่มองหาสัญญาณราคาและดีมานด์สินค้าอนุพันธ์นอกตลาดหุ้นในประเทศ มากกว่าจะเป็นเรื่องของภาวะอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โดยตรง

ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า สัญญา perpetual futures 'SKHX' ที่อ้างอิงราคาหุ้นเอสเคไฮนิกซ์ เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับราคาเปิดของหุ้นจริงในวันซื้อขายถัดไป ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มที่สัญญาณราคาซึ่งเกิดขึ้นนอกตลาดหลักในประเทศได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ

ตัวเลขในรายงานฉบับนี้เป็นค่าประมาณการที่อาศัยการติดแท็กกระเป๋าเงิน การติดตามเส้นทางเงินทุนระหว่างแพลตฟอร์ม และสมมติฐานอัตราค่าธรรมเนียมประกอบกัน สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเลขขนาดเงินทุนที่แน่นอน คือข้อเท็จจริงที่ว่ามูลค่าซื้อขายในประเทศชะลอตัวลง ขณะที่ยอดโอนเงินออกไปภายนอกเพิ่มขึ้นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่ถูกพูดถึงในรายงานครั้งนี้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความหลัก

รัสเซียเปิดทางเทรด BTC-ETH-USDT อย่างเปิดเผย จำกัดซื้อปีละ 300,000 รูเบิล

Grok 4.6 เปิดตัว อ้างถูกกว่าคู่แข่ง 85%

หุ้นเซอร์คิวไทซ์ร่วง 20% หลังปิดตลาด รายได้ไม่ถึงเป้า

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1