Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

Hyperliquid ดันตลาด HIP-3 ทะลุ 793 ล้านดอลลาร์ สะท้อนเทรนด์อนุพันธ์ดีไฟน์พุ่งแรง

Hyperliquid ดันตลาด HIP-3 ทะลุ 793 ล้านดอลลาร์ สะท้อนเทรนด์อนุพันธ์ดีไฟน์พุ่งแรง / Tokenpost

ตลาด ‘HIP-3’ บนบล็อกเชนของไฮเปอร์ลิควิด(Hyperliquid) บันทึกระดับ ‘มูลค่าสัญญาคงค้าง’ หรือ Open Interest สูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังความต้องการในการเทรดอนุพันธ์ดีไฟน์ที่อิงกับสินทรัพย์จริงพุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (เวลาท้องถิ่น) ไฮเปอร์ลิควิดประกาศว่า มูลค่าคงค้างของตลาด HIP-3 แตะระดับ 793.27 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.1 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงกลางเดือนธันวาคมที่มีอยู่เพียง 260 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วงเวลาไม่ถึงเดือน สำหรับ HIP-3 เป็นกรอบตลาดฟิวเจอร์สแบบเปิดและไร้การอนุญาตที่เปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยทุกคนสามารถเปิดตลาดอนุพันธ์แบบไม่มีวันหมดอายุได้ หากวางเงินค้ำประกันด้วยโทเคน HYPE จำนวน 500,000 เหรียญ

ทางไฮเปอร์ลิควิดเปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า “การเติบโตของตลาด HIP-3 ส่วนใหญ่มาจากปริมาณการซื้อขายสินทรัพย์อิงจริง เช่น น้ำมันและโลหะมีค่าที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก” พร้อมระบุว่าตลาด HIP-3 ทำ ‘สถิติใหม่’ แทบทุกสัปดาห์นับตั้งแต่เปิดใช้งาน

สินทรัพย์ที่มีการซื้อขายคึกคักที่สุดใน HIP-3 มาจากมาร์เก็ตของเทรดXYZ (TradeXYZ) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มในเครือไฮเปอร์ยูนิต(Hyperunit) โดยมีสัดส่วนการซื้อขายรวมกว่า 220 พันล้านดอลลาร์ จากยอดรวมทั้งหมด 250 พันล้านดอลลาร์ ปัจจุบันสินทรัพย์หลักที่เทรดได้แก่ ดัชนี XYZ100 ที่ติดตามหุ้นชั้นนำ 100 บริษัททั่วโลก, เงิน และหุ้นเอ็นวีเดีย (Nvidia) ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายสะสม 12.7 พันล้านดอลลาร์, 3 พันล้านดอลลาร์ และ 1.2 พันล้านดอลลาร์ ตามลำดับ

โดยเฉพาะในส่วนของตลาด ‘XYZ100’ มีมูลค่าสัญญาคงค้างที่ 165.4 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 20% ของ HIP-3 ทั้งหมด ซึ่งสะท้อนแนวโน้มที่ ‘นักลงทุนระดับสถาบัน’ และผู้เล่นรายใหญ่เริ่มหันมาสนใจสินทรัพย์ดั้งเดิม ผ่านอนุพันธ์ดีไฟน์มากกว่าจะลงทุนในบิตคอยน์(BTC) หรืออีเธอเรียม(ETH) แบบเดิม

ราคา ‘ทองคำและเงิน’ ที่พุ่งทำสถิติสูงสุด ประกอบกับภาวะซบเซาของตลาดคริปโตในช่วงที่ผ่านมา ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ผลักดันความต้องการในดีไฟน์ที่ตรึงกับสินทรัพย์จริง โดยทองคำทำราคาสูงสุดทะลุ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นครั้งแรก ส่วนเงินก็สร้างสถิติใหม่ต่อเนื่อง ขณะที่สกุลเงินดิจิทัลส่วนใหญ่ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ซึ่งตามข้อมูลของ Flow Scan แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลบนบล็อกเชน ระบุว่า ปริมาณการซื้อขายรวมของ HIP-3 ตั้งแต่เปิดตัวจนถึงปัจจุบันอยู่ที่ราว 250 พันล้านดอลลาร์ และยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ความโดดเด่นอีกประการของ HIP-3 คือ เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถสร้างตลาดอนุพันธ์ของตนเองได้ (หากมีโทเคน HYPE ครบตามเงื่อนไข) ซึ่งถือเป็นวิวัฒนาการถัดไปของระบบดีไฟน์ในด้านอนุพันธ์ ที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการอนุมัติของศูนย์กลางอีกต่อไป ทำให้ผู้มีบทบาทในระบบนิเวศ เช่น LP, ผู้ดูแลตลาด, นักเทรด รวมถึงผู้จัดหาข้อมูล สามารถมีส่วนร่วมในโครงสร้างได้อย่างอิสระ

แม้ก่อนหน้านี้จะมีโปรโตคอลที่สนับสนุนระบบอัตโนมัติหรือเทรดดิ้งบอทอยู่บ้าง แต่ HIP-3 นับว่าแตกต่างและโดดเด่นด้วยแนวทางแบบเปิดและไร้การอนุญาตที่แท้จริง ความสนใจจากนักพัฒนาและชุมชนจึงมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ

“ดีไฟน์ที่ผสานกับสินทรัพย์จริงจะเป็นเมกะเทรนด์ของปี 2026” คือความเห็นของนักวิเคราะห์หลายรายที่มองว่าการเติบโตของ HIP-3 บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการเงินใหม่ที่ผสานโลกจริงกับโลกเสมือนเข้าไว้ด้วยกันอย่างลื่นไหล และชี้ว่าโปรโตคอลแบบไฮเปอร์ลิควิดจะกลายเป็นสะพานเชื่อมสำคัญระหว่างสองโลกนี้ในอนาคตอันใกล้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1