Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) เสี่ยงหลุดบทบาท 'สินทรัพย์ปลอดภัย' หลังภาษีศุลกากรทรัมป์เขย่าตลาด

บิตคอยน์(BTC) เสี่ยงหลุดบทบาท 'สินทรัพย์ปลอดภัย' หลังภาษีศุลกากรทรัมป์เขย่าตลาด / Tokenpost

รายงานล่าสุดจากไคโก รีเสิร์ช(Kaiko Research) ชี้ให้เห็นว่า ‘ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์’ และประเด็น ‘ภาษีศุลกากร’ ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อ *ตลาดคริปโตเคอร์เรนซี* โดยเฉพาะกับบิตคอยน์(BTC) ที่กำลังเผชิญความเสี่ยงต่อการสูญเสียภาพลักษณ์ของ ‘สินทรัพย์ปลอดภัย’ ขณะที่คำพูดล่าสุดของทรัมป์เกี่ยวกับภาษีศุลกากรของกรีนแลนด์ก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนในตลาดอย่างรุนแรง — ทองคำพุ่งสูงขึ้น ขณะที่บิตคอยน์ร่วงลงอย่างมีนัย

จากข้อมูลของไคโก คำแถลงของทรัมป์ได้กระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนไหวของราคาคริปโตอย่างรุนแรง โดยบิตคอยน์ร่วงลงต่ำกว่า 88,000 ดอลลาร์ในระยะสั้น ก่อนเด้งกลับขึ้นเหนือระดับ 90,000 ดอลลาร์ แต่แม้จะมีการฟื้นตัวดังกล่าว นักลงทุนก็ยังคงมองบิตคอยน์เป็น ‘สินทรัพย์ที่เสี่ยง’ ตรงกันข้ามกับทองคำซึ่งพุ่งขึ้นกว่า 5% สะท้อนความเชื่อมั่นต่อทองคำในฐานะ ‘สินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิม’

ไคโกยังได้ติดตามความสัมพันธ์ระหว่างราคาบิตคอยน์และทองคำอย่างละเอียด โดยตั้งแต่ปี 2024 ถึงต้นปี 2025 ค่าสหสัมพันธ์ระหว่าง BTC กับทองมีความผันผวนอยู่ระหว่างบวกและลบ โดยเฉพาะในช่วงปลายเดือนมกราคม 2026 ที่ค่าสหสัมพันธ์เฉลี่ยอยู่เพียง +0.2 ถึง +0.3 เท่านั้น ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการกระจายความเสี่ยงที่ต่ำ ความเปลี่ยนแปลงนี้สวนทางกับแนวคิดที่เคยเรียกบิตคอยน์ว่า ‘ทองดิจิทัล’ และอาจนำไปสู่การ *ประเมินบทบาท* ของ BTC ใหม่ในหมู่นักลงทุนสถาบัน

ปัจจัยอีกหนึ่งประการคือ ‘ความผันผวนของบิตคอยน์’ ซึ่งยังคงเป็นอุปสรรคต่อการยอมรับในวงกว้างแม้ความผันผวนเฉลี่ยในช่วง 30 วันล่าสุดจะลดลงมาอยู่ที่ 30–35% ซึ่งยังสูงกว่าทองคำ (ประมาณ 15–20%) ถึงเท่าตัว ไคโกชี้ว่ากองทุนสถาบันส่วนใหญ่มักมีข้อจำกัดในการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนเกิน 40% จึงเป็นอุปสรรคต่อการบรรจุ BTC เข้าสู่พอร์ตการลงทุนอย่างยั่งยืน

ในอีกด้านหนึ่ง ‘ดัชนี BOLD’ (Bitcoin and Gold Index) ได้แสดงภาพที่น่าสนใจ โดยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา น้ำหนักของบิตคอยน์ในดัชนีเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 30–35% ขณะที่ทองคำยังคงครอบครองสัดส่วน 65–70% สะท้อนบทบาทที่แตกต่างแต่ *เสริมกัน* ของสองสินทรัพย์ เมื่อประเด็นภาษีศุลกากรของทรัมป์กลายเป็นประเด็นร้อนในเดือนมกราคม ทองคำปรับขึ้นอีก 5% ขณะที่บิตคอยน์ลดลง 5% ซึ่งยิ่งตอกย้ำว่าบิตคอยน์ทำหน้าที่ในฐานะ ‘สินทรัพย์เติบโต’ มากกว่า ‘สินทรัพย์ปลอดภัย’

อีกกรณีที่น่าสนใจคือราคาของโทเคน WLFI ซึ่งพุ่งขึ้นระหว่าง 3% ถึง 7% แม้ตลาดคริปโตรวมกำลังปรับตัวลง WLFI เป็นโครงการโทเคนที่เกี่ยวข้องกับแวดวงการเมืองและเชื่อมโยงกับตระกูลทรัมป์ โดยมีลักษณะตอบสนองต่อข่าวสารและนโยบายของทรัมป์ได้อย่างรวดเร็ว *ความคิดเห็น*: การเพิ่มขึ้นของ WLFI อาจสะท้อนข้อมูลภายในที่ผู้ถือครองรับรู้มาก่อน ข่าวระบุว่าผู้ลงทุนบางรายอาจมองคำพูดของทรัมป์เป็น ‘ยุทธศาสตร์เจรจา’ แทนที่จะเป็นนโยบายจริงจัง

ด้านโครงสร้างตลาด ไคโกรายงานว่า ‘ระดับความลึกของคำสั่งซื้อขาย’ ของบิตคอยน์และอีเธอเรียม(ETH) ยังคงเสถียร แม้จะเผชิญแรงสั่นสะเทือนของราคา โดยข้อมูลจากกระดานแลกเปลี่ยนหลักทั่วโลกระบุว่า *ระดับคำสั่งซื้อขาย 1%* ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนักตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 22 มกราคม ชี้ว่าผู้เล่นในตลาดสามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้ดีขึ้น

จุดที่น่าจับตาที่สุด คือการที่การซื้อขายส่วนต่างราคาของ ‘ฟิวเจอร์ส’ กับ ‘สปอต’ บิตคอยน์ในตลาด CME กลายเป็น *ค่าติดลบ* เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี หมายความว่าราคาฟิวเจอร์สต่ำกว่าราคาสปอต นำไปสู่การล่มสลายของ ‘กลยุทธ์แคร์รี่’ ที่นักลงทุนสถาบันใช้มาโดยตลอด ไคโกระบุว่าปรากฏการณ์นี้อาจส่งผลให้ฐานการซื้อของสถาบันที่เคยอิงกับความต้องการ ETF เสถียร อาจเริ่มสั่นคลอน

โดยรวมแล้ว การขู่เรื่องภาษีของทรัมป์ได้จุดประเด็นคำถามเชิงโครงสร้างต่อบทบาทของบิตคอยน์ในระดับตลาดในระยะยาว บิทคอยน์อาจไม่สามารถเติมเต็มบทบาทของ ‘สินทรัพย์ปลอดภัย’ ได้อย่างที่เคยถูกคาดหวัง ส่งผลให้จำเป็นต้องมี *การจัดประเภทใหม่* โดยอาจกลายเป็นสินทรัพย์ที่ผสมผสานระหว่าง ‘โอกาสในการเติบโต’ และ ‘ความเสี่ยงสูง’ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1