ศูนย์ข้อมูล AI ในสหรัฐกำลังเผชิญแรงต้านจากชุมชนท้องถิ่น คล้ายคลึงกับกรณีการทำเหมืองบิตคอยน์(BTC)ในอดีต สาเหตุหลักมาจากความกังวลเรื่องการใช้พลังงานที่สูงเกินไป ต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จากรายงานของ Miner Mag เมื่อวันที่ 24 โครงการขยายศูนย์ข้อมูลในรัฐสำคัญอย่างเท็กซัส จอร์เจีย อิลลินอยส์ และมิสซิสซิปปีกำลังถูกชะลอหรือยกเลิกจากแรงต่อต้านของชาวบ้านและหน่วยงานรัฐ
ลักษณะความขัดแย้งนี้คล้ายคลึงกับช่วงที่เหมืองบิตคอยน์เจริญเติบโตในสหรัฐ หลายบริษัทในอุตสาหกรรมเข้ามาสัญญาเรื่องการสร้างงานและเพิ่มรายได้ภาษี แต่ผลลัพธ์กลับสวนทาง ความไม่เชื่อมั่นจากชุมชนทำให้เกิดแรงเสียดทานอย่างรุนแรง เช่นเดียวกับสถานการณ์ในปัจจุบันกับศูนย์ข้อมูล AI ที่เริ่มเผชิญความเสี่ยงในลักษณะเดียวกัน
ข้อมูลเพิ่มเติมจาก Miner Mag ระบุว่า โครงการศูนย์ข้อมูลในสหรัฐมูลค่ารวม 64,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 91.9 ล้านล้านวอน ได้รับผลกระทบโดยตรงจากแรงต้านของท้องถิ่นและกำลังอยู่ระหว่างการชะลอหรือยกเลิกโครงการ แม้แต่บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เช่น อเมซอน, เมตา, ไมโครซอฟท์(MSFT) และอัลฟาเบต (บริษัทแม่ของกูเกิล) ต่างต้องยอมถอนแผนขยายออกจากพื้นที่บางแห่ง
บางเทศบาลในสหรัฐถึงขั้นระงับการอนุมัติโครงการใหม่ทั้งหมด พร้อมกลับมาทบทวนเขตพื้นที่กิจกรรมและการจัดการไฟฟ้าสำรองใหม่ โดย Miner Mag ชี้ว่า “ชุมชนในปัจจุบันเริ่มไม่พอใจกับเพียงคำสัญญาสวยหรูอีกต่อไป” ความชัดเจนและการรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมจึงกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญ
ท่ามกลางกระแสเสียดังกล่าว บริษัทผู้นำอย่าง ไมโครซอฟท์ และโอเพนเอไอ ได้เปลี่ยนกลยุทธ์มาเน้นการสร้างสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับชุมชน และประกาศรับผิดชอบต้นทุนพลังงานจากการดำเนินงานศูนย์ข้อมูลโดยตรง โดยเฉพาะโอเพนเอไอ ที่เลือกออกมาตอบสนองอย่างชัดเจนต่อความกังวลเกี่ยวกับพลังงาน ซึ่งสะท้อนถึงแนวทาง ‘โฟกัสชุมชน’ ที่อุตสาหกรรม AI เริ่มนำมาใช้
แนวโน้มนี้ดูคล้ายกับกลยุทธ์ใหม่ของเหมืองบิตคอยน์ในอดีต ที่ต้องปรับข้อตกลงจากแรงกดดันของชุมชนและหาทางมีส่วนร่วมกับท้องถิ่นเพื่อความอยู่รอด
ในด้านหนึ่ง มีสัญญาณว่าอุตสาหกรรมเหมืองบิตคอยน์เองก็กำลังเปลี่ยนทิศทางสู่ AI และการประมวลผลสมรรถนะสูง (HPC) หลังจากรายได้จากการขุดตกต่ำลงอย่างมากจากเหตุการณ์ Halving ในปี 2024 บริษัทชื่อดังในวงการอย่าง Hut 8, MARA โฮลดิงส์, ไรออต แพลตฟอร์มส์, เทราวูล์ฟ และ HIVE ดิจิทัล เทคโนโลยี ต่างก็เริ่มปรับระบบการดำเนินงานมาเพื่อรองรับ AI โดยตรง
การเปลี่ยนผ่านนี้ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างอุตสาหกรรมคริปโตและ AI ที่กำลังเติบโต ‘AI’ อาจกลายเป็นทั้งภัยและโอกาสใหม่สำหรับผู้เล่นดั้งเดิมในวงการเหมืองบิตคอยน์ โดย Miner Mag สรุปว่า “แม้ดีมานด์จาก AI อาจกระตุ้นความขัดแย้งใหม่ในบางพื้นที่ แต่ก็อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมเหมืองคริปโตในระยะยาว”
ความคิดเห็น 0