หน่วยงานกำกับดูแลการโฆษณาของสหราชอาณาจักรประกาศ ‘ห้ามออกอากาศ’ โฆษณาทางโทรทัศน์ของบริษัท คอยน์เบส(Coinbase) ที่เผยแพร่เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา โดยระบุว่าเนื้อหาโฆษณานั้นสื่อสารอย่าง ‘ขาดความรับผิดชอบ’ และอาจบิดเบือนความเข้าใจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลว่าเป็นทางออกของวิกฤตเศรษฐกิจ โดยไม่มีการเตือนความเสี่ยงใดๆ
โฆษณาดังกล่าวมีชื่อว่า ‘Everything Is Fine’ หรือ ‘ทุกอย่างเรียบร้อยดี’ ซึ่งมีความยาว 2 นาที และได้รับความสนใจอย่างมากบนโลกออนไลน์ โดยนำเสนอภาพบรรยากาศของสหราชอาณาจักรในเชิงเสียดสี เช่น ถนนที่เต็มไปด้วยหนูและสิ่งสกปรก ค่าครองชีพที่สูงขึ้น และประชาชนที่ตกอยู่ในสภาพยากลำบาก ในขณะที่บางกลุ่ม เช่น คู่รักผู้มั่งคั่ง กลับมีชีวิตหรูหราและเปล่งเสียงว่า “ไปดูไบกันเถอะ” โฆษณาพยายามสื่อถึงความไม่สมดุลทางสังคม ผ่านเพลงที่ร้องซ้ำว่า “ทุกอย่างเรียบร้อยดี” แม้สถานการณ์จะดูเลวร้าย
แม้คอยน์เบสจะไม่ได้ระบุชื่อ *บิตคอยน์(BTC)* หรือสินทรัพย์ดิจิทัลใดๆ อย่างชัดเจน แต่ภาพรวมของโฆษณากลับชี้นำว่าคริปโตเป็น ‘ทางออกที่ดีกว่า’ โดยไม่มีคำเตือนด้านการลงทุน โฆษณาทิ้งท้ายไว้เพียงข้อความว่า “ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยดี ก็ไม่ต้องเปลี่ยนอะไร” ซึ่งทำให้หน่วยงานด้านโฆษณาอย่าง *Advertising Standards Authority (ASA)* รับเรื่องร้องเรียนกว่า 35 ฉบับ และตัดสินหลังการตรวจสอบว่า “โฆษณานี้กระตุ้นความไม่มั่นคงทางสังคมเศรษฐกิจ และนำเสนอคริปโตเคอร์เรนซีเป็นทางเลือกทดแทนระบบการเงินปัจจุบันอย่างไม่เหมาะสม”
หนึ่งในฉากของโฆษณายังแสดงภาพเครื่องคำนวณราคาที่ไม่สามารถแสดงราคาปลาทอดได้ เนื่องจากค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้นอย่างรุนแรง หรือฉากที่คนจบปริญญานั่งรอสมัครงานส่งอาหารตามบ้าน ซึ่งสะท้อนภาพปัญหา ‘เงินเฟ้อ’ และ ‘ค่าครองชีพ’ ในสหราชอาณาจักรหลังโควิด-19 ทั้งนี้ คอยน์เบสให้ความเห็นว่า วัตถุประสงค์หลักของโฆษณาคือการนำเสนอ *บิตคอยน์(BTC)* ในฐานะสินทรัพย์ที่ ‘ต้านเงินเฟ้อได้ด้วยการมีจำนวนจำกัด’
คอยน์เบสโต้แย้งว่าตัวโฆษณาไม่ได้ระบุแน่ชัดว่าคริปโตเป็น ‘ทางออก’ ของปัญหา อีกทั้งตัวละครที่แสดงในโฆษณาก็ไม่ได้มาจากกลุ่มเปราะบางทางการเงิน แต่เป็นกลุ่มที่มีเสถียรภาพแล้ว พร้อมทั้งอ้างถึงการออกแบบกลไกป้องกัน เช่น การทดสอบความเข้าใจในสินทรัพย์ดิจิทัล และการให้ช่วงเวลาพิจารณา 24 ชั่วโมงก่อนเริ่มลงทุน สำหรับลูกค้าใหม่ในสหราชอาณาจักร
ด้าน *ไบรอัน อาร์มสตรอง(Brian Armstrong)* ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของคอยน์เบส แสดงความไม่พอใจต่อการแบนนี้ โดยเรียกมันว่า “การเซ็นเซอร์” และระบุว่า “หากคุณถูกห้าม นั่นอาจหมายความว่าคุณพูดความจริง” อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า โฆษณาอาจถูกออกแบบให้หวือหวาโดยเจตนา เพื่อสร้างกระแสหรือการตลาดบนพื้นฐานของ ‘ความขัดแย้ง’ กล่าวคือ การรู้ว่าอาจถูกห้ามแต่ใช้ประเด็นดังกล่าวสร้าง ‘ความน่าสนใจ’ แทน
แม้โฆษณาดังกล่าวจะถูกถอดจาก YouTube, แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง และบรรดาพื้นที่โฆษณากลางแจ้ง เช่น สถานีรถไฟใต้ดินและชานชาลารถไฟ แต่คอยน์เบสยังคงสามารถเผยแพร่ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียได้ตราบใดที่ไม่เป็นการโฆษณารูปแบบกระจายเสียง ทั้งนี้ การจะนำกลับมาใช้งานในแพลตฟอร์มวิดีโอหรือโทรทัศน์ จำเป็นต้องมีการปรับปรุงเนื้อหาบางส่วน
*ความคิดเห็น:* แม้จะถูกแบน แต่นี่อาจกลับกลายเป็นแคมเปญโฆษณาที่ประสบความสำเร็จแบบไม่ต้องเสียค่าโฆษณาเพิ่มเติม เพราะแทนที่จะดับ กลับยิ่งเป็นที่จับตามอง ด้วยฉลาก ‘โฆษณาต้องห้าม’ ที่ชวนให้คนเข้าไปดูมากยิ่งขึ้น
ความคิดเห็น 0