Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ริปเปิล(XRP) กำหนดทิศทาง ‘อินเทอร์เน็ตแห่งมูลค่า’ สู่ระบบการเงินโลกใหม่

แบรด การ์ลิงเฮาส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของริปเปิล(Ripple) ยืนยันอีกครั้งถึงบทบาท *ศูนย์กลาง* ของริปเปิลและคริปโตเคอร์เรนซี *ริปเปิล(XRP)* ในวิสัยทัศน์ ‘อินเทอร์เน็ตแห่งมูลค่า’ หรือ Internet of Value (IoV) ซึ่งเป็นแนวคิดหลักของบริษัท ท่ามกลางกระแสการโทเคนไนซ์สินทรัพย์ที่ขยายตัวรวดเร็วในแวดวงสถาบันการเงินทั่วโลก XRP กำลังกลายเป็น *โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ* สำหรับบริการด้านการเงินขององค์กร

ตามแถลงกลยุทธ์ช่วงต้นเดือน การ์ลิงเฮาส์ระบุว่า “XRP เป็นองค์ประกอบหลักที่ฝังอยู่ในทุกระดับของสแตกเทคโนโลยีของริปเปิล และจะยังคงเป็น ‘หัวใจ’ ของวิสัยทัศน์ของเราเสมอ ทั้งในอดีตและต่อไปในอนาคต” เขายังกล่าวเสริมว่า การเข้าซื้อกิจการอย่าง ริปเปิล ไพรม์ (Ripple Prime) และ GTreasury ในปีที่ผ่านมา ช่วยเร่งการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านการโอนเงินและสภาพคล่องระดับโลกด้วย *XRP* ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้านนักวิเคราะห์ชื่อดังในแวดวงคริปโตที่ใช้ชื่อว่า *“นิค (Nick)”* กล่าวว่า ช่วงปี 2026 ถึง 2028 จะเป็นจุดเปลี่ยนทางการลงทุนของสถาบันและ XRP จะมีบทบาทสำคัญในกระบวนการนี้ เขายังชี้ว่าในปี 2025 ริปเปิลได้เข้าซื้อกิจการใหญ่ถึง 4 ราย ได้แก่ Ripple Prime, GTreasury, Railed และ Palisade เพื่อสร้างแพลตฟอร์มแบบครบวงจรที่รวมบริการ *ดูแลสินทรัพย์, การจัดการทางการเงิน, การชำระเงิน และสภาพคล่อง* โดยมี XRP และบล็อกเชน XRP เลดเจอร์ (XRP Ledger) เป็นแกนกลาง

นิคมองว่าการขยายธุรกิจของริปเปิลในลักษณะนี้ *ไม่ใช่เพียงการเพิ่มผลิตภัณฑ์* แต่เป็นการวางรากฐานของ “ระบบการเงินใหม่ทั้งหมด” ซึ่งอาจกลายเป็นโครงสร้างสำคัญของการเงินระดับสถาบันในอนาคต

นอกจากนี้ นิคยังชูข้อมูลจาก *กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF)* และ *ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ(BIS)* ว่าโทเคนไนเซชัน คือเทคโนโลยีหลักที่อาจเข้ามาแทนระบบการเงินแบบเดิมได้ โดยระบุว่าในการใช้โทเคนแทนหุ้นหรือพันธบัตรนั้น แม้จะช่วยลดความจำเป็นในการมีศูนย์ชำระบัญชาระดับกลางและช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเคลียร์ธุรกรรม แต่ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงจากความผันผวนเฉียบพลันและความไม่เชื่อมโยงของระบบต่าง ๆ ได้เช่นกัน

IMF ยังเตือนไว้ว่ารัฐบาลหลายประเทศมีแนวโน้มจะเข้ามาควบคุมตลาดโทเคนไนซ์อย่างจริงจังในอนาคต แม้ว่าปัจจุบันจะยังไม่มีกฎระเบียบที่ชัดเจนก็ตาม *ความคิดเห็น*: จุดนี้สะท้อนข้อความสำคัญว่า *การเปลี่ยนแปลงทางกฎระเบียบกำลังใกล้เข้ามา*

นิคยังกล่าวเพิ่มเติมว่าโทเคนที่อิงกับเงินตรา เช่น *เหรียญสเตเบิลคอยน์* เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะแนวโน้มในอนาคตอาจขยายไปยัง *สกุลเงินของรัฐ, พันธบัตรรัฐบาล, สินค้าโภคภัณฑ์, อสังหาริมทรัพย์, หุ้น และหนี้ส่วนตัว* ซึ่งมีแนวโน้มจะถูกแปลงมาอยู่ในรูปแบบโทเคน และสุดท้ายโลกการเงินทั้งใบ โดยเฉพาะ *ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ* ก็จะถูกโอนย้ายมาอยู่ในระบบ *ออนเชนทั้งหมด*

ในบริบทใหม่นี้ XRP จะถูกใช้เป็นเหมือน “*เครื่องมือกำหนดเส้นทางหลัก*” ที่เชื่อมโยงการแลกเปลี่ยนระหว่างสินทรัพย์โทเคนต่าง ๆ นิคอธิบายว่าระบบการเงินกำลังพัฒนาไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ คล้ายกับอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมโยงข้อมูล ดิจิทัล มันนี่(Money) เองก็กำลังจะ *เดินทางในเครือข่าย* แบบดาต้าแพ็กเก็ตในอนาคตอันใกล้

บทวิเคราะห์ยังชี้ว่า ‘*ริปเปิลและ XRP จะเป็นสองเสาหลักในกระบวนการวิวัฒน์ของระบบการเงินโลก*’ แต่สิ่งที่จะตัดสินความสำเร็จ ไม่ใช่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่คือระดับ *การยอมรับจากสถาบัน* โดยเฉพาะในช่วงปี 2026–2028 ที่อาจเป็น *จุดเปลี่ยนสู่การนำไปใช้อย่างแพร่หลาย*

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ XRP จะขึ้นอยู่กับหลากหลายปัจจัย อาทิ แนวทางการกำกับดูแลของแต่ละประเทศ การแข่งขันจากบล็อกเชนเลเยอร์ 1 อื่น ๆ และโครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาจากธนาคารเอง พร้อมทั้งท่าทีของหน่วยงานรัฐที่ดูแลนโยบายการเงิน

*ความคิดเห็น*: จากท่าทีของแบรด การ์ลิงเฮาส์ และการเตือนของ IMF สะท้อนให้เห็นว่า *การแข่งขันเพื่อกำหนดทิศทางของ “ท่อน้ำทางการเงินโลกในอนาคต” ได้เริ่มขึ้นแล้ว*

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1