แม้ตลาดคริปโตในช่วงปลายเดือนมกราคมจะยังไม่แสดงสัญญาณของขาขึ้นตามที่คาดการณ์ไว้ในปี 2026 แต่ก็มี ‘โอกาสในการเข้าซื้อ’ สำหรับนักลงทุนที่เชื่อมั่นในการเติบโตระยะยาว โดยเฉพาะสำหรับคริปโตทางเลือกอย่าง ริปเปิล(XRP), คาร์ดาโน(ADA) และไฮเปอร์ลิควิด(Hyperliquid) ที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในฐานะผู้มีศักยภาพในการขับเคลื่อนรอบใหม่ของตลาด
ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาคของสหรัฐและประเด็นด้านกฎเกณฑ์เป็นปัจจัยหลักที่กดดันตลาด ตามรายงานเมื่อวันที่ 24 โดยวุฒิสภาสหรัฐได้เลื่อนการพิจารณาร่างกฎหมาย ‘CLARITY’ ออกไปอีกหลายสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เชื่อว่าแนวทางกำกับดูแลคริปโตในสหรัฐจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในอนาคต ซึ่งอาจกระตุ้นให้ตลาดกลับสู่แนวโน้มเชิงบวก โดยเฉพาะเมื่ออิทธิพลของบิตคอยน์(BTC) ลดลงอย่างต่อเนื่องนับจากกลางปีก่อน โอกาสสำหรับ ‘อัลท์คอยน์’ จึงเปิดกว้างขึ้น
สำหรับ ริปเปิล(XRP) สินทรัพย์ดิจิทัลที่มุ่งเน้นด้านการชำระเงินระหว่างประเทศ ได้รับแรงสนับสนุนจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงการได้รับอนุมัติ ETF แบบสปอตจากตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ ตัว XRP มีมูลค่าตลาดมากกว่า 1.07 แสนล้านดอลลาร์ และเคยแตะราคาสูงสุดที่ 3.65 ดอลลาร์ในช่วงกลางปี 2025 การยุติข้อพิพาทระหว่างบริษัทรีเพิลกับสำนักงาน ก.ล.ต. สหรัฐ ยังช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถืออีกด้วย *คำสำคัญ* อย่าง ETF ได้กลายเป็นกลไกเร่งราคาสำคัญ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า หากสถานการณ์กฎเกณฑ์ชัดเจนขึ้น ราคาของ XRP อาจพุ่งแตะ 5 ดอลลาร์ในไตรมาส 2 นี้
คาร์ดาโน(ADA) อีกหนึ่งโครงการที่พัฒนาโดยหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งอีเธอเรียม โดยมุ่งเน้นการวิจัยและการตรวจสอบเชิงวิชาการ ด้วยสถาปัตยกรรมที่ใช้ระบบพิสูจน์ด้วยหลักฐาน(PoS) และการรีวิวแบบเพียร์(เพื่อนร่วมงาน) คาร์ดาโนมีมูลค่าตลาดราว 12,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่มีสินทรัพย์ฝากไว้ในระบบกว่า 147 ล้านดอลลาร์ แม้ราคาจะร่วงลงราว 6% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำให้ RSI ลดลงเหลือระดับ 35 ซึ่งชี้ว่าอยู่ในโซน *ขายมากเกินไป* แต่เทคนิคัลแชคราฟต์บางรายกลับมองว่าเกิดรูปแบบ ‘Falling Wedge’ หรือสามเหลี่ยมขาลง ซึ่งมักเป็นสัญญาณกลับตัว หากร่างกฎหมาย CLARITY กลับมาอยู่ในวาระ นั่นอาจเป็นปัจจัยผลักดันให้ ADA ทะลุราคาเดิมที่ 3.09 ดอลลาร์ภายในปีนี้
ด้านไฮเปอร์ลิควิด(Hyperliquid) โปรเจกต์น้องใหม่ที่สร้างบนบล็อกเชนของตัวเองในฐานะ *กระดานเทรดแบบไร้ศูนย์กลาง* (DEX) ได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนระดับสถาบัน ตัวแพลตฟอร์มมีจุดเด่นด้านค่าธรรมเนียมต่ำ ความเร็วสูง และการครอบครองสินทรัพย์โดยผู้ใช้อย่างแท้จริง ซึ่งทุกอย่างนี้ล้วนสำคัญยิ่งขึ้นภายหลังเหตุการณ์ล่มของ FTX ไฮเปอร์ลิควิดยังให้บริการอนุพันธ์อย่าง ‘Perpetual Futures’ ด้วย และในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมปีที่แล้ว โทเค็น HYPE ของโปรเจกต์นี้ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 10 ดอลลาร์เป็น 40 ดอลลาร์ จับตารูปแบบ ‘Cup and Handle’ ที่บ่งชี้ว่ามีสถาบันลงทุนสะสมอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสัญญาณเทคนิคแสดงความเป็นไปได้ของการทะลุขึ้น ซึ่งหากเป็นจริงราคาสามารถไปได้ถึง 100 ดอลลาร์
แม้สถานการณ์ตลาดจะยังคงซบเซา แต่ *คำสำคัญ* อย่าง ETF, รูปแบบกราฟเทคนิค, และปัจจัยพื้นฐานของแต่ละโครงการ ยังคงสร้างความหวังในกลุ่มคริปโตสายอัลท์ นักวิเคราะห์มองว่า XRP, ADA และ HYPE คือโครงการที่มีศักยภาพในการนำพาตลาดคริปโตกลับสู่เส้นทางขาขึ้น และในช่วงที่สภาวะตลาดยังอ่อนตัว การวางกลยุทธ์อย่างรอบคอบและการวิเคราะห์ระยะยาวจะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น
ความคิดเห็น 0