มูลค่าการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ *อาชญากรรมในคริปโตเคอร์เรนซี* พุ่งแตะระดับใหม่ในปีนี้ โดยมีรัสเซียและจีนเป็นแกนนำหลักในการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร และสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่ผิดกฎหมาย ตามรายงานประจำปีของ TRM Labs ที่เปิดเผยเมื่อวันพุธ
รายงานระบุว่า ในปี 2025 มีเงินไหลเข้าสู่กระเป๋าเงินคริปโตที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมายกว่า 1.58 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 226.8 ล้านล้านวอน หรือ 5.8 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นจาก 64.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 ถึง *145%* ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี แม้ก่อนหน้านี้ตัวเลขจะลดลงมาตลอดตั้งแต่ปี 2021
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าปริมาณรวมของการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมายจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ *สัดส่วนเมื่อเทียบกับตลาดทั้งหมด* กลับลดลง โดยในปี 2025 คิดเป็น 1.2% จาก 1.3% ในปีที่ผ่านมา ขณะที่สัดส่วนของเงินผิดกฎหมายที่ไหลเข้าสู้ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล (VASP) ก็ลดลงเช่นกันจาก 6.0% ในปี 2023 มาอยู่ที่ 2.7% ในปีนี้
สาเหตุหลักของการเพิ่มขึ้นนี้มาจากการที่ *คริปโตถูกใช้เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร* โดยเฉพาะในเครือข่ายที่เกี่ยวโยงกับรัสเซีย รายงานระบุว่าทรัพย์สินคริปโตที่เกี่ยวกับโทเคน ‘A7A5’ มีมูลค่าการโยกย้ายกว่า 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์ และอีก 3.9 หมื่นล้านดอลลาร์เชื่อมโยงกับกระเป๋าเงินกลุ่ม ‘A7’ โดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มคริปโตของรัสเซีย อาทิ *กาแรนเท็กซ์*, *กรีเน็กซ์* และ *A7*
นอกจากนี้ การใช้คริปโตในระดับชาติเริ่มเกิดขึ้นในฐานะหนึ่งใน *โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินแบบถาวร* แทนที่จะเป็นเพียงเครื่องมือฉุกเฉิน รัสเซียและจีนต่างเร่งพัฒนาเครือข่ายทางการเงินที่มีสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นแกนหลัก ซึ่งอาจทำให้มาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศเสื่อมประสิทธิภาพลง
ด้านจีน รายงานระบุว่า กำลังกลายเป็น *ศูนย์รวมของระบบคริปโตผิดกฎหมาย* โดยเฉพาะการขยายตัวของบริการเอสโครว์ที่ใช้ภาษาจีนและธนาคารใต้ดิน TRM Labs พบว่าปริมาณคริปโตที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าวขยายจาก 123 ล้านดอลลาร์ในปี 2020 เป็นกว่า 1.03 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2025 คิดเป็นการขยายตัวถึง *83 เท่า*
ความเปลี่ยนแปลงที่เด่นชัดอีกประการในรายงานนี้คือการที่ *คริปโตเปลี่ยนสถานะจาก “เครื่องมือฉุกเฉิน” เป็น “เครื่องมือทางการเงินแบบสถาบัน”* โดยสมบูรณ์ ซึ่งไม่ใช่แค่การฟอกเงินของกลุ่มอาชญากรรม แต่หมายถึงการวางรากฐานระบบการเงินระดับชาติที่รองรับการหลบหลีกมาตรการจากต่างชาติ
ความคิดเห็น: แนวโน้มนี้อาจส่งผลต่อ *การพัฒนากฎเกณฑ์ด้านบล็อกเชนและการเงินระหว่างประเทศ* ทำให้ทางการไม่สามารถอาศัยเพียง “การควบคุมแบบเดิม” เพื่อป้องกันการกระทำผิดได้อีกต่อไป
ทั้งนี้ รายงานใหม่นี้มาพร้อมกับการฟื้นตัวของตลาดคริปโต โดยข้อมูลจาก TradingView ระบุว่ามูลค่ารวมของตลาดคริปโตเคอร์เรนซีใกล้กลับไปแตะระดับ 3 ล้านล้านดอลลาร์อีกครั้ง ท่ามกลางการเติบโตนี้ ความจำเป็นของ *กลยุทธ์รับมือร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน* จึงยิ่งทวีความสำคัญในการควบคุมการใช้คริปโตในทางที่ผิดอย่างมีประสิทธิภาพ
ความคิดเห็น 0