ชายชาวจีนถูกศาลสหรัฐสั่งจำคุก 46 เดือน ฐานฟอกเงินจากการหลอกลวงด้านคริปโตมูลค่าเกือบ 4,600 ล้านดอลลาร์ (ราว 535 ล้านบาท) ถือเป็นหนึ่งในคดีที่ตอกย้ำการกวาดล้างกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐที่เข้มข้นยิ่งขึ้นในช่วงหลัง
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (DOJ) ออกแถลงการณ์ว่า ชายชาวจีนชื่อ ‘จิ่งลี่เสียง’ (Jingliang Su) วัย 45 ปี ยอมรับสารภาพในข้อหาฟอกเงินที่ได้จากการหลอกลวงนักลงทุนในสหรัฐผ่านแผนลงทุนคริปโตปลอมซึ่งตั้งฐานอยู่ในประเทศกัมพูชา ศาลแขวงลอสแองเจลิสได้สั่งโทษจำคุก 46 เดือน พร้อมทั้งให้จ่ายเงินชดใช้มูลค่า 2,686,724.2 ดอลลาร์ (ประมาณ 389 ล้านบาท)
ตามข้อมูลจาก DOJ แผนการหลอกลวงดังกล่าวดำเนินการผ่านวิธี ‘โรแมนซ์สแกม’ และการสร้างเว็บไซต์ซื้อขายคริปโตปลอม โดยมีเหยื่อชาวอเมริกันกว่า 174 คนถูกชักจูงผ่านโซเชียลมีเดีย โทรศัพท์ ข้อความ และแอปหาคู่ หลังจากสร้างความเชื่อใจได้ในระดับหนึ่ง กลุ่มนี้จะเสนอ “โอกาสการลงทุน” ในคริปโตเพื่อให้เหยื่อนำเงินเข้าเว็บไซต์ปลอม ซึ่งแสดงยอดบัญชีและผลกำไรปลอมเพื่อหลอกว่าได้ผลตอบแทนจริง
ท้ายที่สุดเงินเหล่านี้จะถูกถอนออกแทบจะทันทีโดยองค์กรอาชญากรรมซึ่งอยู่เบื้องหลัง โดยใช้เส้นทางการฟอกเงินที่ซับซ้อน เงินที่เหยื่อโอนเข้าไปจะเข้าบัญชีเดียวในธนาคาร Deltec ที่ตั้งอยู่ในบาฮามาส จากนั้นจะถูกแปลงเป็นสเตเบิลคอยน์เทเธอร์(USDT) และส่งต่อไปยังกระเป๋าคริปโตขององค์กรในกัมพูชา การสืบสวนโดย TRM Labs พบว่า USDT เหล่านี้ถูกกระจายต่อไปยังศูนย์ดำเนินการหลอกลวงภายในประเทศกัมพูชา
บิล เอสเซลีย์ อัยการฝ่ายอาญาประจำเขตแคลิฟอร์เนีย เตือนว่า “โอกาสการลงทุนอาจดูน่าดึงดูด แต่เบื้องหลังถูกใช้เป็นเครื่องมือในการลวงเงินจากเหยื่อจำนวนนับไม่ถ้วน นักลงทุนควรระมัดระวังอย่างยิ่ง”
นอกจากจิ่งลี่เสียง ยังมีผู้ต้องหาร่วมอีก 8 รายที่รับสารภาพในคดีเดียวกัน หนึ่งในนั้นคือ โจเซ่ โซมารีบา และ เฉิงเฉิง เหอ ซึ่งถูกศาลสหรัฐสั่งจำคุก 36 เดือน และ 51 เดือนตามลำดับ ข่าวนี้เผยแพร่ในช่วงเดียวกับที่กระทรวงยุติธรรมเดินหน้าแผนปราบปรามอาชญากรรมเกี่ยวกับคริปโตอย่างเข้มข้นภายใต้รัฐบาลทรัมป์ โดยก่อนหน้านี้หนึ่งวัน เพิ่งมีคำสั่งยึดทรัพย์มากกว่า 400 ล้านดอลลาร์จากบริการมิกเซอร์บนดาร์กเว็บที่ชื่อ ‘เฮลิกซ์(Helix)’
รายงานประจำปี 2025 ของ DOJ แสดงให้เห็นว่า ในปีที่ผ่านมา มีผู้ถูกตั้งข้อหาฉ้อโกงรวม 265 คน โดยมูลค่าความเสียหายรวมสูงถึง 16,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ‘ความเห็น’ ระบุว่าการฟอกเงินด้วยคริปโตกลายเป็นปัญหาเร่งด่วนระดับโลกที่กำลังทวีความซับซ้อนยิ่งขึ้น
DOJ ยังเปิดเผยว่า ภายใต้การดำเนินงานร่วมกับเจ้าหน้าที่นานาชาติที่รับผิดชอบด้านอาชญากรรมไซเบอร์และทรัพย์สินทางปัญญา แผนกอาชญากรรมของกระทรวงสามารถนำเงินคืนให้เหยื่อกว่า 350 ล้านดอลลาร์จากการดำเนินคดีมากกว่า 180 คดี ระหว่างปี 2020 ถึงปัจจุบัน
‘ความคิดเห็น’ เห็นว่าคริปโตกำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเดินเกมขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และเหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่การหลอกลวงรายบุคคล หากแต่สะท้อนถึงเครือข่ายที่เป็นระบบ ซึ่งอาจส่งผลโดยตรงต่อทิศทางการบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐในอนาคต
ความคิดเห็น 0