พายุฤดูหนาวทั่วสหรัฐฯ ส่งผลกระทบรุนแรงต่อการขุดบิตคอยน์(BTC) ทำให้กำลังการผลิตรายวันลดลงกว่า 60% ภายในวันเดียว จากความพยายามของบริษัทหลายแห่งที่เลือก ‘ลดหรือหยุดชั่วคราว’ การดำเนินงานเพื่อเลี่ยงผลกระทบต่อโครงข่ายพลังงานที่ตึงตัว
ตามข้อมูลล่าสุดจากคริปโตควอนต์(CryptoQuant) เมื่อช่วงก่อนที่พายุจะทวีความรุนแรง บริษัทยักษ์ใหญ่ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มีกำลังผลิตโดยเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 70–90 บิตคอยน์ แต่ช่วงที่พายุแรงที่สุด ตัวเลขดังกล่าวกลับลดลงเหลือเพียง 30–40 บิตคอยน์ต่อวันเท่านั้น เหตุผลสำคัญมาจากอุณหภูมิที่ต่ำผิดปกติ, หิมะถล่ม และความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ฮูลิโอ โมเรโน หัวหน้าฝ่ายวิจัยของคริปโตควอนต์ ระบุว่า “การผลิตที่ลดลงครั้งนี้เป็นเพียงมาตรการชั่วคราวเท่านั้น เมื่อสภาพอากาศเริ่มดีขึ้น การขุดเหรียญก็ได้ทยอยคืนกำลังการผลิตตามลำดับ” ความเปลี่ยนแปลงนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของผู้ประกอบการเหมืองที่พยายามมีส่วนร่วมในการควบคุมภาระของระบบไฟฟ้า โดยบางบริษัทเข้าร่วมใน ‘โครงการตอบสนองต่อความต้องการใช้พลังงาน’ (Demand Response Program) ซึ่งกำหนดให้ลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงที่กำลังผลิตตึงตัว
เหตุการณ์นี้ยังเชื่อมโยงกับข้อมูลเมื่อกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่าแฮชเรตของบิตคอยน์ลดลงชั่วคราว พร้อมกับที่ราคาหุ้นของบริษัทในกลุ่มเหมืองปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยรายงานจาก Cointelegraph ชี้ว่า ขณะนั้นกำลังการประมวลผลลดลงมาอยู่ในระดับที่เทียบเท่ากับช่วงกลางปี 2025
รายชื่อบริษัทที่อยู่ในการประเมินครั้งนี้ ได้แก่ คอร์ไซเอนทิฟิค(CORE), บิตฟาร์ม(BITF), คลีนสปาร์ค(CLSK), มาราธอนโฮลดิงส์(MARA), ไอริสเอเนอร์จี(IREN), และคานาน(CAN) ทั้งนี้ บางแห่งเช่น คอร์ไซเอนทิฟิค, คลีนสปาร์ค, มาราธอน, ไลออตแพลตฟอร์มส์, เทอร์ราวูล์ฟ และไซเฟอร์ไมน์นิง ถือเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่มีฐานการขุดในสหรัฐฯ
สถานการณ์พายุหนาวในครั้งนี้ยังตอกย้ำ ‘ความเปราะบาง’ ของอุตสาหกรรมการขุดบิตคอยน์ที่มีต่อความเสี่ยงในตลาดพลังงาน โดยเฉพาะในช่วงที่รายได้ของผู้ขุดลดลงต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2023 จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นแนวโน้มราคาคริปโตที่ปรับตัวลดลง, อัตราแฮชที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น ความเป็นจริงเหล่านี้ทำให้บริษัทขุดเหรียญจำนวนมากต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านกำไรอย่างต่อเนื่อง
สื่อเฉพาะทางด้านเหมืองคริปโต ‘The Miner Mag’ ถึงขั้นเรียกปีที่ผ่านมาว่า “ภาวะกำไรต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์” โดยเฉพาะหลังการ ‘ลดรางวัลครึ่งหนึ่ง’ (halving) ในเดือนเมษายน 2024 ที่ทำให้โครงสร้างรายได้ของผู้ขุดต้องเผชิญความยากลำบากเพิ่มเติม
จากรายงานของ Cointelegraph พบว่า ในปีนี้บริษัทขุดเหรียญหลายแห่งเริ่มหันมาให้ความสนใจกับรายได้ทางเลือกใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์(AI) หรือการประมวลผลสมรรถนะสูง(HPC) เพื่อ ‘กระจายความเสี่ยง’ และลดการพึ่งพารายได้จากการขุดบิตคอยน์เพียงอย่างเดียว ถือเป็นการปรับตัวครั้งสำคัญเพื่อความอยู่รอดในตลาดที่มีการแข่งขันสูง
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพายุฤดูหนาวในสหรัฐฯ ถือเป็นกรณีตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า การขุดคริปโตขึ้นอยู่กับโครงสร้างและความเสถียรของพลังงานแค่ไหน *ความไม่แน่นอนของสภาพอากาศหรือภาวะไฟฟ้าขาดแคลน* อาจทำให้ผลผลิตของอุตสาหกรรมขุดเหรียญสั่นคลอนได้อย่างฉับพลัน ความท้าทายเหล่านี้กำลังผลักให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้อง *วางแผนการจัดสรรพลังงานอย่างมั่นคง* และมีความยืดหยุ่นเพื่อรับมือกับภาวะเปลี่ยนแปลงในอนาคต
ความคิดเห็น 0