กระแสเงินไหลออกของ ‘สเตเบิลคอยน์’ พุ่งสูง สะท้อนแนวโน้ม ‘เลี่ยงความเสี่ยง’ ในตลาดคริปโต
ภาวะ *สภาพคล่องของตลาดคริปโต* กำลังหดตัวลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะใน *บิตคอยน์(BTC)* ซึ่งนำไปสู่การอ่อนแรงของความเชื่อมั่นของนักลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่ ทั้งนี้ตามรายงานล่าสุดจาก *คริปโตควอนต์(CryptoQuant)* ชี้ให้เห็นว่าปริมาณ *สเตเบิลคอยน์* ที่ไหลเข้าสู่ตลาด *แลกเปลี่ยนคริปโตแบบรวมศูนย์(Centralized Exchanges)* กำลังลดลงอย่างรวดเร็ว นับเป็นสัญญาณชัดเจนว่านักลงทุนเริ่ม ‘ถอนทุน’ ออกจากตลาดเพื่อหลีกเลี่ยงความผันผวน
จากรายงานของคริปโตควอนต์ สเตเบิลคอยน์ที่ไหลเข้าสู่แพลตฟอร์มต่าง ๆ มักถูกใช้เพื่อประเมินแนวโน้มการเคลื่อนไหวของเงินใหม่ที่อาจไหลเข้าสู่ตลาดโดยรวมและยังทำหน้าที่เป็นตัวชี้วัดระดับความเสี่ยงที่นักลงทุนยอมรับ แต่ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2023 เป็นต้นมา *การไหลเข้าของสเตเบิลคอยน์ได้ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ* ส่งผลให้โอกาสของเม็ดเงินใหม่ลดลง และโอกาสฟื้นตัวยิ่งยากขึ้น
แม้ว่าตลาดสเตเบิลคอยน์จะขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงปี 2023 โดยมีมูลค่าตลาดรวมเพิ่มขึ้นกว่า 1.4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 203.5 ล้านล้านวอน) แต่ช่วงปลายปี 2024 กลับกลายเป็นจุดกลับตัวของแนวโน้มดังกล่าว รายงานระบุว่าในเดือนตุลาคม 2024 เพียงเดือนเดียว ปริมาณเงินไหลเข้าสุทธิเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 9.7 พันล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะเงินจำนวน 8.8 พันล้านดอลลาร์เข้าสู่ *ไบแนนซ์(Binance)* ซึ่งในช่วงเดียวกัน *บิตคอยน์* ก็พุ่งขึ้นใกล้ระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์
อย่างไรก็ดี บรรยากาศเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน เมื่อยอดเงินไหลเข้าลดลงทันทีถึง 9.6 พันล้านดอลลาร์ และแม้จะมีช่วงพักตัว แต่ในเวลาต่อมากลับผันเป็นแนวโน้มเงินไหลออก โดยตัวเลขล่าสุดแสดงให้เห็นว่า สเตเบิลคอยน์ถูกถอนออกจากตลาดไปแล้วกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ และในจำนวนนั้นราว 3.1 พันล้านดอลลาร์ไหลออกจาก *ไบแนนซ์* โดยตรง
นักวิเคราะห์จากคริปโตควอนต์ซึ่งใช้ชื่อว่า *ดาร์กโพสต์(Darkfost)* ให้ความเห็นว่าการถอนเงินทุนเหล่านี้สะท้อนถึงจุดยืนของนักลงทุนกลุ่มใหม่ที่เลือก "ลดความเสี่ยงแทนที่จะเข้าสะสมเพิ่ม" เขาเสริมว่า บิตคอยน์ในสถานการณ์ปัจจุบันกำลังเผชิญความท้าทายจากภาวะ *ขาดสภาพคล่องเรื้อรัง* ซึ่งดำเนินต่อเนื่องกันมาหลายเดือน โดยแม้ส่วนหนึ่งอาจมาจากการเคลียร์บัญชีหรือปรับระบบภายในของแพลตฟอร์มอย่างไบแนนซ์ แต่ภาพใหญ่คือความเชื่อมั่นของตลาดกำลังสั่นคลอน
ความตึงตัวของสภาพคล่องถือเป็นปัจจัยที่อาจฉุดรั้งไม่ให้บิตคอยน์พุ่งทะยานต่อได้ในระยะสั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดลงของการฝากสเตเบิลคอยน์ ซึ่งสะท้อนถึงการลดปริมาณ ‘เงินพร้อมใช้ในการลงทุน’ ที่อาจเข้าสู่ตลาด
สถานการณ์ในเวลานี้จึงไม่ใช่เพียงแค่ ‘การปรับฐานทางราคา’ แต่เป็น *การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างด้านเงินทุน* นักลงทุนเริ่มหันหลังให้กับตลาด ขณะที่การฟื้นฟูความคึกคักของตลาดคริปโตจำเป็นต้องพึ่งพาการ ‘กลับเข้ามาของเงินลงทุน’ อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งการเคลื่อนไหวของ *สเตเบิลคอยน์* จะยังคงเป็นตัวบ่งชี้ที่ไวต่อความเปลี่ยนแปลงนี้อย่างยิ่ง
*ความคิดเห็น*: หากบิตคอยน์ต้องการกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้น ซัพพลายของเงินสดใหม่ที่พร้อมเข้าสู่ตลาดย่อมเป็นกุญแจสำคัญ แต่จากทิศทางในขณะนี้ ยังไม่พบสัญญาณที่ชัดเจนว่า กระแสเม็ดเงินจะกลับมาในเร็ววัน
ความคิดเห็น 0