Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิทโกชี้ IPO หนุนความน่าเชื่อถือ คาด TAM ตลาดคริปโตโตอีก 2 เท่าหากมีกฎชัดเจน

การเปลี่ยนแปลงทางกฎระเบียบครั้งใหญ่กำลังสร้างแรงผลักดันให้กับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล โดยไมค์ เบลชีย์(Mike Belshe) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบิทโก(BitGo) ระบุว่า การกำหนดแนวทางที่ชัดเจนยิ่งขึ้นได้ขยายขอบเขตการเติบโตของตลาดคริปโตอย่างรวดเร็ว พร้อมชี้ว่า ‘การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์’ หรือ IPO กลายเป็นยุทธศาสตร์หลักในการขยายตัวของอุตสาหกรรมนี้

เบลชีย์เปิดเผยในบทสัมภาษณ์ล่าสุดว่า “ในช่วงปีที่ผ่านมา มูลค่ารวมของตลาดที่สามารถเข้าถึงได้ (Total Addressable Market) เติบโตขึ้นกว่า 3 เท่า” โดยแสดงความเชื่อมั่นว่า หากมีการออกกฎเกณฑ์ที่ ‘ชัดเจน’ มากขึ้นในอนาคต TAM อาจขยายได้อีกเป็น 2 เท่าหรือมากกว่านั้น ซึ่งเขายกให้การเปลี่ยนจุดยืนของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ(SEC) เป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญ

บริษัทบิทโกได้ยื่นเรื่องขอ IPO ต่อกระดานหุ้นสหรัฐตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยเบลชีย์ให้ความเห็นว่า IPO ไม่ได้เป็นเพียงช่องทางในการระดมทุน แต่เป็นเครื่องมือในการสร้าง‘ความน่าเชื่อถือ’ กับภาคการเงินแบบดั้งเดิม และช่วยยกระดับการเติบโตของตลาด “แม้จะมีต้นทุนสูง ทั้งในแง่ของการประกัน การตรวจสอบบัญชี และความโปร่งใส แต่ในระยะยาว IPO คือโอกาสสำคัญที่เราต้องคว้าไว้” เขาย้ำ

เบลชีย์เผยว่า ค่าใช้จ่ายในการคงสถานะบริษัทจดทะเบียนอยู่ที่ราวปีละ 14.5–20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 210–290 พันล้านวอน แม้จะมีอุปสรรคเรื่องค่าใช้จ่าย แต่เขากล่าวว่า ‘ความต้องการจากลูกค้าองค์กรที่ต้องการทำธุรกิจกับบริษัทจดทะเบียน’ มีมูลค่าสูงยิ่งกว่า

อย่างไรก็ดี ความซับซ้อนทางบัญชีและความเข้าใจที่จำกัดของนักลงทุนจากภาคการเงินแบบดั้งเดิมยังคงเป็นความท้าทาย เบลชีย์ระบุว่า มาตรฐานบัญชี GAAP ของสหรัฐยังไม่สามารถสะท้อนความซับซ้อนทางรายได้ของอุตสาหกรรมคริปโตได้อย่างเหมาะสม โดยระบุว่า “ในบางกรณียังจำเป็นต้องขอข้อยกเว้นพิเศษจาก SEC เพื่อประยุกต์ใช้รูปแบบประเมินรายได้แบบไม่เป็นมาตรฐาน”

เขาเล่าต่อไปว่า ระหว่างกระบวนการ IPO นักลงทุนส่วนใหญ่ยังมีคำถามพื้นฐานอย่าง ‘Private Key คืออะไร’ แสดงให้เห็นว่า ภาคการเงินดั้งเดิมยังห่างไกลจากการเข้าใจในเทคโนโลยีนี้อย่างแท้จริง “เขาก็ยังอยู่บนเกาะกาลาปาโกสของตัวเอง ไม่รู้เลยว่าเทคโนโลยีอย่างคริปโตสามารถเปลี่ยนอะไรได้บ้าง” เบลชีย์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา

เมื่อมองไปในอนาคต เบลชีย์เชื่อว่าการ‘โทเคนไนซ์’สินทรัพย์ทุกประเภทคืออนาคตของตลาด โดยอ้างถึงคำพูดของแลร์รี ฟิงค์(Larry Fink) ซีอีโอของแบล็คร็อกว่า “ไม่ว่าจะเป็นพันธบัตร โทเคน หรือสินทรัพย์ประเภทใดก็ตาม ทุกอย่างจะถูกโทเคนไนซ์ในที่สุด” เขากล่าวว่า บิทโกกำลังพัฒนาโครงข่ายการชำระเงินแบบออฟเชนที่ปลอดภัย ซึ่งจะสามารถให้ผู้ใช้งานชำระเงินระหว่างกันแบบเรียลไทม์

ในด้านของระบบชำระเงินยุคใหม่ สเตเบิลคอยน์ได้รับความสนใจอย่างมาก เบลชีย์เปรียบเทียบว่า “มันดีกว่าระบบโอนเงินแบบเดิมที่ธนาคารใช้อยู่ตอนนี้มาก” เขายังตั้งข้อสังเกตว่า โครงสร้างของสเตเบิลคอยน์ที่สามารถมอบดอกเบี้ยให้ผู้ถือ มีแนวโน้มที่จะ ‘ท้าทายโมเดลรายได้ดั้งเดิมของธนาคาร’

สำหรับแนวคิด Web3 เบลชีย์ระบุว่ามันไม่ได้เป็นเพียงก้าวต่อไปของเทคโนโลยี แต่คือการขยับเข้าสู่ขอบเขตของ ‘เงินและกฎระเบียบ’ อย่างเต็มรูปแบบ “Web3 กำลังเปลี่ยนจากการเน้นข้อมูลไปสู่การเน้นการเงิน และบ่งบอกว่าผู้ใช้งานต้องมี ‘ความรับผิดชอบส่วนบุคคล’ มากกว่าเดิม”

แม้หลายคนยังมองว่าบิทโกเป็นเพียงผู้ให้บริการเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัล แต่เบลชีย์ยืนยันว่า พวกเขาคือ ‘ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน’ ที่มุ่งเน้นสร้างระบบที่ปลอดภัย พร้อมสอดคล้องกับกฎระเบียบ “เราไม่ได้ขายแค่ซอฟต์แวร์ แต่เรามอบโครงสร้างพื้นฐานที่ยึดตามกฎหมาย” เขาระบุ

บิทโกยังเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการสเตกกิ้งรายใหญ่ที่สุดในโลก โดยเชื่อมต่อสินทรัพย์จากหลายบล็อกเชนเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านเครือข่ายที่ซับซ้อน พร้อมเน้นสร้าง“คุณค่า” จากภายใน แทนที่จะพึ่งพาการควบรวมกิจการ(M&A) โดยเชื่อว่าการเข้าตลาดหุ้นจะเป็นเครื่องมือเพื่อความอยู่รอดและขยายธุรกิจในระยะยาว

เบลชีย์ยังกล่าวถึงจุดเชื่อมต่อระหว่างโลกการเงินแบบเดิมกับคริปโตว่า “โลกการเงินแบบเดิมยังคิดว่า ‘ไปที่ตลาดซื้อขายเจ้าใหญ่ๆ แล้วจะได้ราคาที่ดีที่สุด’ แต่นั่นคือความเข้าใจที่ผิด” โดยบิทโกมีเครือข่ายตลาดซื้อขายของตัวเอง ซึ่งเชื่อมต่อตรงกับผู้ให้บริการสภาพคล่องหลายราย ช่วยให้เสนอราคาที่ดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

“นวัตกรรมจะเป็นฝ่ายชนะเสมอ ตราบใดที่รัฐบาลไม่ออกมาตรการขัดขวาง” เบลชีย์สรุป พร้อมย้ำว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อภาครัฐและเอกชนสามารถหาจุดสมดุลได้ในการพัฒนา

‘กฎระเบียบที่ชัดเจน’, ‘การนำบริษัทเข้าตลาดหุ้น’ และ ‘เทคโนโลยีที่พลิกโฉม’ คือสามหัวใจสำคัญที่กำลังขับเคลื่อนวงการคริปโตให้เติบโตพร้อมก้าวสู่อนาคตในระดับมหภาค

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1