‘ความฝันของไซเบอร์พังก์’ กำลังเลือนหาย? ผู้ก่อตั้ง Zแคชเตือนอนาคตคริปโตอาจซ้ำรอยลินุกซ์
ซูโก วิลค็อกซ์(Zooko Wilcox-O’Hearn) ผู้ร่วมก่อตั้ง Zแคช(Zcash) ออกมากล่าวเตือนถึงอนาคตของวงการสกุลเงินดิจิทัล โดยมองว่าทิศทางปัจจุบันเริ่มห่างไกลจากอุดมการณ์ ‘ไซเบอร์พังก์’ ที่เคยยึดถือ พร้อมเปรียบเทียบสภาพการณ์นี้กับประวัติลินุกซ์ว่า แม้จะเป็นนวัตกรรมที่ทรงพลัง แต่กลับกลายเป็นเครื่องมือของคนกลุ่มน้อย อีกทั้งวิลค็อกซ์ย้ำว่า ‘ประสบการณ์ผู้ใช้งาน (UX)’ จะเป็นกุญแจสำคัญสู่การขยายตัวของอุตสาหกรรม มากกว่าการพัฒนาแต่เพียงด้านเทคโนโลยี
วิลค็อกซ์ชี้ให้เห็นว่า เทคโนโลยีลินุกซ์แม้จะเปี่ยมไปด้วยศักยภาพ แต่เพราะ UX ที่ไม่เป็นมิตรกับผู้ใช้ทั่วไป ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงคนหมู่มากได้ และสุดท้ายกลายเป็นเครื่องมือของผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เขาเตือนว่าเส้นทางเดียวกันนี้ อาจรออยู่สำหรับคริปโต หากไม่เร่งปรับปรุงประสบการณ์ใช้งานให้เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไป โดยกล่าวว่า “หากปรากฏการณ์นี้ยังดำเนินต่อไป คริปโตอาจกลายเป็นแค่เครื่องมือสำหรับคนวงใน ไม่ใช่เครื่องมือของประชาชน”
นอกจากนี้ วิลค็อกซ์แสดงความผิดหวังว่า ขบวนการไซเบอร์พังก์ที่เคยยืนหยัดเพื่อ ‘ความเป็นส่วนตัว เสรีภาพ และอธิปไตยของปัจเจก’ กลับหันเหเข้าสู่ระบบทุนแบบวอลล์สตรีท เขาชี้ว่าไซเบอร์พังก์ในอดีตสร้างเทคโนโลยีเพื่อตอบตัวเองเป็นหลัก แต่ไม่สามารถขยายหลักการไปสู่กลุ่มคนทั่วไปได้อย่างแท้จริง พร้อมเตือนว่า “เรากำลังพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเทคโนโลยี ไม่ใช่เพื่อมนุษย์ ความคิดนี้ควรเปลี่ยนโดยด่วน”
เขายังเสนอว่า เพื่อให้คริปโตเติบโตได้อย่างแท้จริง อุตสาหกรรมต้องตั้งเป้าสู่ ‘ผู้ใช้งาน 100 ล้านคน’ และยกระดับ UX อย่างเป็นรูปธรรม “การมีผู้ใช้ระดับ 100 ล้านคนไม่ใช่แค่เป้าหมายเชิงพาณิชย์ แต่เป็นเกราะกำบังทางการเมืองต่อแรงกดดันจากภาครัฐ” วิลค็อกซ์ระบุ พร้อมเสริมว่าแม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้าแค่ไหน แต่หาก UX ยังซับซ้อนเกินไป ก็ไม่มีทางนำไปสู่การใช้งานอย่างแพร่หลาย ตัวอย่างเช่น Zแคชกำลังก้าวสู่ UX ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ผ่านกระเป๋าดิจิทัลใหม่ในชื่อ ‘Zashi’
เมื่อพูดถึงปัญหาเรื่องความเป็นส่วนตัวในยุค AI วิลค็อกซ์เตือนว่า “AI สามารถจับพฤติกรรมมนุษย์ได้แม่นยำกว่าคนเสียอีก” ยิ่งเป็นการยากที่ใครจะซ่อนตัวจากระบบที่พร้อมวิเคราะห์การทำธุรกรรมบนเครือข่ายบล็อกเชนอย่างชัดเจน เขาชี้ว่า สิ่งจำเป็นในยุคนี้คือการออกแบบระบบที่จัดเก็บข้อมูลอย่างปลอดภัยและกระจัดกระจาย โดยเรียกแนวคิดนี้ว่า ‘คุณค่าที่อยู่นิ่ง (value at rest)’
ในมุมมองของวิลค็อกซ์ Zแคชถือเป็นโปรเจกต์ที่ทดลองการสร้างระบบอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านเงินทุนและการบริหารจัดการ เขายกตัวอย่าง ‘กองทุนเพื่อการพัฒนา’ ที่จัดสรร 20% ของรางวัลจากแต่ละบล็อกให้กับการพัฒนาชุมชน โดยมีการทบทวนและต่ออายุทุก 4 ปี ซึ่งเขาเรียกว่าการทำข้อตกลงเชิงสังคมระหว่างผู้มีส่วนร่วม นอกจากนี้ยังทดลองโครงสร้างการบริหารแบบกระจายอำนาจ ด้วยการแบ่งสิทธิออกเสียงระหว่างผู้ถือโทเคนและคณะกรรมการอิสระ
ท้ายที่สุด วิลค็อกซ์กล่าวอย่างมีความหวังว่า หากคริปโตประสบความสำเร็จ เทคโนโลยีจากโลก Web3 จะสามารถสร้างแรงกระเพื่อมให้โลกการเงินแบบเดิมนำบางฟีเจอร์ไปปรับปรุงตัวเอง และส่งผลให้ระบบโดยรวมดีขึ้น แต่เขายืนยันว่าหากปราศจาก *ความเป็นส่วนตัว* อย่างแท้จริง ก็ไม่อาจเรียกคริปโตว่าเป็นเครื่องมือแห่งเสรีภาพได้ และสรุปว่า สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเทคโนโลยีคือ ‘ผู้ใช้งาน, คน และโครงสร้างสังคมที่ยั่งยืน’ ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นตัวชี้ชะตาว่า คริปโตจะเลือนหายเหมือนลินุกซ์ หรือจะกลายเป็นรากฐานใหม่ของโลกใบนี้ได้จริงหรือไม่
ความคิดเห็น 0