อีเธอเรียม(ETH) กำลังต่อสู้เพื่อรักษาระดับแนวรับ ‘2,000 ดอลลาร์’ หรือราว 292,000 บาท ซึ่งนักวิเคราะห์หลายรายมองว่าเป็นจุดชี้ขาดต่อแนวโน้มระยะกลางถึงยาวของคริปโตอันดับสองของโลกในเชิงมูลค่าตลาด โดยขณะนี้ราคายังคงเคลื่อนไหวใกล้บริเวณดังกล่าว หลังจากการปรับฐานอย่างหนักในช่วงก่อนหน้า ส่งผลให้สถานการณ์กลายเป็นช่วงตัดสินทิศทางว่าจะกลับตัวขึ้นหรือลงต่อ
จากข้อมูลฝั่งเทคนิคล่าสุด ระดับ 2,000 ดอลลาร์ถือเป็นแนวรับสำคัญ เนื่องจากเคยทำหน้าที่เป็นพื้นที่สะสมก่อนเกิดการเคลื่อนไหวใหญ่ในอดีต นอกจากนี้ ตลาดยังไม่ได้แสดงอาการ ‘เร่งขาย’ หลังปรับตัวลงอย่างรุนแรง ซึ่งสะท้อนว่าแรงขายน่าจะเริ่มอ่อนแรงลงแล้วในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม หากอีเธอเรียมไม่สามารถยืนเหนือระดับนี้ได้ การดีดตัวจากช่วงนี้อาจกลายเป็นเพียงการ ‘พักตัวชั่วคราว’ ก่อนเข้าสู่คลื่นขาลงรอบใหม่
ในแง่มุมของกราฟราย 4 ชั่วโมง แผนภาพระยะสั้นบ่งชี้ว่า ตลาดกำลังเผชิญกับโครงสร้าง ‘การอัดตัวของราคาลดลง (bearish compression)’ โดยแม้ราคาจะยังตรึงตัวอยู่เหนือระดับแนวรับหลัก แต่แนวต้านก็ปรากฏชัดว่ากำลังตามลงเรื่อย ๆ ความกดดันจากภาวะนี้อาจเปิดทางให้กับการฟื้นตัวเล็กน้อยจากแรงซื้อระยะสั้น หรือจากการ ‘ปิดสถานะขายชอร์ต (short covering)’ แต่โอกาสที่จะเกิดแนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจนยังคงจำกัดในตอนนี้
ในทางปัจจัยพื้นฐาน สัญญาณจาก ‘ดัชนีพรีเมียมของคอยน์เบส (Coinbase Premium Index)’ ยังคงส่งสัญญาณในเชิงลบต่ออีเธอเรียม โดยดัชนีนี้สะท้อนราคาซื้อขายของ ETH บนคอยน์เบส ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มของสหรัฐ กับราคาเฉลี่ยของตลาดโลก ปัจจุบัน ดัชนีอยู่ในระดับ ‘ติดลบลึก’ แสดงให้เห็นว่าราคาบนคอยน์เบสต่ำกว่าตลาดอื่นอย่างมีนัยสำคัญ ความเคลื่อนไหวเช่นนี้บ่งชี้ว่านักลงทุนสถาบันในสหรัฐยังคงระมัดระวังสูง และขาดความต้องการในระยะนี้
จุดน่าสนใจคือ ในอดีต ทุกครั้งที่อีเธอเรียมเริ่มพลิกตัวเป็นขาขึ้น ดัชนีพรีเมียมของคอยน์เบสจะกลับมาเป็นบวกก่อนเสมอ ซึ่งหมายความว่า ตลาดยังไม่เข้าสู่รอบฟื้นตัวอย่างแท้จริง หากไม่มีสัญญาณการกลับเข้าซื้อจากนักลงทุนรายใหญ่ ก็อาจต้องใช้เวลาอีกระยะ เพื่อให้ราคาสะสมแรงใหม่
ด้วยภาพรวมทั้งหมดนี้ อีเธอเรียมยังคงเผชิญแรงกดดันจากรอบการปรับฐาน และ 2,000 ดอลลาร์ยังคงเป็นแนวรับยุทธศาสตร์ หากราคาหลุดจากบริเวณนี้ แรงขายอาจรุนแรงขึ้นอีกขั้น แต่หากสามารถรักษาพื้นที่ไว้ได้ แรงสะสมอาจส่งผลให้เข้าสู่ช่วงพักตัวในกรอบ 2,000–3,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 292,000–438,000 บาท จนกว่าตลาดจะมีตัวกระตุ้นใหม่เข้าสู่ภาพรวมอีกครั้ง
ความคิดเห็น 0