ปริมาณสัญญาคงค้างของผลิตภัณฑ์อนุพันธ์ริปเปิล(XRP) ร่วงต่ำสุดในรอบ 3 เดือน ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่า นี่อาจเป็นสัญญาณของการ ‘รีเซ็ตตลาด’ และเปิดทางให้เกิดการฟื้นตัวในระยะต่อไป
เมื่อวันที่ 3 (เวลาท้องถิ่น) CryptoQuant แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลบนเชน รายงานว่า ปริมาณ ‘สัญญาคงค้าง’ ของ XRP บนกระดานไบแนนซ์อยู่ที่ประมาณ 406 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5,927 ล้านบาท) ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว สะท้อนว่าเกิดการลดเลเวอเรจขนาดใหญ่และปิดสถานะจำนวนมากในช่วงราคาที่ปรับลงอย่างรุนแรงก่อนหน้านี้
XRP ปรับตัวลดลงราว 26% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ท่ามกลางภาวะอ่อนแรงของตลาดคริปโตโดยรวม โดยเฉพาะแรงขายหนักในช่วงสุดสัปดาห์ก่อน ที่แม้จะส่งผลให้ตลาดยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แต่ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า ตลาดกำลังอยู่ในช่วงการ ‘ปรับโครงสร้าง’ และอาจเข้าสู่จุดเริ่มต้นของรอบใหม่
‘CryptoQuant’ วิเคราะห์ว่า เมื่อตลาดหมดเลเวอเรจที่มากเกินไป การเคลื่อนไหวของราคาจะกลับมาเป็นธรรมชาติมากขึ้น และหากมีสัญญาณการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมบนเชน ก็มีโอกาสที่ราคาของ XRP จะฟื้นตัวได้อย่างมั่นคง
ขณะเดียวกัน ด้านปัจจัยเชิงเทคนิคก็เริ่มส่งสัญญาณคล้ายกัน นักวิเคราะห์คริปโตชื่อ ‘Egrag Crypto’ ระบุว่า ดัชนี RSI ของ XRP ร่วงลงสู่ระดับ 45–50 ซึ่งในอดีตถือเป็นแนวรับสำคัญที่เคยกระตุ้นการฟื้นตัวของราคา และรอบนี้การลดลงของ RSI อาจเกิดจากการเคลียร์สถานะของ ‘ผู้ถือเหรียญรายใหญ่’ มากกว่านักลงทุนรายย่อย
เขายังชี้ว่า การที่ RSI ปรับตัวลงจากระดับสูงใกล้ 80 ลงมาในเวลารวดเร็ว ทำให้ XRP เข้าสู่ภาวะ ‘รีเซ็ตเต็มรูปแบบ’ (full reset) ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่เอื้อต่อการเริ่มการสะสมใหม่ อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่า RSI ควรยืนเหนือระดับ 43 เพื่อไม่ให้เสียโมเมนตัม
ด้านความเชื่อมั่นจากตลาดสถาบันยังคงแข็งแกร่ง ข้อมูลจาก SoSoValue ระบุว่า เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ETF ริปเปิลในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าใหม่รวมกว่า 19.46 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 284 ล้านบาท) โดย ETF จากฝั่งแฟรงคลินมีเงินไหลเข้าสูงสุด 12.13 ล้านดอลลาร์ ตามด้วยของ Bitwise 4.8 ล้านดอลลาร์ และ Grayscale 2.51 ล้านดอลลาร์
ในช่วงเวลาเดียวกัน ETF บิตคอยน์(BTC) พบการไหลออกของเงินทุนกว่า 272 ล้านดอลลาร์ ขณะที่อีเธอเรียม(ETH) มีเงินไหลเข้าเพียง 14 ล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นว่า XRP ยังคงได้รับความสนใจอย่างแข็งแกร่งจากภาคสถาบัน
ความคิดเห็น: การฟื้นตัวของ XRP อาจยังไม่เกิดขึ้นทันที แต่หลายปัจจัยกำลังชี้ว่า ตลาดได้ผ่านช่วงของความร้อนแรงจากเลเวอเรจไปแล้ว นี่อาจเป็นจังหวะ ‘ตั้งหลักใหม่’ ก่อนเข้าสู่ขาขึ้นครั้งต่อไป โดยเฉพาะเมื่อแรงหนุนจาก ETF และความสนใจของนักลงทุนรายใหญ่ยังคงอยู่บนกราฟ
ความคิดเห็น 0