ราคาของริปเปิล(XRP) ยังคงอยู่ในภาวะกดดัน หลังข้อมูลจากเครือข่ายบล็อกเชนแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่อ่อนแอ ทั้งในด้านปริมาณการเทรดและกิจกรรมของนักลงทุนรายย่อย ซึ่งส่งผลให้ตลาดเริ่มตั้งคำถามถึงโอกาสฟื้นตัวในระยะใกล้ บางฝ่ายถึงขั้นมองว่า XRP ได้เข้าสู่ระยะ ‘ถดถอยเงียบ’ เป็นที่เรียบร้อย
ปัจจุบัน XRP ถูกซื้อขายอยู่ที่ 1.60 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นแนวรับที่สำคัญในทางเทคนิค แต่สัญญาณต่างๆ บ่งชี้ว่า แนวรับนี้อาจร่วงลงในไม่ช้า โดยเฉพาะเมื่อพิจารณายอดเงินที่ไหลออกจาก ETF ที่อิงกับ XRP ตลอดช่วงเดือนมกราคม ซึ่งเกินกว่ายอดเงินที่ไหลเข้า สะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนเริ่มลดน้อยลง
จากข้อมูลบนเครือข่าย XRP เลดเจอร์ พบว่าจำนวนกระเป๋าสตางค์ที่มีการใช้งานอยู่ล่าสุดอยู่ที่ 15,743 ใบ ถือเป็นระดับต่ำที่สุดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปีก่อน นอกจากนี้ ‘อัตราการหมุนเวียนของโทเคน’ หรือ token velocity ก็ลดลงจนไม่สามารถรักษาแนวโน้มขาขึ้นได้ เสริมภาพรวมของตลาดว่า กิจกรรมเพื่อการใช้งานจริงเริ่มเบาบางลง ขณะที่การซื้อขายแบบระยะสั้นเข้ามาแทนที่
ตลาดอนุพันธ์ของ XRP ก็ไม่ต่างกัน โดยมูลค่าของสัญญาคงค้าง (Open Interest) ลดลงมาอยู่ที่ราว 2.9 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบหนึ่งปี ความเคลื่อนไหวนี้ตอกย้ำว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนกำลังสั่นคลอนอย่างหนัก
ด้านเทคนิค XRP ยังคงเคลื่อนไหวภายในกรอบขาลง แม้จะพยายามดีดตัวแตะระดับแนวต้านที่ 2.20 ดอลลาร์ แต่สุดท้ายก็อ่อนแรงลงและหล่นกลับมาที่ระดับ 1.60 ดอลลาร์อีกครั้ง ทำให้ค่า RSI ลดลงเหลือ 28 ซึ่งอยู่ในเขต 'ขายมากเกินไป' แม้ว่าจะอาจเกิดการฟื้นตัวระยะสั้น แต่ก็ยังไม่มีสัญญาณยืนยันการเปลี่ยนแนวโน้ม หากไม่สามารถปิดราคาเหนือ 2.20 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง ทิศทางในอนาคตก็จะยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันต่อไป โดยหากแนวรับ 1.60 ดอลลาร์พังลง แนวรับถัดไปจะอยู่ที่ 1.40 ดอลลาร์ ซึ่งแม้อาจมีแรงซื้อรองรับ แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนจะยังเหลืออยู่หรือไม่
ขณะที่ XRP กำลังเผชิญวิกฤตความเชื่อมั่น เงินทุนจากนักลงทุนส่วนหนึ่งเริ่มไหลไปยังโปรเจกต์ใหม่ๆ โดยหนึ่งในโครงการที่ได้รับความสนใจในช่วงนี้คือ บิทคอยน์ ไฮเปอร์(Bitcoin Hyper) ซึ่งเป็นเลเยอร์ 2 ที่อยู่บนบล็อกเชนของบิตคอยน์(BTC) และตั้งเป้ารวมข้อดีของโซลานา(SOL) เช่น ความเร็วและต้นทุนต่ำเข้ากับระบบของบิตคอยน์
บิทคอยน์ ไฮเปอร์ วางตำแหน่งตัวเองเป็นโครงการแบบ ‘มัลติยูส’ ที่รองรับการใช้งานหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตคอนแทรกต์ แอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์(dApp) รวมถึงโทเคนสายมุกอย่างมีมคอยน์ โดยโทเคน '$HYPER' ของโครงการสามารถระดมทุนล่วงหน้าได้แล้วกว่า 31 ล้านดอลลาร์ และแสดงผลตอบแทนจากการสเตกสูงสุดถึง 38% ความเคลื่อนไหวนี้อาจชี้ให้เห็นว่า นักลงทุนกำลังมองหาทางเลือกที่แสดงศักยภาพใหม่ ในสถานการณ์ที่เหรียญกลุ่มอัลท์คอยน์กำลังซบเซา
ทางทีมพัฒนาได้ยืนยันว่าได้ทำการตรวจสอบโค้ดอย่างละเอียด พร้อมเดินหน้าพัฒนาฟีเจอร์พื้นฐาน เช่น กระเป๋าเงิน สะพานเชื่อม และระบบสำรวจข้อมูลบนเครือข่าย ซึ่งสะท้อนจุดยืนที่มุ่งเน้นไปที่ ‘ประโยชน์ใช้งานจริง’ มากกว่าการเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว
ในภาพรวม โอกาสที่ XRP จะฟื้นตัวยังคงดูเลือนลาง หากไม่มีปัจจัยพื้นฐานอย่างการฟื้นตัวของกิจกรรมบนเครือข่าย ความเรียบง่ายเชิงเทคนิค และสัญญาณซื้อที่ชัดเจนจากตลาด ยังยากที่ XRP จะสามารถหลุดพ้นจากแนวโน้มเชิงลบและกลับมาแข็งแกร่งในระยะสั้น ความคิดเห็น: การฟื้นจากจุดนี้อาจต้องอาศัยอะไรที่มากกว่าด้านเทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความเชื่อมั่นใหม่จากผู้ใช้งานจริงอีกด้วย
ความคิดเห็น 0