ราคาของริปเปิล(XRP) ที่ร่วงลงกว่า 6% กลายเป็นประเด็นถกเถียงในหมู่นักลงทุน หลังจากที่บางสื่อเชื่อมโยงการลดลงนี้เข้ากับการถอนคำขอจดทะเบียน ETF ของบริษัทจัดการสินทรัพย์ *วิสดอมทรี(WisdomTree)* อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์คริปโตมองว่าเป็นการตีความที่คลาดเคลื่อน และ ‘ราคา XRP ที่ลดลง’ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการปรับฐานในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลโดยรวม
การรายงานของสื่อนอกที่พาดหัวว่า “XRP ร่วง 6% หลังมีข่าววิสดอมทรีถอน ETF” จุดชนวนความเข้าใจผิดในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์อิสระ *คริปโต เวนดี้(Crypto Wendy)* ได้ออกมาตอบโต้ในวิดีโอบนยูทูบ โดยระบุว่า “เป็นข่าวที่ทำให้เข้าใจผิดอย่างมาก” และย้ำว่า การลดลงของ XRP เป็นสัญญาณของการปรับฐานทั่วทั้งตลาดคริปโตซึ่งลดลงราว 10% ในช่วงเวลาเดียวกัน ไม่ใช่เพราะข่าวใดข่าวหนึ่งโดยเฉพาะ
ในส่วนของคำขอ ETF ที่ถูกถอน วิสดอมทรีได้ยื่นเอกสารสมัครกองทุน ETF สำหรับ XRP ต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ(SEC) ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ก่อนจะตัดสินใจถอนคำขอด้วยเหตุผลเชิงกลยุทธ์ ข้อมูลจากบัญชีวิเคราะห์ ETF บนทวิตเตอร์อย่าง *Jungle Inc* ชี้ว่า ไม่ควรตีความการถอนนี้เป็นสัญญาณลบ เนื่องจากตลาด ETF ของ XRP เริ่มมีการแข่งขันสูง พร้อมกับการอนุมัติเพิ่มเติมจากผู้เล่นรายใหญ่อย่าง *บิตไวส์(Bitwise)*, *แฟรงคลิน เทมเพิลตัน(Franklin Templeton)* และ *แคนนารี(Canary)*
"ไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่บริษัทจะถอนการยื่นคำขอ ETF หากมองว่าโอกาสในการได้รับการอนุมัติหรือสภาพตลาดไม่เหมาะสมในเวลานั้น" ความคิดเห็นจาก คริปโต เวนดี้ ที่ยังเสริมอีกว่า ขณะนี้ยังมีบริษัทอีก 6 รายที่รอคำอนุมัติ ETF ของ XRP อยู่ ซึ่งรวมถึง *เกรย์สเกล(Grayscale)*, *21Shares*, *บิตไวส์*, *แคนนารี*, *คอยน์แชร์ส(CoinShares)* และ *แฟรงคลิน เทมเพิลตัน(Franklin Templeton)*
ด้านความเคลื่อนไหวของบริษัทผู้ออก XRP อย่าง *ริปเปิล* ที่ยังไม่ได้เดินหน้าแผนเสนอขายหุ้น IPO อย่างเป็นทางการ ก็ถูกบางฝ่ายตีความว่าเป็นสัญญาณเชิงลบ แต่คริปโต เวนดี้เห็นว่าเป็นเรื่องปกติของการบริหารจัดการ ความล่าช้าใน IPO ไม่ได้หมายความว่าบริษัทหยุดเติบโต โดยย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2025 ริปเปิลเคยระดมทุนได้ถึง 500 ล้านดอลลาร์จากนักลงทุนรายใหญ่ เช่น *Citadel Fortress* และขณะนั้นมีมูลค่าบริษัทที่ประมาณ 40,000 ล้านดอลลาร์ เงินทุนนี้ถูกนำไปใช้สำหรับการซื้อกิจการ การขยายบริการ และรวมธุรกิจ มากกว่าเตรียมตัวเข้าตลาดหุ้น
ขณะเดียวกัน ริปเปิลยังเดินหน้าสร้างความเชื่อมโยงกับโลกการเงินดั้งเดิม (TradFi) โดยล่าสุดได้เข้าซื้อ *Solvexa* ซึ่งเป็นบริษัทด้านการบริหารสภาพคล่องผ่านบริษัทในเครือ *GT Treasury* จุดแข็งของเทคโนโลยีที่ริปเปิลได้มาคือการเร่งกระบวนการบัญชี การรายงานต่อหน่วยงานกำกับดูแล และเพิ่มความน่าเชื่อถือของข้อมูล ซึ่งช่วยให้ริปเปิลเพิ่มบทบาทจากบริษัทด้านการโอนเงิน ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงฟินเทคและการเงินดั้งเดิมเข้าด้วยกัน
สำหรับทิศทางของ XRP คริปโต เวนดี้ให้มุมมองว่า แม้จะยากต่อการคาดการณ์การทะลุระดับราคาในระยะสั้น แต่ ‘XRP อาจสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่า *บิตคอยน์(BTC)* ในเชิงความผันผวน’ ด้านสื่ออย่าง CNBC ก็จัดให้ XRP เป็นหนึ่งในเหรียญคริปโตที่ร้อนแรงที่สุดของปีนี้ อีกทั้งยังถูกมองว่าเป็น ‘อัลท์คอยน์ที่ทำกำไรสูงสุดกลุ่มหนึ่ง’ ความแข็งแกร่งของฐานนักลงทุนรายย่อยยังทำให้สถาบันการเงินหันมาสนใจมากขึ้นด้วย
ในท้ายที่สุด การผูกทิศทางของตลาดกับข่าวใดข่าวหนึ่งอาจทำให้เราพลาดการประเมินภาพรวมอย่างรอบด้าน ทั้งการแข่งขันในตลาด ETF และยุทธศาสตร์ทางธุรกิจของริปเปิลยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง จึงควรมองการถอน ETF หรือการเลื่อน IPO ของ XRP ในบริบทของพัฒนาการระยะยาว มากกว่าเพียงปฏิกิริยาทันทีในตลาด
ความคิดเห็น 0