บิตคอยน์(BTC) ราคาขยับเข้าใกล้ระดับ 74,000 ดอลลาร์อีกครั้ง ท่ามกลางความผันผวนในระยะสั้นซึ่งยังคงอยู่ ผู้เชี่ยวชาญบางรายมองว่าโซนระหว่าง ‘60,000–65,000 ดอลลาร์’ ถือเป็นระดับแนวรับที่ ‘มีความเป็นจริงมากที่สุด’ ในภาวะปัจจุบัน โดยมีปัจจัยกดดันจากทั้งความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาค ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และนโยบายภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ยิ่งสร้างความกังวลให้กับนักลงทุน
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนเมษายน 2024 บิตคอยน์เริ่มต้นแนวโน้มขาขึ้นและแตะจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 126,080 ดอลลาร์ในวันที่ 6 ตุลาคม แต่ขณะนี้ราคาร่วงลงมาราว 40% เมื่อเทียบกับจุดสูงสุด ส่งผลให้ตลาดเข้าสู่ภาวะไม่แน่นอนถึงทิศทางในอนาคต หลายฝ่ายประเมินว่าระดับราคาในปัจจุบันจะทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญ หากไม่มีแรงซื้อใหม่อย่างเพียงพอ
บรรยากาศการลงทุนเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก นับตั้งแต่การปรับฐานในช่วงครึ่งหลังของปี 2024 ผู้เล่นในตลาดเริ่มมีท่าทีระมัดระวังมากขึ้น แม้จะมีการดีดตัวกลับในช่วงสั้น แต่แรงขายกลับยังไม่หมดไป การซื้อขายยังคงถูกขับเคลื่อนด้วยความพยายามในการลดการขาดทุนมากกว่าความหวังว่าจะกลับมาเป็นขาขึ้น
ขณะที่ ทานิชา คาตารา (Tanisha Katara) ผู้เชี่ยวชาญด้านการกำกับดูแลคริปโต แสดงความคิดเห็นว่า บิตคอยน์มีโอกาสปรับฐานลงมาที่ช่วง 60,000–65,000 ดอลลาร์ได้ ซึ่งคิดเป็นการปรับลดราว 50% จากจุดสูงสุดในรอบนี้ โดยเธอมองว่านี่คือ ‘ระดับที่รุนแรงแต่พบได้บ่อย’ ในวัฏจักรราคาของบิตคอยน์ อย่างไรก็ตาม เธอไม่เห็นด้วยกับการคาดการณ์ว่าราคาจะร่วงหล่นไปจนถึงระดับ 30,000–35,000 ดอลลาร์ โดยระบุว่าเป็น “จินตนาการที่ขาดหลักฐาน”
คาตาราเน้นย้ำว่า บิตคอยน์กำลังเคลื่อนไหวคล้ายกับ ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ ทั่วไป ซึ่งได้รับแรงกดดันจาก ‘ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค’ อย่างเช่น นโยบายดอกเบี้ย และเหตุการณ์การเมือง โดยเฉพาะมาตรการเพิ่มภาษีนำเข้าของทรัมป์ ที่กระทบโดยตรงต่อตลาดการลงทุนทั่วโลก ความเชื่อนี้สะท้อนในตัวเลขเงินทุนที่ไหลออกจากกองทุน ETF ด้านคริปโตในช่วงเดือนที่ผ่านมา รวมแล้วกว่า 1.6 พันล้านดอลลาร์
กาวิน โทมัส(Gavin Thomas) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ TEN โปรโตคอล กล่าวเสริมว่า บิตคอยน์อาจสามารถตั้งฐานที่ระดับ ‘60,000 ดอลลาร์’ ได้ หากระดับแนวรับจิตวิทยาที่ 70,000 ดอลลาร์ไม่สามารถประคองราคาไว้ได้ โดยมองว่า จะต้องมีแรงขายอย่างรุนแรงจาก ‘ความตื่นกลัว’ จึงจะผลักราคาลงต่ำกว่าจุดนั้น แต่สิ่งสำคัญคือ บรรดานักลงทุนระยะยาวยังคงรักษาความมั่นคงในการถือครอง และผ่านรอบขาขึ้น–ขาลงมาหลายครั้งแล้ว ทำให้ความเสี่ยงที่จะเกิด ‘panic sell’ จากกลุ่มผู้ถือระยะยาวนั้นแทบจะไม่มีเลย
ในระยะสั้น เดือนกุมภาพันธ์ดูเหมือนจะยังเป็นช่วงพักฐานของตลาดคริปโต ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าความระมัดระวังยังจำเป็น โดยเงินทุนใหม่เข้าสู่ตลาดลดลง จำนวนโครงการที่เปิดตัวใหม่ก็เบาบาง แม้แต่การเสนอเหรียญแบบ ICO ก็มีให้เห็นน้อยลง คาดว่ามีเพียงโครงการที่เตรียมการตลาดไว้ดีเท่านั้นที่จะสามารถสร้างกระแสได้
ราคาบิตคอยน์ในอนาคตอันใกล้ อาจยังคงอยู่ในช่วง ‘เด้งหลอก’ ที่ดีดกลับเล็กน้อยแล้วดิ่งลงต่อ ‘ไม่มีแนวโน้มที่ชัดเจน’ จนกว่าจะมีการสะสมราคาในช่วงราคาหนึ่งได้อย่างมั่นคง ผู้เชี่ยวชาญแนะให้นักลงทุนให้ความสำคัญกับ ‘การรักษาเงินทุน’ ไว้ก่อนผลกำไร เพราะยังเป็นช่วงเวลาที่ผันผวนและขับเคลื่อนด้วยข่าวสารเชิงลบเป็นหลัก
‘ความอดทน’ จึงยังคงเป็นคำสำคัญที่สุดของตลาดในเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ยังเต็มไปด้วยความเสี่ยงทั้งจากปัจจัยภายนอกและนโยบายของภาครัฐ รวมถึงการเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนจากฝั่งสหรัฐฯ และจีน.
ความคิดเห็น 0