**สหรัฐฯ ย้ำชัด ‘ไม่ช่วยเหลือบิตคอยน์’ แม้ตลาดคริปโตถล่ม**
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) สหรัฐอเมริกาออกแถลงจุดยืนชัดเจนว่า จะไม่เข้าแทรกแซงหรือตรึงราคาตลาดคริปโต หากเกิดเหตุราคาร่วงอย่างรุนแรง โดยเฉพาะกับ ‘บิตคอยน์(BTC)’ ที่ส่อเค้าดิ่งลงต่อเนื่อง หนึ่งในผู้ให้ข้อมูลคือ สก็อตต์ เบซันต์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่กล่าวในระหว่างการเข้าร่วมการไต่สวนของสภาคองเกรสว่า “ไม่มีทั้งสิทธิ์และหน้าที่ทางกฎหมายใดๆ ที่จะเข้าช่วยเหลือบิตคอยน์ ถึงแม้จะเกิดภาวะสั่นคลอนในตลาด”
ขณะเดียวกัน เบซันต์ยังเน้นว่า “นักลงทุนต้องตระหนักถึงความเสี่ยง inherent ของสินทรัพย์แบบไร้ศูนย์กลาง และรับผิดชอบตนเองต่อการลงทุนในตลาดคริปโต” จุดยืนนี้สะท้อนแนวทางล่าสุดจากรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ย้ำความ ‘ไม่คุ้มครอง’ (non-backstop) ต่อสินทรัพย์ดิจิทัล และหลีกเลี่ยงการกำกับโดยตรงในภาคส่วนนี้
การแถลงของเบซันต์มีขึ้นในช่วงเวลาที่ตลาดคริปโตประสบแรงเทขายอย่างหนัก โดย *ราคาบิตคอยน์ร่วงลงมายืนที่ระดับต้น 70,000 ดอลลาร์* (ประมาณ 1,022,000 บาท) และ *อีเธอเรียม(ETH)* ก็ลดลงต่ำกว่า 2,200 ดอลลาร์ (ประมาณ 321,000 บาท) ความชัดเจนของรัฐในแนวทาง ‘ปล่อยมือ’ ยิ่งส่งแรงสะเทือนต่อการตัดสินใจของนักลงทุน
**TRM Labs ขึ้นแท่นยูนิคอร์น ด้วยมูลค่า 1.4 หมื่นล้านบาท มุ่งใช้ AI ต้านไซเบอร์อาชญากรรม**
TRM แล็บส์(TRM Labs) บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนได้ระดมทุนสำเร็จในรอบ Series C มูลค่า *70 ล้านดอลลาร์* (ราว 1,024 ล้านบาท) ผลักดันมูลค่าบริษัททะลุเกิน *10,000 ล้านดอลลาร์* (ประมาณ 14,605 ล้านบาท) ขึ้นแท่นยูนิคอร์นแห่งล่าสุดของวงการคริปโต
รายชื่อนักลงทุนที่เข้าร่วมมีทั้งบริษัทระดับโลก เช่น บล็อกเชนแคปิตอล, โกลด์แมน แซคส์, เบสเซเมอร์ เวนเจอร์ พาร์ทเนอร์ส, เบรเวน ฮาเวิร์ด ดิจิทัล และ ซิตี้เวนเจอร์ส สะท้อนความเชื่อมั่นในโมเดลธุรกิจการใช้ ‘AI ตรวจจับอาชญากรรมในโลกดิจิทัล’
เอสเตบัน คาสทาโญ ซีอีโอของ TRM แล็บส์ ให้ความเห็นว่า “เรากำลังสร้าง AI สำหรับแก้ปัญหาที่กระทบความมั่นคงของชาติ ความปลอดภัยของสาธารณะ และความมั่นคงทางการเงิน” พร้อมชี้ว่า การระดมทุนครั้งนี้เป็นสัญญาณจากภาคการเงินแบบดั้งเดิม ที่เริ่มตระหนักถึง *บทบาทของ AI ในการรักษาความปลอดภัยเชิงรับ* ของเครือข่ายบล็อกเชน
**‘ธุรกรรมหลอก’ บนอีเธอเรียมพุ่ง 11% หลังอัปเกรด ‘Fusaka’ ผู้โจมตีใช้ค่าธรรมเนียมราคาถูกปล่อยสแปม**
ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน *Coin Metrics* เผยว่า หลังการอัปเกรด ‘ฟูซากะ(Fusaka)’ ของอีเธอเรียมเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ค่าธรรมเนียมธุรกรรมลดลงอย่างมาก กลับกลายเป็นโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีใช้ถล่มระบบด้วยธุรกรรมขยะ (spam) โดยตรวจพบว่า *11% ของธุรกรรมทั้งหมดบนเครือข่ายเป็นลักษณะ ‘โจมตีด้วยการปนเปื้อน’ (address poisoning)*
จากการวิเคราะห์พบว่า ตั้งแต่พฤศจิกายน 2025 ถึงมกราคม 2026 มีกว่า *227 ล้านรายการเปลี่ยนแปลงยอดเงิน USDC และ USDT* ผ่านอีเธอเรียม หนึ่งในสามของจำนวนนี้เป็นธุรกรรมมูลค้าน้อยกว่า *1 ดอลลาร์* และ *38%* ต่ำกว่า 0.01 ดอลลาร์ ซึ่งไม่มีจุดประสงค์ทางเศรษฐกิจ แต่กลับเน้นปั่นป่วนหรือหลอกหลวงผู้ใช้งานด้วย *โทเคนขยะ*
Coin Metrics ระบุว่า “มีจำนวนกระเป๋าที่มีเศษหน่วยอีเธอเรียมต่ำกว่า 1 ETH เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว” แนวโน้มนี้โผล่ชัดหลังค่าธรรมเนียมลดลง ซึ่งก่อนหน้า การโจมตีแบบนี้มีแค่ *3–5% ของธุรกรรม*, หรือ *15–20%* ของผู้ใช้งาน แต่ตอนนี้เพิ่มขึ้นเป็น *10–15% และ 25–35%* ตามลำดับ
แม้จะมีธุรกรรมก่อกวนนับล้านรายการ แต่ระบบโดยรวมยังคงมั่นคง โดย *57% ของการเปลี่ยนยอดเงินยังเป็นธุรกรรมมูลค่ามากกว่า 1 ดอลลาร์* ตลาดคริปโตอาจขยายตัวต่อไป แต่อาชญากรรมทางไซเบอร์ก็พัฒนารูปแบบตามไปด้วย — ความปลอดภัยจึงเป็นกุญแจสำคัญที่อุตสาหกรรมต้องร่วมกันรับมืออย่างจริงจัง
*คำสำคัญ: บิตคอยน์, อีเธอเรียม, TRM Labs, Fusaka, address-poisoning, AI, ความมั่นคง, ค่าธรรมเนียม, โกงคริปโต*
ความคิดเห็น 0