Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

โคอินเบส-ชอปิฟายเดินหน้าทดสอบระบบชำระเงิน USDC ผ่าน Base โตช้าแต่มีหวัง

ระบบรับชำระเงินด้วยคริปโตของโคอินเบสและชอปิฟายมีแนวโน้มขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้จะเปิดตัวมาแล้วกว่า 8 เดือน โดยในช่วงเวลานี้ การชำระเงินผ่านเหรียญยูเอสดีคอยน์(USDC) บนโปรโตคอล ‘Commerce Payments’ มียอดธุรกรรมรวมเพียงประมาณ 1.75 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ยังห่างไกลจากศักยภาพของระบบอีคอมเมิร์ซระดับโลกอย่างชอปิฟาย

ระบบชำระเงินดังกล่าวเปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายน 2025 โดยเป็นความร่วมมือระหว่างชอปิฟาย, โคอินเบส และสไตรป์ มีเป้าหมายคือสนับสนุนการรับชำระเงินด้วยเหรียญ USDC บนเลเยอร์ 2 อย่าง ‘เบส(Base)’ โดยตรงสู่ร้านค้าบนชอปิฟาย อย่างไรก็ตาม ตามข้อมูลของบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน Growthepie ระบุว่า ยอดรวมการชำระเงินที่เกิดขึ้นจนถึงขณะนี้อยู่ที่ราว 1.2 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 42 ล้านบาท) จากผู้ใช้งานราว 3,200 ราย และร้านค้าร่วมใช้ประมาณ 5,700 แห่ง

แม้ยอดรวมยังไม่สูงนัก แต่โคอินเบสยืนยันว่าโปรโตคอลนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และธุรกรรมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา มียอดการใช้งานถึง 750,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 27 ล้านบาท) คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งจากยอดรวมทั้งหมด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่ค่อยเป็นค่อยไปแต่มีทิศทางที่ดี ความเห็นจากโลเรนซ์ เลห์แมน หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Growthepie ชี้ว่า “เมื่อเปรียบเทียบกับมูลค่ารวมการซื้อขายของชอปิฟายในแต่ละปีที่สูงถึง 30 หมื่นล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้ยังเล็กมาก แต่หากนับเป็นการทดลองใช้เทคโนโลยี ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สร้างรากฐานได้ดี”

อย่างไรก็ดี ปัญหา ‘ใช้งานครั้งเดียวแล้วหาย’ ยังคงอยู่ เพราะข้อมูลจากวอลเล็ตชี้ว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่ทำธุรกรรมเพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น แสดงให้เห็นว่ายังไม่มีการใช้งานซ้ำอย่างแพร่หลาย และฐานลูกค้าที่กลับมาใช้บริการซ้ำก็ยังไม่ขยายตัว

ทางด้านชอปิฟายเองยังไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ ต่อความคืบหน้าของระบบดังกล่าว ทั้งที่บริษัทมีผู้ค้าในแพลตฟอร์มกว่า 5 ล้านราย และลูกค้าทั่วโลกกว่า 875 ล้านคน การที่มีร้านค้าเพียง 5,700 รายใช้ระบบนี้สะท้อนถึง ‘การเริ่มต้นที่ยังไม่ทั่วถึง’ แม้ว่าอัตราการเติบโตจะเริ่มแสดงให้เห็นในเชิงคุณภาพ

ความพยายามส่งเสริมการใช้คริปโตในระบบชำระเงิน โดยเฉพาะแบบข้ามแดน ยังมีบทบาทจำกัด ตามรายงานของ S&P Global Ratings ซึ่งระบุว่า แม้สเตเบิลคอยน์ที่อิงกับดอลลาร์สหรัฐจะมีมูลค่ารวมมากถึง 300,000 ล้านดอลลาร์ แต่มีไม่ถึง 5% ที่ถูกนำมาใช้งานในระบบการชำระเงินจริง นี่สะท้อนว่าอุตสาหกรรมคริปโตในภาคการใช้จ่ายยังอยู่ในช่วงตั้งไข่

Growthepie สรุปว่าความเสี่ยงของเทคโนโลยีเกิดใหม่คือ “กลายเป็นเมืองร้าง” ที่แม้เปิดตัวอย่างคึกคักแต่ไม่สามารถสถาปนาเป็นทางเลือกหลักได้ อย่างไรก็ตาม เทรนด์ปัจจุบันที่มีทั้งจำนวนธุรกรรมและร้านค้าที่ร่วมใช้งานเพิ่มขึ้น ถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับโปรโตคอล Commerce Payments

อนาคตของระบบนี้ยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ผู้ใช้งาน อัตราการใช้งานซ้ำ หรือแม้แต่แนวทางการกำกับดูแลของแต่ละประเทศต่อสเตเบิลคอยน์ หากข้อจำกัดเหล่านี้คลี่คลาย การใช้งานคริปโตในอีคอมเมิร์ซอาจไม่ใช่แค่ “การทดลอง” แต่กลายเป็น “มาตรฐาน” ใหม่ของการชำระเงินในอนาคต ความคิดเห็น: หากจุดเริ่มต้นนี้สามารถรักษาทิศทางการเติบโตไว้ได้ต่อเนื่อง โปรโตคอลดังกล่าวอาจกลายเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญสำหรับการปฏิวัติการจ่ายเงินดิจิทัลทั่วโลก

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1