**XRP สั่นสะเทือนอีกครั้ง หลังมีข้อกล่าวหา ‘โคอินเบส’ พัวพันเงินทุนจากเจฟฟรีย์ เอปสตีน**
ชุมชนคริปโตต้องพบกับความสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อมีข้อสงสัยว่าบริษัทโคอินเบส(COIN) อาจเคยรับเงินลงทุนที่เชื่อมโยงกับเจฟฟรีย์ เอปสตีน นักการเงินชาวอเมริกันผู้ถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งข้อกล่าวหานี้สร้างแรงกระเพื่อมหนักใน *ชุมชนผู้ถือริปเปิล(XRP)* พร้อมตั้งคำถามใหม่ถึงเหตุผลเบื้องหลังการถอดเหรียญ XRP ออกจากแพลตฟอร์มในอดีต
ข้อกล่าวหาดังกล่าวถูกเปิดเผยโดยนักวิเคราะห์คริปโตที่ใช้ชื่อว่า *Crypto Bitlord* โดยอ้างว่าได้รับอีเมลรั่วไหลซึ่งแสดงให้เห็นว่า ไบรอัน อาร์มสตรอง ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งโคอินเบส มีการพูดคุยเรื่องการลงทุนกับดาร์เรน อินดิค ผู้ทำหน้าที่เป็นทนายให้กับเอปสตีนในอดีต โดยเงินทุนดังกล่าวมีมูลค่าราว 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 43.9 ล้านบาท
ตามข้อมูลในอีเมล อาร์มสตรองได้หารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อของบริษัทในช่วงเริ่มต้นที่รับเงินทุน พร้อมกับเสนอทางเลือกในการซื้อหุ้นของนักลงทุนรายเดิมคืน โดยผลจากการเติบโตของโคอินเบส Crypto Bitlord ให้ความเห็นว่า การไหลเข้าของเงินที่เกี่ยวข้องกับเอปสตีนอาจมีบทบาทต่อแนวทางของบริษัทในช่วงวิกฤติด้านกฎหมายของ XRP ด้วย
เขายังชี้ว่า การที่โคอินเบสหยุดสนับสนุนการซื้อขาย *ริปเปิล(XRP)* ในสหรัฐฯ ช่วงที่บริษัทต้นกำเนิดเหรียญคือ *รีเพิล(Ripple)* ต้องเผชิญการฟ้องร้องจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ(SEC) เป็นเหตุการณ์ที่ดูมีความเชื่อมโยงกันเกินจะเป็นเพียง ‘ความบังเอิญ’ โดยแสดงความเห็นว่า “มีนักลงทุนบางกลุ่มจงใจผลักดันให้ XRP ถูกถอดออกมาตั้งแต่ต้น ซึ่ง SEC ก็เพียงแค่ตามบทที่ถูกวางไว้แล้ว”
ถึงแม้ข้อกล่าวหาเหล่านี้จะสร้างกระแสในวงกว้าง ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าเอปสตีนหรือผู้เกี่ยวข้องได้ลงทุนในโคอินเบสจริง โดย Crypto Bitlord ยืนยันว่ายังอยู่ระหว่างการเรียบเรียงลำดับเหตุการณ์ ขณะเดียวกัน โคอินเบสและ SEC ยังไม่ออกแถลงการณ์ชี้แจง โดย SEC ยังคงยืนยันว่า การฟ้องร้องรีเพิลเกิดจากประเด็น *ละเมิดกฎหมายหลักทรัพย์* เท่านั้น
**อีเมลรั่วเพิ่มความระอุ – มูลนิธิบิล เกตส์เคยประเมินเทคโนโลยี XRP ตั้งแต่ปี 2017**
ในอีกด้านหนึ่ง วิเคราะห์คริปโตชื่อว่า *SMQKE* ได้เปิดเผยอีเมลอีกชุดที่สร้างความฮือฮาเพิ่มเติม โดยระบุว่า *มูลนิธิบิล เกตส์* ได้เคยประเมินเทคโนโลยีของ *ริปเปิล(XRP)* และ *สเตลลาร์(XLM)* ตั้งแต่ปี 2017 ร่วมกับแพลตฟอร์มการเงินแบบโอเพนซอร์สชื่อ *Mojaloop*
อีเมลดังกล่าวเขียนโดยมูเรล แครนซ์ นักพัฒนาระบบธนาคารโอเพนซอร์ส ซึ่งในขณะนั้นร่วมงานกับมูลนิธิบิล เกตส์ โดยเขาระบุว่า Mojaloop ถือเป็น ‘ฟอร์ก’ หรือโค้ดย่อยจากริปเปิล ขณะที่สเตลลาร์ก็เป็นอีกหนึ่งแขนงของเทคโนโลยีเดียวกัน ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่า มูลนิธิเคยให้ความสนใจและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงสร้าง Ripple อย่างลึกซึ้งตั้งแต่ช่วงแรกเริ่ม
การรั่วไหลของอีเมลทั้งหมดนี้ยิ่งเพิ่มความคลุมเครือของกรณี *XRP ถูกถอดออกจากรายชื่อเหรียญที่ซื้อขายได้ในสหรัฐฯ* โดยนักวิเคราะห์บางรายเชื่อว่า เหตุผลอาจไม่ใช่แค่ ‘การปฏิบัติตามกฎหมาย’ อย่างตรงไปตรงมาเท่านั้น แต่กลายเป็นคำถามใหม่ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรและแรงกดดันเบื้องหลังล้วนมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมคริปโต
*ความคิดเห็น: แม้ยังไร้หลักฐานชัดเจน แต่กระแสข้อมูลและการขุดคุ้ยจากผู้ใช้ในชุมชนแสดงให้เห็นว่า ความโปร่งใสในโลกคริปโตยังเป็นเรื่องสำคัญ และบริษัทระดับผู้นำเองก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากสาธารณะได้อีกต่อไป*
ความคิดเห็น 0