โซเชียลมีเดียแบบฉบับยุโรปนามว่า ‘W’ ประเดิมเปิดตัวครั้งแรกในเวทีเวิลด์อีโคโนมิกฟอรัม(WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ด้วยคำมั่นว่าจะเป็น ‘ทางเลือก’ ของยุโรปต่ออำนาจผูกขาดของแพลตฟอร์มจากสหรัฐฯ อย่างทวิตเตอร์(ปัจจุบันชื่อ X) โดยเน้นย้ำเรื่อง ‘เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น’ และ ‘ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล’ แต่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าคุณสมบัติเหล่านี้อาจเป็นเพียงแค่คำโฆษณาเท่านั้น
ผู้พัฒนา W คือบริษัท W Social AB จากสวีเดน โดยระบุว่าแพลตฟอร์มนี้ออกแบบมาโดยให้น้ำหนักกับ ‘มนุษย์ มากกว่าอัลกอริทึม’ และใช้ ‘ความโปร่งใส’ กับ ‘การคุ้มครองข้อมูล’ เป็นคุณค่าสำคัญ อย่างไรก็ตาม นโยบายการใช้งานแบบ ‘ยืนยันตัวตนด้วยชื่อจริง’ ที่บังคับใช้ กลับถูกมองว่าเป็นการ *ลดทอนเสรีภาพ* มากกว่าจะสะท้อนความเป็นแพลตฟอร์มไร้ศูนย์กลางอย่างแท้จริง
เฟรเซอร์ เอ็ดเวิร์ดส์(Fraser Edwards) ซีอีโอของ Cheqd ให้ความเห็นว่า การบังคับให้ผู้ใช้ยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนภายใต้ข้ออ้างการจัดการกับ ‘ข่าวปลอม’ และ ‘บอท’ นั้น อาจเป็นการ *ทำลายความเป็นส่วนตัว* ของผู้ใช้งานโดยไม่จำเป็น งานวิจัยหลายชิ้นยังชี้ว่าชาวยุโรปถึง 50% ไม่ไว้วางใจแนวทางนี้
แม้ W จะพยายามวางตัวเป็นโซเชียลมีเดีย ‘สายยุโรป’ อย่างเต็มที่ โดยใช้เซิร์ฟเวอร์ในยุโรป และร่วมมือกับบริการอีเมลที่เข้ารหัสจากสวิตเซอร์แลนด์อย่างโปรตอน และคลาวด์ผู้ให้บริการจากฟินแลนด์อย่างอัปคลาวด์ แต่คำถามใหญ่คือความสามารถในการแทนที่แพลตฟอร์มเดิมอย่าง X
อันนา ไชเตอร์(Anna Chtcherbakova) ซีอีโอของ W แสดงความมั่นใจว่าแพลตฟอร์มนี้จะมอบพื้นที่ปลอดภัยสำหรับบทสนทนาเชิงบวก ทว่าเอมิลี ไลเอ(CMO ของ Hype) กลับแสดงความกังวลว่า W จะดึงดูดกลุ่มผู้ใช้งานคริปโตได้ยาก ด้วยสาเหตุที่ X เป็น ‘จักรวาลศูนย์กลาง’ ของคอมมูนิตี้คริปโตที่ยึดในหลัก ‘ไซเฟอร์พังก์’ ซึ่งให้ความสำคัญกับ *การไม่เปิดเผยตัวตน* มากที่สุด
เอ็ดเวิร์ดส์เสริมว่า “การรักษา *การไม่ระบุตัวตน* ไม่ใช่แค่สิทธิ แต่มันคือกลไกให้คนสามารถเข้าร่วมระบบดิจิทัลได้อย่างแท้จริง”
ข้อกังวลเรื่องการเฝ้าติดตามก็เพิ่มมากขึ้น หลังจากที่ W ระบุว่าตัวเองถูกออกแบบตามกรอบของกฎหมาย GDPR และ DSA ของสหภาพยุโรป ซึ่งในแง่หนึ่งอาจถูกมองว่าเป็น ‘การยอมรับข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด’ แต่ในอีกแง่ก็ชวนให้ตั้งคำถามว่า นี่คือ *ทวิตเตอร์เวอร์ชันยุโรปที่ถูกควบคุมโดยกฎหมาย* หรือไม่
แม้ W จะผลักดันแคมเปญ “ออกจากบิ๊กเทค กลับสู่ยุโรป” อย่างจริงจัง แต่ภาพที่สะท้อนผ่านโครงสร้างการยืนยันตัวตนอย่างเคร่งครัด อาจทำให้ผู้ใช้บางส่วนเลือกที่จะอยู่เหงาใน X ต่อไปมากกว่า
ผู้เชี่ยวชาญบางคนเสนอว่าทางออกเรื่องการระบุตัวตนโดยไม่กระทบความเป็นส่วนตัวนั้นมีอยู่ เช่น ระบบ eIDAS 2.0 ที่สามารถทำการยืนยันตัวตนแบบไม่เปิดเผยชื่ออย่างแท้จริง
W เตรียมเปิดให้ผู้ใช้กลุ่มแรกเข้าระบบแบบเบต้าช่วงเดือนมีนาคมนี้ ท่ามกลางความคาดหวังว่าจะกลายเป็น ‘จัตุรัสกลางดิจิทัลของยุโรป’ ที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จจะขึ้นอยู่กับว่า แพลตฟอร์มนี้สามารถพิสูจน์ได้หรือไม่ว่าสามารถยืนอยู่บนพื้นฐานของ *เสรีภาพและความเป็นส่วนตัว* ได้โดยไม่พึ่งพาเพียงแค่ ‘การปฏิบัติตามกฎหมาย’ หรือ ‘การย้ายเซิร์ฟเวอร์’ เพียงอย่างเดียว
‘W’ อาจกลายเป็นอีกหนึ่งแค่ *โซเชียลมีเดียสายกำกับดูแล* หรืออาจเป็นการเริ่มต้นใหม่ของโลกดิจิทัลฝั่งยุโรป ทุกอย่างจะเริ่มต้นชัดเจนขึ้นในเดือนมีนาคมนี้.
ความคิดเห็น 0