Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

HBAR และริปเปิล(XRP) ขึ้นแท่นผู้นำสินทรัพย์ดิจิทัลจริง(Powered by RWA) พร้อมศักยภาพเติบโตระยะยาว

เห็ดเดรา(HBAR) และริปเปิล(XRP) กลายเป็นสองเหรียญที่ได้รับความสนใจสูงสุดในกระแสใหม่ของการนำ *สินทรัพย์จริงมาสู่โลกดิจิทัล* (Real World Assets - RWA) และการเงินแบบกระจายอำนาจที่สอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมาย โดยมีผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าโครงการทั้งสองนี้จะมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านการเงินแห่งอนาคต พร้อมชี้ถึงศักยภาพในการเติบโตระยะยาวที่แข็งแกร่ง

นักวิเคราะห์คริปโตชื่อ ลีวาย(Levi) ได้กล่าวผ่านช่องยูทูบของตนเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า “99% ของคนทั่วโลกยังไม่รู้ว่า HBAR และ XRP กำลังวางหมากอะไรไว้” พร้อมระบุว่าโครงการทั้งคู่กำลังวาดแผนที่สำหรับตลาดการเงินในยุคดิจิทัล โดยเน้นว่าเหรียญทั้งสอง *มีข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้าง* ในแนวโน้มการขยายตัวของ RWA และระบบการเงินที่สอดรับกับกฎหมาย

HBAR ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการพัฒนาโซลูชั่น RWA โดยมีจุดเด่นในด้านความแข็งแกร่งของเทคโนโลยีและความเข้มข้นของนักพัฒนา ลีวายระบุว่า “ยังไม่มีเหรียญใดที่สามารถเทียบกับ HBAR ได้ในด้านการสร้างระบบ RWA” พร้อมชูประสิทธิภาพของเฮเดราในการให้บริการแก่องค์กรเป็นจุดแข็งสำคัญ

ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน แซนติเมนต์(Santiment) ชี้ว่า HBAR ครองอันดับ 1 ในแง่ของกิจกรรมการพัฒนา RWA ตามมาด้วยเชนลิงก์(LINK) และโพลิกอน(MATIC) โดยลีวายให้ความเห็นว่า “ที่ไหนมีนักพัฒนา ที่นั่นมีอนาคต” ซึ่งตอกย้ำสถานะของ HBAR ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีในวงการนี้อีกครั้ง

นอกจากนี้ HBAR ได้รับการยอมรับอย่างสูงจากภาคธุรกิจ ด้วยความสามารถในการยืนยันธุรกรรมที่รวดเร็ว โครงสร้างค่าธรรมเนียมที่คาดการณ์ได้ และเหนือกว่าอีเธอเรียม(ETH), โซลานา(SOL), และอวาแลนเช(AVAX) ในด้านการนำไปใช้งานจริง ลีวายยังเสริมว่า “แบรนด์ใหญ่ๆ อย่าง แบล็คร็อก และกูเกิล ต่างจับตามอง HBAR อย่างใกล้ชิด”

สำหรับ XRP ความเคลื่อนไหวล่าสุดที่น่าจับตาคือการที่ริปเปิลได้รับใบอนุญาตจากสหภาพยุโรปในฐานะ *สถาบันเงินอิเล็กทรอนิกส์* ซึ่งทำให้สามารถให้บริการด้านการชำระเงินและออกเงินอิเล็กทรอนิกส์ได้แบบ ‘passporting license’ ครอบคลุมถึง 27 ประเทศในอียู ซึ่งถือเป็น *ก้าวกระโดดสำคัญในการเจาะตลาดขนาดกว่า 450 ล้านคน*

นอกจากนี้ ริปเปิลยังได้จับมือกับแพลตฟอร์มดิฟายระดับแนวหน้าอย่างไฮเปอร์ลิควิด(Hyperliquid) ในการผสานโครงสร้างพื้นฐานการซื้อขายสินทรัพย์อนุพันธ์แบบออนเชน และเพิ่มศักยภาพในการให้บริการ *สภาพคล่องข้ามเชน* ที่ตอบโจทย์นักลงทุนสถาบันอย่างแท้จริง

เทคโนโลยีโอนเงินข้ามพรมแดนแบบเรียลไทม์โดยใช้ XRP ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ซึ่งพิสูจน์ถึง *ขีดความสามารถที่เหนือกว่าระบบการเงินแบบเดิม* ที่ใช้เวลาถึง 3–5 วันทำการ ริปเปิลยังได้รับใบอนุญาต ‘ธนาคารที่ได้รับความไว้วางใจจากรัฐ’ ในหลายประเทศเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจ

ลีวายสรุปว่า “HBAR และ XRP คือจุดตัดของ *การยอมรับด้านกฎหมาย การนำไปใช้ในเชิงสถาบัน และระบบนิเวศที่มีฐานอยู่บนสินทรัพย์จริง*” พร้อมชี้ว่าแม้ตลาดจะดูอ่อนแรงในระยะสั้น แต่ทั้งสองโครงการมี *พลังการเติบโตระยะยาวที่ไม่อาจมองข้าม*

เขายังมองว่า ด้วยการขยายบริการการเงิน เช่น การปล่อยสินเชื่อแบบดิฟาย, สินเชื่อที่อยู่อาศัยแบบกระจายศูนย์ และผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทนปีละกว่า 10% ผ่าน XRP โครงสร้างกำไรที่เคยจำกัดอยู่แต่ในโลกธนาคารอาจต้องเปลี่ยนแปลงในที่สุด

แม้ว่าการวิเคราะห์ครั้งนี้จะไม่ได้เจาะจงไปที่ราคาหรือแนวโน้มในระยะสั้น แต่กลับสะท้อนให้เห็นถึง *โอกาสเติบโตเชิงโครงสร้าง* ของทั้ง HBAR และ XRP ผ่านการยืนอยู่บนรากฐานของ *สินทรัพย์จริงและโมเดลทางการเงินที่สอดคล้องกับภาครัฐ* ซึ่งนับเป็นปัจจัยสำคัญในการขยายฐานผู้ใช้งานในอนาคตอีกครั้ง

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1