Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

นักวิเคราะห์ดังเตือนบิตคอยน์(BTC)เข้าสู่ขาลง แต่อีเธอเรียม(ETH)มีโอกาสแซงในระยะยาว

การวิเคราะห์ทางเทคนิคล่าสุดของบิตคอยน์(BTC)สะท้อนสัญญาณหลายด้านที่นักลงทุนควรจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเมื่อวันที่ 24 นักวิเคราะห์เทคนิคชื่อดังของสหรัฐฯ เคที่ สต็อกตัน(Katie Stockton) ระบุว่าบิตคอยน์ได้ ‘พลิกกลับเป็นขาลง’ หลังจากร่วงต่ำกว่าระดับแนวรับสำคัญ ถือเป็นสัญญาณอ่อนแรงในระยะกลางถึงระยะยาว อย่างไรก็ตาม เธอยังชี้ว่าแนวโน้มดังกล่าวอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการฟื้นตัวในอนาคตเช่นกัน

เคที่ สต็อกตันเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทวิจัยอิสระชื่อแฟร์ลีด สแตรเทจีส์(Fairlead Strategies) และยังทำหน้าที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์บิตคอยน์ให้กับ CNBC โดยเธออธิบายว่า เนื่องจากคริปโตเคอร์เรนซีมีธรรมชาติของการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมงและมีสภาพคล่องทั่วโลก จึงเหมาะสมกับการวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นพิเศษ ทั้งนี้ เธอใช้การวิเคราะห์ผ่านเครื่องมือ 'อิชิโมกุ คลาวด์' ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบิตคอยน์หลุดแนวรับล่างลงมาชัดเจน ถือเป็น ‘สัญญาณขาลง’

สต็อกตันกล่าวว่า “ขณะนี้ตลาดมีภาวะ 'ขาดความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง’ และนี่อาจเป็นสัญญาณว่าเราใกล้ถึงจุดต่ำสุดแล้ว” อย่างไรก็ตาม เธอย้ำว่าการเทรดระยะสั้นยังมีโอกาสในสภาวะเช่นนี้ เธอชี้ว่าควรใช้เครื่องมืออื่นๆ อย่าง 'สโตแคสติก ออสซิลเลเตอร์' ควบคู่กันเพื่อประเมินตลาด โดยเครื่องมือนี้สะท้อนว่าเข้าสู่เขต ‘ขายมากเกินไป’ และเมื่อเป็นเช่นนั้น การฟื้นตัวอาจใช้เวลาหลายเดือน

แม้ในช่วงสั้นบิตคอยน์อาจเผชิญ ‘แรงขายต่อเนื่อง’ จากภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในตลาดกว้าง สต็อกตันเสนอภาพระยะกลางว่าอีเธอเรียม(ETH)มีโอกาสปรับตัวนำหน้าบิตคอยน์ในแง่ของประสิทธิภาพการเติบโต เธอกล่าวว่า “ในมุมมองระยะยาว อีเธอเรียมมีแนวโน้มชนะบิตคอยน์” ขณะเดียวกัน ความผันผวนของคริปโตยังคงสูง จากภาวะสภาพคล่องต่ำ ซึ่งอาจทำให้เกิดการ ‘ดีดกลับแรง’ หรือ ‘ดิ่งลงอย่างรวดเร็ว’ ได้ในช่วงใดก็ได้

สำหรับนักลงทุนที่จับตาความรู้สึกของตลาด การวัด ‘ดัชนีความกลัวและความโลภ’ ก็เป็นตัวชี้วัดสำคัญเช่นกัน ซึ่งขณะนี้ค่าดัชนีดังกล่าวอยู่ในโซน ‘กลัวอย่างที่สุด’ ซึ่งนักวิเคราะห์บางรายมองว่าอาจเป็น ‘สัญญาณฟื้นตัว’ ได้ “เมื่อความรู้สึกในตลาดเป็นลบอย่างรุนแรง ปัจจัยบวกเพียงเล็กน้อยก็อาจจุดชนวนการดีดกลับได้” เธอให้ความเห็นพร้อมแนะนำให้นักลงทุนพิจารณาทั้งตัวชี้ทางเทคนิคและจิตวิทยาตลาดร่วมกัน

สต็อกตันยังระบุว่า บิตคอยน์มักทำหน้าที่เป็น ‘ตัวนำตลาด’ สำหรับอัลต์คอยน์รายย่อย และมีแนวโน้มเคลื่อนไหวเป็นจังหวะเดียวกัน “บิตคอยน์สามารถใช้เป็นเครื่องมือ 'ท็อปดาวน์' ในการวิเคราะห์อัลต์คอยน์ เพราะมักเกิดจุดต่ำสุดและจุดสูงสุดใกล้เคียงกัน” เธอกล่าว พร้อมเสริมว่าการกำหนดกลยุทธ์โดยดูจากการเคลื่อนไหวของบิตคอยน์จึงเป็นแนวทางหนึ่งที่มีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ เธอเตือนว่าควรตระหนักว่าเครื่องมือทางเทคนิคทุกชนิดล้วนมี ‘ความล่าช้า’ โดยธรรมชาติ แต่ยังมีประโยชน์ในการลดเสียงรบกวนในตลาด(Crypto market noise) และช่วยให้นักลงทุนสามารถ ‘ค้นหาโอกาสแท้จริง’ ได้ “การเข้าใจวัฏจักรและความซ้ำซ้อนของตลาด เป็นหนึ่งในพื้นฐานสำคัญของการลงทุน” สต็อกตันเน้นย้ำ

โดยสรุป ข้อเสนอของสต็อกตันคือ แม้ตลาดคริปโตจะอยู่ในช่วงพักฐานที่เจ็บปวด แต่ก็มีโอกาสเติบโตแฝงอยู่ โดยเฉพาะในอีเธอเรียมซึ่งเธอมองว่ามีศักยภาพในระยะยาวเหนือกว่าบิตคอยน์ ความสามารถในการผสมผสานระหว่างการวิเคราะห์ทางเทคนิคเข้ากับการประเมินจิตวิทยานักลงทุน และการใช้บิตคอยน์เป็นดัชนีสะท้อนตลาดโดยรวม ถือเป็นกลยุทธ์ที่นักลงทุนควรพิจารณาอย่างจริงจัง

ขณะที่การวางแผนเสี่ยงและโอกาสในช่วงที่ตลาดยังไม่มีทิศทางชัดเจนนั้น นักลงทุนควรตระหนักว่า 'ห้วงขาลง' อย่างตอนนี้ อาจซ่อนโอกาสการลงทุนในอนาคตไว้ด้วยเช่นกัน แต่สิ่งสำคัญคือต้องรักษาความยืดหยุ่น พร้อมวางแผนรับกับความผันผวนอย่างรอบคอบ

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1