บิตคอยน์(BTC) ร่วงต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์อีกครั้ง หลังจากเงินทุนจำนวนมากไหลออกจากกองทุน ETF จุดประกายความวิตกถึงเสถียรภาพของตลาด โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่า ในช่วงสองวันที่ผ่านมา มีเงินไหลออกจากกองทุน ETF บิตคอยน์ในสหรัฐถึง 979 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1.4 หมื่นล้านบาท
ตามรายงานของบริษัทข้อมูลคริปโตสกุลเงิน โซโซแวลู (SoSoValue) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา กองทุนบิตคอยน์ประเภท Spot ETF บันทึกการถอนเงินสุทธิสูงถึง 434 ล้านดอลลาร์ ขณะที่วันก่อนหน้านั้น หรือวันพุธ มีเงินไหลออกอีก 545 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้สูงกว่าการไหลเข้าเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ประมาณ 561 ล้านดอลลาร์ นำไปสู่ยอดเงินไหลออกสุทธิในสัปดาห์ราว 690 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1 หมื่นล้านบาท
ราคาบิตคอยน์ที่เคยคงอยู่เหนือระดับ 60,000 ดอลลาร์ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ตอนนี้ได้ ‘หลุด’ แนวรับดังกล่าวลงมาอีกครั้ง นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ตุลาคม 2024 ที่ร่วงลงต่ำกว่านี้ โดยยังไม่มีปัจจัยชัดเจนที่อธิบายการปรับฐานรอบนี้ได้อย่างแน่ชัด ขณะที่นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่า ETF อาจไม่ได้ทำให้ตลาดแข็งแกร่งขึ้นอย่างที่เคยคาดไว้
บ็อบ เคนดัลล์ (Bob Kendall) นักวิเคราะห์ด้านเทคนิคตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจุบันบิตคอยน์เพียง 1 เหรียญสามารถกลายเป็นสินทรัพย์อ้างอิงได้ทั้งใน ETFs, ตลาดฟิวเจอร์ส, สัญญา Swap, ออปชัน รวมถึงผลิตภัณฑ์การเงินเชิงโครงสร้าง ซึ่งอาจสะท้อนให้เห็นถึงการ ‘ใช้บิตคอยน์แบบไม่มีการค้ำประกันเต็มจำนวน’ มากกว่าจะเป็นการซื้อขายสินทรัพย์จริงในตลาด
ความคิดเห็นนี้สอดคล้องกับคำเตือนก่อนหน้าจาก โยเซฟ เตเท็ค (Josef Tětek) นักวิเคราะห์ของบริษัทกระเป๋าฮาร์ดแวร์คริปโตอย่าง เทรเซอร์(Trezor) ที่เคยกล่าวว่า การเปิดตัว ETF อาจนำไปสู่การสร้าง “บิตคอยน์บนกระดาษ (paper Bitcoin)” จำนวนมากที่ไม่มีการรองรับด้วยสินทรัพย์จริง
ด้านข้อมูลเพิ่มเติมจาก SoSoValue ระบุว่า มูลค่าสินทรัพย์รวมภายใต้การจัดการของกองทุนบิตคอยน์แบบ Spot ในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 81,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.18 ล้านล้านบาท) ขณะที่ตัวเลขเงินไหลเข้าสะสมยังอยู่ในระดับสูงคือ 54,300 ล้านดอลลาร์ แม้จะเริ่มเห็นแนวโน้มการชะลอตัวตั้งแต่ต้นปี
ในขณะที่ราคาของบิตคอยน์ซบเซา ETF ที่เกี่ยวข้องกับเหรียญทางเลือกยังมีทิศทางไม่แน่นอน โดยอีเธอเรียม(ETH) ETF รายงานเงินไหลออกถึง 80.8 ล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกัน ริปเปิล(XRP) และโซลานา(SOL) กลับมีเงินไหลเข้าเล็กน้อยที่ 4.8 ล้านดอลลาร์ และ 2.8 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับ
ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับบทบาทของ ETF ต่อการกำหนดราคาบิตคอยน์มีแนวโน้มจะเป็นหัวข้อถกเถียงต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทที่ ‘ทรัมป์’ อาจกลับมาดำรงตำแหน่ง และมีท่าทีสนับสนุนอุตสาหกรรมคริปโตมากขึ้น ทำให้ความเข้าใจด้านโครงสร้างการลงทุนสถาบันและผลิตภัณฑ์อนุพันธ์ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักลงทุนที่ต้องการประเมินความเสี่ยงในตลาดอย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
ความคิดเห็น 0