สตราทีจีขาดทุนกว่า 1.8 หมื่นล้านบาทในไตรมาส 4 หลังบิตคอยน์ร่วงต่ำกว่าราคาซื้อเฉลี่ย
เมื่อวันที่ 24 ตามรายงานของ Bloomberg สตราทีจี(Strategy) บริษัทของไมเคิล เซย์เลอร์ต้องเผชิญกับ *ขาดทุนสุทธิ* สูงถึงประมาณ 12.4 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 1.8 หมื่นล้านบาทในไตรมาส 4 ของปี 2023 หลังราคาบิตคอยน์(BTC) ลดลงต่ำกว่าระดับราคาซื้อเฉลี่ย โดยราคา ณ ขณะหนึ่งหลุดกรอบ 60,000 ดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าราคาซื้อเฉลี่ยของบริษัทที่ระดับ 76,052 ดอลลาร์ ส่งผลให้เกิด *การขาดทุนจากการประเมินมูลค่า* ครั้งใหญ่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มกลยุทธ์การซื้อบิตคอยน์ในปี 2023
สตราทีจีเคยเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ ก่อนเปลี่ยนเป็นบริษัทลงทุนในคริปโต โดยใช้วิธีออกหุ้นใหม่เพื่อระดมเงินทุนและซื้อบิตคอยน์โดยตรง อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสล่าสุด บริษัทไม่มีแผนออกหุ้นหรือกู้ยืมเพิ่มเติม สะท้อนถึงแรงกดดันในด้านการเงิน
ไมเคิล เซย์เลอร์กล่าวว่า “เราไม่มีความเสี่ยงจากการถูกเรียกมาร์จิ้นคอล และมีเงินสดสำรองอยู่ 2.25 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.3 หมื่นล้านบาท) ซึ่งเพียงพอรับมือกับต้นทุนดอกเบี้ยตลอด 2 ปีข้างหน้า” แต่อย่างไรก็ตาม ทีมบริหารยอมรับว่าหากราคาบิตคอยน์ต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยไปอีกนาน การทำกำไรในอนาคตก็จะเป็นเรื่องยาก
ถือครองบิตคอยน์ 713,502 เหรียญ กังวลโมเดลธุรกิจระยะยาว
ปัจจุบันสตราทีจีถือครองบิตคอยน์อยู่ทั้งหมด 713,502 เหรียญ มูลค่าตามราคาตลาดตามข้อมูลของ Bloomberg ราว 46 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 6.7 ล้านล้านบาท) โดยในจำนวนนั้น 75.3 ล้านดอลลาร์เป็นการเข้าซื้อเพิ่มเติมในช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์จากเบนช์มาร์ก มาร์ค พาล์มเมอร์ตั้งข้อสังเกตว่า นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่าสตราทีจีจะยังคงสามารถซื้อบิตคอยน์เพิ่มเติมในตลาดที่ผันผวนเช่นนี้ได้หรือไม่ และกังวลว่าความสามารถระดมทุนของบริษัทจะลดลง
ขณะที่ ไมเคิล เบอร์รี นักลงทุนชื่อดังจากเรื่อง ‘The Big Short’ เตือนว่า หากราคาบิตคอยน์ปรับลดลงอีก บริษัทที่ถือครองจะต้องรับเคราะห์ตามเป็นทอดๆ และยังวิจารณ์ว่าโมเดลธุรกิจของสตราทีจีที่เน้นเลเวอเรจและทรัพย์สินไม่มีผลตอบแทน กำลังแสดงสัญญาณความเสี่ยงอย่างชัดเจน ล่าสุดราคาหุ้นของสตราทีจีดิ่งลงมากกว่า 80% จากจุดสูงสุดในเดือนพฤศจิกายน 2024
บิตมายน์ขาดทุนอีก 12 หมื่นล้านบาทจากการถืออีเธอเรียมระยะยาว
ด้านหนึ่ง บิตมายน์ อิมเมอร์ชัน เทคโนโลยีส์(BitMine Immersion Technologies) ซึ่งถือครองอีเธอเรียม(ETH) ในปริมาณมาก ก็ขาดทุนยังไม่รับรู้ (Unrealized loss) สูงถึง 8.2 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 1.2 หมื่นล้านบาท จากการที่ราคาอีเธอเรียมร่วงลงมาอยู่ที่ 1,930 ดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าราคาซื้อเฉลี่ยที่ 3,826 ดอลลาร์ ถึงเกือบ 50%
บิตมายน์ซื้ออีเธอเรียมรวม 4.29 ล้านเหรียญ เป็นวงเงินรวม 16.4 พันล้านดอลลาร์ โดยในจำนวนนี้ 2.9 ล้านเหรียญถูกนำไป *สเตกกิ้ง* บนบล็อกเชน ซึ่งสร้างรายได้ปีละประมาณ 188 ล้านดอลลาร์ ตัวบริษัทมีเงินสดอยู่ราว 538 ล้านดอลลาร์ และไม่มีหนี้สิน ขณะที่ผู้บริหารมองว่านี่คือ *โอกาสในการเข้าซื้อ* เพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นของบิตมายน์ปรับลดลงถึง 88% เมื่อเทียบกับจุดสูงสุดเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา และกำลังเผชิญแรงกดดันแบบเดียวกับสตราทีจี
กรณีของสตราทีจีกับบิตมายน์แสดงให้เห็นว่า บริษัทจดทะเบียนที่ถือสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นแกนหลักมีความเสี่ยงสูงในช่วงตลาดปรับฐาน *ความคิดเห็น* นักลงทุนและนักวิเคราะห์อาจต้องใช้กรณีเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนก่อนตัดสินใจก้าวเข้าสู่การลงทุนที่อิงกับคริปโตในระดับองค์กร
ความคิดเห็น 0