**จีนสั่งห้ามออก Stablecoin และโทเคนสินทรัพย์จริงที่ผูกกับหยวน หวังกระตุ้นการใช้เงินหยวนดิจิทัล**
รัฐบาลจีนมีคำสั่งห้ามการออกเหรียญ Stablecoin ที่ผูกค่าเงินหยวน และโทเคนสินทรัพย์จริง (RWA) โดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานกำกับดูแล การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกตีความว่าเป็นความพยายามของจีนในการผลักดันการใช้ ‘เงินหยวนดิจิทัล(e-CNY)’ มากขึ้น และควบคุมระบบการเงินดั้งเดิมให้อยู่ภายใต้การดูแลของรัฐ
เมื่อวันที่ 7 ธนาคารกลางจีน หรือ 'ธนาคารประชาชนจีน' ร่วมกับหน่วยงานรัฐอีก 6 แห่ง รวมถึงสำนักงานบริหารเงินตราระหว่างประเทศและคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ ได้ออกแถลงการณ์ร่วม โดยระบุว่า ทั้งบริษัทและบุคคลในประเทศจีน และต่างประเทศ จะไม่สามารถออกเหรียญ Stablecoin ที่ผูกกับหยวน หรือโทเคนสินทรัพย์จริงได้ หากไม่ได้รับอนุญาตอย่างชัดเจนจากเจ้าหน้าที่รัฐ
นโยบายนี้ยังมีเป้าหมายในการสกัดช่องโหว่จากการออกเหรียญที่ผูกกับหยวนจากต่างประเทศ เพื่อลดความเสี่ยงในการเลี่ยงข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ
จีนยังแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่าการนำทรัพย์สินจริงมาแปลงเป็นโทเคนบนบล็อกเชนโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจเข้าข่าย *“การดำเนินการทางการเงินที่ผิดกฎหมาย”* ได้ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับโครงการ RWA ในอนาคต
ทางการจีนชี้ว่า การดำเนินการในครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายที่ต้องการผลักดัน ‘คริปโตที่เก็งกำไรสูง’ ออกจากระบบการเงินของประเทศ พร้อมทั้งเร่งส่งเสริมการใช้งาน *เงินหยวนดิจิทัล* ให้แพร่หลายมากขึ้น
---
**ท่ามกลางราคา ETH ร่วงหนัก Trend Research ขาย 400,000 ETH ลดความเสี่ยงเลเวอเรจ**
Trend Research บริษัทลงทุนในอีเธอเรียม(ETH) ดำเนินการเทขายเหรียญครั้งใหญ่ หลังมูลค่าตลาดคริปโตปรับตัวลดลงอย่างหนัก โดยเลือกลดสถานะการลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการใช้เลเวอเรจสินทรัพย์
ข้อมูลจาก Arkham แพลตฟอร์มวิเคราะห์บล็อกเชนเปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ Trend Research ได้โอนเหรียญอีเธอเรียมจำนวนกว่า 411,075 ETH (ราว 8,444 ล้านบาท) ไปยังไบแนนซ์ ซึ่งเป็นการลดปริมาณการถือครองลงจาก 651,170 ETH เหลือเพียง 247,080 ETH ภายในเวลาไม่กี่วัน
ก่อนหน้านี้ Trend Research ใช้กลยุทธ์เลเวอเรจ โดยล็อกอีเธอเรียมไว้ในโปรโตคอล Aave ผ่านตำแหน่ง AETHWETH เพื่อนำไปกู้ Stablecoin กลับมาลงทุนเพิ่มใน ETH อีกต่อหนึ่ง บริษัทดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับ แจ็ค ยี่(Jack Yi) ผู้ก่อตั้งบริษัททุนร่วมลงทุน ‘ลิควิด แคปิตอล’ จากฮ่องกง
ราคาของอีเธอเรียมในช่วงสัปดาห์เดียวลดลงถึง 30% โดย ณ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ ราคาตกลงไปที่ระดับ 1,748 ดอลลาร์ (ประมาณ 2.55 ล้านบาท) ก่อนที่จะฟื้นขึ้นมาเล็กน้อยมาอยู่ที่ 1,967 ดอลลาร์ (ประมาณ 2.88 ล้านบาท)
ความคิดเห็น: การเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจสะท้อนความเปราะบางของกลยุทธ์วางสินทรัพย์ค้ำประกันในภาวะตลาดร่วงรุนแรง
---
**บิตคอยน์ร่วงหนัก $10,000 ในวันเดียว ดัชนีความกลัวตกต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2022**
ตลาดคริปโตได้รับแรงสั่นสะเทือนอย่างหนักอีกครั้ง บิตคอยน์(BTC) สูญเสียมูลค่ากว่า 10,000 ดอลลาร์ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง ร่วงแตะระดับ 60,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 8.78 ล้านบาท) ส่งผลให้ *ดัชนีความกลัวและความโลภ* (Fear & Greed Index) ดิ่งลงเหลือเพียง 9 จุด ซึ่งต่ำสุดนับตั้งแต่เหตุการณ์ล่มสลายของเทอรา(Terra) เมื่อปี 2022
จากระดับราคาสูงสุดรอบล่าสุดที่ 126,000 ดอลลาร์(ประมาณ 18.44 ล้านบาท) ในเดือนตุลาคม ราคาบิตคอยน์ทรุดลงมากกว่าครึ่งภายในไม่กี่เดือน ขณะที่ช่วงเวลา 24 ชั่วโมงล่าสุดเพียงอย่างเดียว ก็สะท้อน ‘ความผันผวนรุนแรง’ อย่างชัดเจน
เจฟฟ์ โค หัวหน้านักวิเคราะห์จากบริษัท CoinX Research ให้ความเห็นว่า *“แรงขายในตลาดเทคโนโลยีของสหรัฐฯ และความกังวลต่อฟองสบู่ AI ยิ่งกระตุ้นให้เกิดความกลัวในตลาดคริปโตมากขึ้น”*
ข้อมูลการวิเคราะห์ระบุว่า ภาวะตลาดปัจจุบันได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งการขาดข่าวดีในระยะสั้น ราคาเหรียญที่สูงเกินจริง และความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ในเวทีโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งตลาดหุ้นและสินทรัพย์ดิจิทัล
ความคิดเห็น: เหตุการณ์นี้เน้นให้เห็นถึงโครงสร้างตลาดคริปโตที่ยังเปราะบางต่อแรงกระแทกภายนอก โดยเฉพาะในสภาวะแวดล้อมที่ขาดปัจจัยหนุนอย่างมีนัยสำคัญ
ความคิดเห็น 0