การถกเถียงในวงการเงินร่วมลงทุน(VC) ด้านคริปโตกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง โดยครั้งนี้ประเด็นหลักอยู่ที่ ‘การใช้งานนอกภาคการเงิน’ ของเทคโนโลยีเว็บ3(Web3) และบล็อกเชน ว่ามีศักยภาพที่แท้จริงหรือไม่ นักลงทุนรายใหญ่ในอุตสาหกรรมตู่วิจารณ์ถึงการขาดความต้องการจากตลาดและความไม่สอดคล้องระหว่างผลิตภัณฑ์กับตลาด ในขณะที่อีกฝ่ายยังเชื่อมั่นว่าอนาคตของภาคส่วนนี้ยังมาไม่ถึง
ต้นตอของการถกเถียงเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เมื่อคริส ดิกสัน(Chris Dixon) หุ้นส่วนของเอ็นดรีเซนฮอโรวิทซ์(a16z) เผยแพร่บทความที่กล่าวหาว่า ‘การฉ้อโกง พฤติกรรมหาประโยชน์ และแรงกดดันจากกฎระเบียบ’ เป็นอุปสรรคสำคัญในการเติบโตของโครงการคริปโตที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเงิน เขายกตัวอย่างการใช้งานที่น่าจับตา ได้แก่ โซเชียลมีเดียแบบกระจายศูนย์, บริการระบุตัวตนดิจิทัล, แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง, บริการลิขสิทธิ์ดิจิทัล และเกมเว็บ3
อย่างไรก็ตาม ฮาชิบ กูเรชี(Hasib Qureshi) หุ้นส่วนของดราแกนฟลาย(Dragonfly) โต้กลับทันทีในวันอาทิตย์ โดยชี้ชัดว่า “เหตุผลที่โปรเจกต์คริปโตนอกภาคการเงินล้มเหลวไม่ใช่เพราะแกรี เกนส์เลอร์(Gary Gensler), แซม แบงก์แมน-ฟรีด(Sam Bankman-Fried) หรือการล่มสลายของเทอรา แต่เป็นเพราะมันไม่มี ‘ความต้องการ’ จากตลาดเลย พูดตรงๆ คือมันเป็นสินค้าที่แย่และไม่ผ่านด่านตลาด”
ดิกสันตอบโต้ด้วยการย้ำเป้าหมายของ a16z ที่วางแผนลงทุนในระยะยาว “กองทุนของเราออกแบบมาให้มีอายุอย่างน้อย 10 ปี การสร้างอุตสาหกรรมใหม่ต้องใช้เวลา” เขาระบุ แต่ในมุมของนิค คาร์เตอร์(Nic Carter) แห่งแคสเซิลไอแลนด์เวนเจอร์ส(Castle Island Ventures) กลับเห็นต่าง โดยกล่าวว่า “VC ไม่มีเวลารอขนาดนั้น เราต้องเข้าใจตลาดภายใน 2-3 ปีของรอบการลงทุน”
การอภิปรายครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่นักลงทุนเริ่มกลับมาให้ความสนใจกับคริปโตอีกครั้งในปี 2025 โดยเฉพาะในกลุ่ม ‘โทเคนทรัพย์จริง (RWA)’ ที่เชื่อมโยงกับสินทรัพย์จริง ในขณะที่กรณีการใช้งานคริปโตนอกภาคการเงินยังได้รับทั้งความสนใจและความสงสัยควบคู่กัน
เมื่อพิจารณาเชิงกลยุทธ์ ดราแกนฟลายชัดเจนว่าเน้นเฉพาะการลงทุนในโครงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการเงินผ่านบล็อกเชน ตัวอย่างเช่น อาโกรา(Ahora) ที่พัฒนาเสถียรคอยน์ ระบบชำระเงินเรน(Rain) ผู้ออกดอลลาร์สังเคราะห์เอเธนา(ENA) และเชนเลเยอร์1 อย่างโมนาด(Monad)
ในทางตรงข้าม a16z กลับกระจายการลงทุนอย่างหลากหลาย ไม่เพียงแต่คริปโตสายการเงินอย่างคอยน์เบส หรือยูนิสวอป แต่ยังรวมถึงแพลตฟอร์มชุมชนอย่างเฟรนด์วิทเบเนฟิตส์(Friends With Benefits), ระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล World และแพลตฟอร์มเกมเว็บ3 อย่างยิลด์กิลด์เกมส์(Yield Guild Games)
ข้อมูลจากดีไฟลามา(DeFiLlama) ชี้ว่า ค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้กับแอปพลิเคชันทางการเงินทั้งแบบรวมศูนย์และกระจายศูนย์ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาเกิน 60.7 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 890 ล้านบาท โดยแอปพลิเคชันที่ทำรายได้สูงสุด 10 อันดับแรก ล้วนเป็นแอปที่เน้นด้านการเงิน
ข้อถกเถียงครั้งนี้สะท้อนถึงคำถามที่กว้างขึ้น: ภาคนอกการเงินของเว็บ3 จะสามารถพิสูจน์ความต้องการและศักยภาพในตลาดได้จริงหรือไม่? **ความคิดเห็น** ในมุมของกลุ่มที่มองโลกในแง่ดีเชื่อว่าเส้นทางยังไม่สิ้นสุด เนื่องจากหลายเทคโนโลยียังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และ ‘ระยะเวลา’ ที่นักลงทุนให้กับการเติบโต อาจเป็นตัวแปรตัดสินอนาคตของทั้งอุตสาหกรรมนี้
ความคิดเห็น 0