เกิดเหตุ ‘บุกรุกบ้าน’ เล็งผู้บริหารไบแนนซ์ ฝรั่งเศส จับผู้ต้องสงสัยแล้ว 3 ราย ท่ามกลางกระแส ‘เรนช์แอตแท็ก(wrench attack)’ ที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก โดยครั้งนี้เป้าหมายเกี่ยวข้องกับไบแนนซ์ ฝรั่งเศส ทำให้ประเด็น ‘ความปลอดภัยในโลกจริง’ ของบุคลากรคริปโตถูกจับตาอีกครั้ง
ตามรายงานของ RTL เหตุการณ์เกิดขึ้นราว 7.00 น. (เวลายุโรปกลาง) วันพฤหัสบดี ที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในย่านวัลเดอมาร์น(Val-de-Marne) รอบนอกกรุงปารีส เมื่อชายติดอาวุธสวมหน้ากาก 3 คนบุกเข้าอาคาร โดยอ้างว่าต้องการไปที่บ้านของ ‘หัวหน้าไบแนนซ์ ฝรั่งเศส’ จากนั้นคนร้ายบังคับเปิดประตูห้องของผู้อยู่อาศัยรายอื่น แล้วข่มขู่ให้บอกตำแหน่งห้องของเป้าหมาย ก่อนค้นบ้านและขโมยโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องหลบหนี
ราวสองชั่วโมงถัดมา กลุ่มคนร้าย 3 คนที่คาดว่าเป็นชุดเดียวกัน พยายามก่อเหตุบุกรุกที่อยู่อาศัยอีกแห่งในย่านโอโดแซน(Hauts-de-Seine) แต่ครั้งนี้ถูกตำรวจฝรั่งเศสจับกุมได้หลังจากมีผู้อยู่อาศัยโทรแจ้งเหตุ ระหว่างการจับกุม ตำรวจยึดโทรศัพท์ 2 เครื่องที่ถูกปล้นไปจากเหตุแรก รวมถึงยานพาหนะที่ใช้ในการก่อเหตุ ซึ่ง RTL รายงานว่าเป็นหลักฐานเชื่อมโยงกับคดีบุกรุกอพาร์ตเมนต์ในวัลเดอมาร์นโดยตรง
ไบแนนซ์ ยืนยันผ่านสื่อโคอินเทเลกราฟ(Cointelegraph) ว่า เหตุการณ์นี้เป็น ‘การบุกรุกบ้านของพนักงานในสังกัดไบแนนซ์ ฝรั่งเศส’ จริง แต่ปฏิเสธเปิดเผยตัวตน ตำแหน่งหน้าที่ และรายละเอียดความเสียหาย โดยให้เหตุผลด้านการสืบสวนและการคุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล
โฆษกของไบแนนซ์ระบุว่า “เราทราบเหตุบุกรุกที่เกี่ยวข้องกับพนักงานของบริษัทหนึ่งรายแล้ว ขณะนี้ตำรวจท้องถิ่นกำลังสืบสวนอยู่ สำหรับเรา ความปลอดภัยของพนักงานและครอบครัวคือ ‘ลำดับความสำคัญสูงสุดแบบไม่มีข้อแม้’” พร้อมเสริมว่าบริษัทกำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และได้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม
แม้สื่อท้องถิ่นจะระบุว่า ผู้รับผิดชอบสูงสุดของไบแนนซ์ ฝรั่งเศส คือ ดาวีด แพร็งเซ(David Prinçay) แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าเขาเป็นเป้าหมายของการบุกรุกครั้งนี้หรือไม่ และไบแนนซ์ก็ไม่เปิดเผยชื่อหรือหน้าที่ของพนักงานที่ถูกเล็งเป็นพิเศษ
ด้าน เหอ อี(Yi He) ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้า(CCO) ของไบแนนซ์ ออกแถลงยืนยันว่า ครอบครัวของเหยื่อ ‘ปลอดภัยทั้งหมด’ โดยกล่าวว่า “พนักงานและครอบครัวปลอดภัยดี เรากำลังให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่สืบสวนอย่างเต็มที่” พร้อมขอบคุณหน่วย ‘Brigade de Répression du Banditisme’ ซึ่งเป็นหน่วยเฉพาะกิจด้านอาชญากรรมรุนแรงของตำรวจฝรั่งเศสที่เข้าระงับเหตุอย่างรวดเร็ว
‘ความคิดเห็น’
เหตุโจมตีครั้งนี้ชี้ชัดว่า บุคลากรของ ‘เอ็กซ์เชนจ์ระดับโลก’ ไม่ได้เสี่ยงแค่ในโลกไซเบอร์ แต่กำลังถูกมองเป็นเป้าหมายในโลกจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ
ในช่วงไม่กี่วันก่อนหน้าคดีนี้ ฝรั่งเศสเพิ่งเผชิญคดีอาชญากรรมรุนแรงที่เชื่อมโยงกับคริปโตอีกหนึ่งกรณี ตำรวจจับผู้ต้องสงสัย 6 ราย ในคดีลักพาตัวและเรียกค่าไถ่ ซึ่งเป้าหมายคือผู้ประกอบการคริปโต โดยคนร้ายลักพาตัวภรรยาซึ่งเป็นอัยการ และมารดาของเธอ แล้วเรียกค่าไถ่เป็น ‘ทรัพย์สินดิจิทัล’ ทำให้สังคมฝรั่งเศสตื่นตัวต่อความเสี่ยงของเหยื่อที่มีฐานะทางด้านคริปโตอย่างมาก
ในวงการคริปโต การโจมตีลักษณะนี้ถูกเรียกว่า ‘เรนช์แอตแท็ก(wrench attack)’ คือการไม่เจาะระบบ แต่ใช้การข่มขู่ในโลกจริงเพื่อให้เหยื่อยอมมอบกุญแจสำคัญต่าง ๆ เช่น ‘ฮาร์ดแวร์วอลเล็ต’, ‘ซีดวลี(seed phrase)’ หรือข้อมูลเข้าถึงสินทรัพย์บนเชนแทน ถือเป็นการย้ายจุดโจมตีจากคอมพิวเตอร์มาเป็น ‘ตัวบุคคล’ โดยตรง
บริษัทความปลอดภัยบล็อกเชน เซอร์ติก(CertiK) ระบุว่า ตลอดปี 2025 ตรวจพบ ‘เรนช์แอตแท็ก’ ทั่วโลกอย่างน้อย 72 กรณี เพิ่มขึ้นถึง 75% จากปีก่อนหน้า รูปแบบก็มีตั้งแต่การโจรกรรมทั่วไปไปจนถึงการกักขัง การทำร้ายร่างกาย และการลักพาตัว ซึ่งมีแนวโน้มเป็นการลงมือโดยกลุ่มอาชญากรรมที่มีการวางแผนและแบ่งหน้าที่ชัดเจนมากขึ้น
ด้านความเสียหายทางการเงิน เซอร์ติกประเมินว่ามูลค่าที่ถูกขโมยจากเรนช์แอตแท็กที่ ‘ยืนยันได้’ ในปี 2025 อยู่ที่ไม่น้อยกว่า 40.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 591.4 พันล้านวอน โดยบริษัทชี้ว่าตัวเลขจริงน่าจะสูงกว่านี้มาก เพราะเหยื่อบางส่วนไม่แจ้งความเนื่องจากกลัวปัญหาภาษี ความเป็นส่วนตัว หรือมีเงินจากคริปโตที่ไม่ต้องการให้รัฐรับรู้
ฝรั่งเศสถูกระบุว่าเป็น ‘ประเทศที่มีเรนช์แอตแท็กมากที่สุดในโลก’ ในปี 2025 โดยมีคดีที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ 19 กรณี ขณะที่หากมองในระดับทวีป ยุโรปคิดเป็นราว 40% ของเหตุการณ์ทั้งหมดทั่วโลก สะท้อนภาพว่า ประเทศพัฒนาแล้วที่มีอัตราการถือครองคริปโตและนักลงทุนรายใหญ่จำนวนมาก กำลังกลายเป็น ‘ตลาดเป้าหมาย’ ของอาชญากรไปพร้อมกัน
เหตุบุกรุกที่พุ่งเป้าไปยังพนักงานระดับผู้บริหารของไบแนนซ์ ฝรั่งเศส ครั้งนี้ ยังตอกย้ำว่า ‘การรักษาความปลอดภัยในอุตสาหกรรมคริปโต’ ต้องขยายจากกรอบเดิมที่เน้น ‘ป้องกันการแฮ็กออนไลน์’ ไปสู่ ‘การคุ้มครองความปลอดภัยทางกายภาพ’ ของบุคลากรด้วย โดยเฉพาะพนักงานของเอ็กซ์เชนจ์รายใหญ่ ผู้ก่อตั้งโปรเจกต์ และวาฬที่ถือครองสินทรัพย์จำนวนมาก ซึ่งข้อมูลการถือครองบนเชนมักถูกติดตามและวิเคราะห์ได้ไม่ยากจากภายนอก
กระแสเรนช์แอตแท็กที่พุ่งสูงในฝรั่งเศสและยุโรปยังสะท้อนให้เห็นอีกด้านหนึ่งว่า เขตอำนาจที่มีระบบสืบสวนและการติดตามทรัพย์สินค่อนข้างมีประสิทธิภาพ อาจถูกมองโดยอาชญากรว่าเป็น ‘ตลาดที่คุ้มเสี่ยง’ เพราะหากลงมือสำเร็จ ผลตอบแทนมีมูลค่าสูงมาก ขณะเดียวกันคดีหลัง ๆ ยังเริ่มเห็นรูปแบบการก่อเหตุที่ลงรายละเอียดกับเป้าหมายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสืบประวัติส่วนตัว ขนาดพอร์ตลงทุน หรือการใช้ครอบครัวของเหยื่อเป็นเครื่องมือกดดัน
ฝั่งไบแนนซ์ยอมรับว่า ต่อจากนี้ เอ็กซ์เชนจ์ระดับโลกจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับ ‘มาตรการความปลอดภัยรอบด้าน’ ไม่ใช่แค่ระบบเทคนิค เช่น การเก็บกุญแจแบบหลายลายเซ็น(Multi-sig) หรือระบบตรวจจับธุรกรรมผิดปกติ แต่ต้องรวมถึง ‘การคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของพนักงาน’ การรักษาความปลอดภัยที่อยู่อาศัย และการเตรียมแผนรับมือเหตุฉุกเฉินในโลกจริงอย่างเป็นระบบ
ในฝั่งนักลงทุนและผู้ทำงานในวงการคริปโตเอง ก็เริ่มมีการเรียกร้องให้ให้ความสำคัญกับ ‘ความปลอดภัยออฟไลน์’ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลดการเปิดเผยข้อมูลทรัพย์สิน การจัดเก็บฮาร์ดแวร์วอลเล็ตในสถานที่ปลอดภัย การแบ่งกระจายสินทรัพย์หลายตำแหน่ง รวมถึงการวางแผนเส้นทางเดินทางและการใช้ชีวิตประจำวันที่ลดความเสี่ยงจากการถูกติดตาม
คดีบุกรุกบ้านที่เกี่ยวข้องกับไบแนนซ์ ฝรั่งเศส ยังคงอยู่ระหว่างการสืบสวนของตำรวจฝรั่งเศส และไบแนนซ์ก็ระบุว่าจะประเมินมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมตามความคืบหน้าของคดี ขณะที่การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของ ‘เรนช์แอตแท็ก’ ในฝรั่งเศสและยุโรปกำลังผลักดันให้ตลาดคริปโตต้องมอง ‘ความปลอดภัยดิจิทัล’ และ ‘ความปลอดภัยในโลกจริง’ เป็นโจทย์ที่สำคัญไม่แพ้กันสำหรับทุกคนในระบบนิเวศคริปโต
ความคิดเห็น 0