Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) ร่วงหลุด 7만달러 สัญญาณสภาพคล่องสเต이블คอยน์หดตัว–ตลาดคริปโตเข้าสู่โหมดหนีเสี่ยง

บิตคอยน์(BTC) ยังไม่สามารถกลับไปยืนเหนือ 7만달러(약 10억 1,115만 원) ได้และเผชิญแรงขายต่อเนื่อง แม้ความผันผวนด้านราคายังสูง แต่ภาพใหญ่ของตลาดกำลังให้ ‘น้ำหนัก’ กับ ‘유동성ของ 스테이블코인’ และทิศทางกระแสเงินมากกว่าการเด้งขึ้นหรือลงระยะสั้น บรรยากาศการลงทุนเริ่มเปลี่ยนจาก ‘ชอบเสี่ยง’ ไปเป็น ‘หนีเสี่ยง’ มากขึ้น ทำให้หลายฝ่ายมองว่า การอ่อนตัวรอบนี้ของบิตคอยน์ไม่ใช่แค่การพักฐานธรรมดา แต่เกี่ยวพันโดยตรงกับภาวะ ‘สภาพคล่องหดตัว’ ในตลาดคริปโตทั้งหมด

นักวิเคราะห์ออนเชนอย่าง 악셀 애들러 ระบุในรายงานล่าสุดว่า มีอยู่ 2 ตัวชี้วัดหลักที่ใช้ประเมิน ‘유동성ในตลาดบิตคอยน์’ ได้อย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ ‘สัดส่วนอุปทานสเต이블คอยน์ (Stablecoin Supply Ratio·SSR) ออสซิลเล이터’ ซึ่งสะท้อน ‘กำลังซื้อรออยู่’ ของฝั่งสเต이블คอยน์เมื่อเทียบกับบิตคอยน์ และ ‘การเปลี่ยนแปลงของมูลค่าตลาดเท더(USDT) ในช่วง 30 วัน’ สองตัวเลขนี้ต่างหันกลับเข้าสู่โหมดแย่ลงอีกครั้งหลังการดีดตัวช่วงเดือน 1 ทำให้ภาพรวมตอนนี้ถูกประเมินว่าเป็นตลาด ‘หนีความเสี่ยง’ ท่ามกลางภาวะขาดสภาพคล่องเชิงโครงสร้างมากกว่าจะเป็นแค่จังหวะพักตัวชั่วคราว

‘สัดส่วนอุปทานสเต이블คอยน์’ พลิกกลับสู่ด้านลบ สะท้อนบิตคอยน์อ่อนแรงเมื่อเทียบกับเงินรอซื้อ

จากการวิเคราะห์ของ 애들러 ‘สัดส่วนอุปทานสเต이블คอยน์(SSR) ออสซิลเล이터’ ที่เคยขยับขึ้นเหนือโซนบวกช่วงเดือน 1 กลับร่วงลงมาอยู่ในแดนลบอีกครั้ง SSR ออสซิลเลเตอร์ใช้การเปรียบเทียบมูลค่าตลาดบิตคอยน์กับปริมาณอุปทานของสเต이블คอยน์ เพื่อดูว่าในระบบตอนนี้เหลือ ‘กระสุน’ ฝั่งสเต이블คอยน์มากพอที่จะไล่ซื้อบิตคอยน์ต่อหรือไม่

ข้อมูลในอดีตชี้ว่า เมื่อ SSR เคลื่อนไหวอยู่ฝั่งบวก บิตคอยน์มักเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นแบบต่อเนื่อง เพราะตีความได้ว่า ‘สเต이블คอยน์ไหลเข้าเรื่อยๆ’ และกำลังซื้อที่พร้อมเปลี่ยนเป็นบิตคอยน์เพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง แต่เมื่อ SSR ออสซิลเลเตอร์ย่ำอยู่ในโซนลบเป็นเวลานาน บิตคอยน์ก็มักจะอ่อนกว่าสเต이블คอยน์ หรือเข้าสู่ช่วงราคานิ่งหรือลงมากกว่าขึ้น

การที่ SSR กลับลงมาอยู่ในแดนลบแบบรอบนี้ จึงถูกมองว่า การดีดตัวของบิตคอยน์ในเดือน 1 ที่ผ่านมาไม่มี ‘สภาพคล่องจริงจากสเต이블คอยน์’ รองรับมากนัก 애들러 ระบุว่า “ตราบใดที่ SSR ยังไม่สามารถยืนในโซนบวกได้ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสัปดาห์ การที่บิตคอยน์จะพลิกกลับสู่ขาขึ้นอย่างยั่งยืนก็เป็นเรื่องยาก”

มูลค่าตลาด USDT หายไปกว่า 2.87พันล้าน달러 ใน 30 วัน ยืนยันโหมด ‘หนีเสี่ยง’

นอกจาก SSR แล้ว อีกตัวเลขที่ถูกจับตาคือ ‘การเปลี่ยนแปลงของมูลค่าตลาด เท더(USDT) แบบ 30 วัน’ ซึ่งถือเป็นดัชนีวัดว่า เงินดอลลาร์ที่อยู่ในรูป ‘스테이블코인’ ตัวหลักของตลาดกำลังไหลเข้า หรือไหลออกจากระบบโดยรวม โดยปกติถ้ามูลค่าตลาด USDT ช่วง 30 วันเพิ่มขึ้น แปลว่ามี ‘ดอลลาร์ใหม่’ เข้าสู่ระบบ ช่วยเพิ่มพลังฝั่งซื้อของตลาดคริปโตในภาพรวม แต่ถ้าลดลง แสดงถึงการไหลออกของทุน และการเบรกเบรกความอยากเสี่ยงในสินทรัพย์เสี่ยง

อ้างอิงข้อมูลจาก 크립토퀀트(CryptoQuant) ที่ 애들러 นำมาใช้วิเคราะห์ ช่วงต้นเดือน 1 มูลค่าตลาด USDT แบบ 30 วันยังเพิ่มขึ้นราว 14억달러(약 2조 207억 원) และอยู่ในโซนบวก ในช่วงนั้นบิตคอยน์ก็พยายามดีดกลับ และ SSR ออสซิลเลเตอร์ก็เงยหน้าขึ้นสู่แดนบวกชั่วคราว

แต่พอเข้าสู่ช่วงปลายเดือน 1 ทิศทางกลับพลิกอย่างรวดเร็ว ตัวเลขล่าสุดชี้ว่า มูลค่าตลาด USDT ในรอบ 30 วันหดตัวลงถึงประมาณ -28억 7,000만달러(약 4조 1,492억 원) เท่ากับว่ามีสภาพคล่องสเต이블คอยน์กว่า 4조 원ไหลออกจากตลาดภายในเดือนเดียว ส่งผลให้ SSR กลับสู่แดนลบ ขณะที่ราคาบิตคอยน์ถูกกดลงมาต่ำกว่า 7만달러(약 10억 1,115만 원)

애들러 มองว่า “ทิศทางของสองตัวชี้วัดนี้ไม่ได้เคลื่อนไหวสวนกันแบบสุ่ม แต่สะท้อนแพตเทิร์นที่สอดคล้องกันอย่างมีนัยสำคัญ ช่วงต้นเดือน 1 เงิน USDT ไหลเข้า บิตคอยน์ก็เด้งขึ้น แต่พอมีกระแสเงินไหลออกขนาดใหญ่ ตลาดก็ย้อนกลับเข้าสู่โหมดอ่อนแรงและหนีความเสี่ยงทันที” พร้อมเสริมว่า “เมื่อมูลค่าตลาด USDT แบบ 30 วันยังติดลบ โอกาสที่ SSR จะฟื้นตัวเชิงโครงสร้างก็ต่ำลง ทำให้บิตคอยน์ถูกจำกัดด้วยปัญหาสภาพคล่องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”

เสียฐาน 7만달러 และหลุดเส้นค่าเฉลี่ยหลัก แนวรับแรกอยู่แถว 6만~6만2,000달러

ด้านเทคนิคบนกราฟราคา ภาพของตลาดบิตคอยน์ยังคง ‘โน้มลง’ ชัดเจน เมื่อดูจากกราฟรายวัน บิตคอยน์สูญเสียแนวรับจิตวิทยาแถว 7만달러(약 10억 1,115만 원) และรูดต่ำกว่าบรรดา ‘เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สำคัญ’ ทำให้เส้น MA ระยะกลาง–ยาวที่เคยเป็นแนวรับแข็งแรง กลับกลายเป็นแนวต้าน กดดันให้ฝั่งขายและฝั่งรอดูสถานการณ์ยังครองเกมเหนือฝั่งซื้อ

ถ้าพิจารณาแพตเทิร์นจุดสูงสุดตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025 เป็นต้นมา จะเห็นว่าบิตคอยน์กำลังสร้างรูปแบบ ‘ยอดสูงใหม่ที่ต่ำลงเรื่อยๆ’ ซึ่งเป็นสัญญาณว่ารโครงสร้างขาขึ้นกำลังถูกกัดกร่อนทีละน้อย ในรอบร่วงแรงล่าสุด ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งตีความได้ใกล้เคียงกับ ‘การบีบให้ปิดโพสิชั่นเลเวอเรจ’ หรือ ‘การลดความเสี่ยงแบบป้องกันตัว’ มากกว่าการทยอยสะสมของฝั่งซื้อระยะยาวในราคาต่ำ สภาพแบบนี้มักเพิ่มความผันผวนระยะสั้น และเลื่อนเวลาการสร้างฐานรองรับใหม่ออกไป

โซนที่ตลาดให้ความสำคัญในฐานะ ‘แนวรับแรก’ ตอนนี้ อยู่ที่ช่วง 6만~6만2,000달러(약 8억 6,700만~8억 9,590만 원) ซึ่งเป็นระดับราคาที่ในอดีตเคยเป็นโซน ‘กระจุกตัวของสภาพคล่อง’ มีการซื้อขายหนาแน่น หากราคากลับมาทดสอบบริเวณนี้อีกครั้ง ก็มีโอกาสเห็นแรงซื้อใหม่ไหลเข้ามาช่วยประคองราคา และถ้าบิตคอยน์สามารถยืนในกรอบนี้พร้อมกับพักตัวออกข้างได้ระยะหนึ่ง โอกาสฟื้นเสถียรภาพระยะสั้นก็ยังเปิดอยู่

ในทางกลับกัน ถ้าระดับ 6만달러(약 8억 6,700만 원) ถูกทะลุลงอย่างชัดเจน ตลาดอาจไหลลงสู่ช่วง ‘ย่อที่ลึกกว่า’ พร้อมเปิดประตูสู่การทดสอบแนวรับระยะกลาง–ยาวที่ต่ำลงไปอีก ส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนซึ่งอาจหดตัวแรงกว่าเดิม

ช่วงเปราะบาง: แพ้ทางสภาพคล่อง ภาวะมหภาค และโพสิชั่นอนุพันธ์ “ต้องเห็นการไหลเข้าของสเต이블คอยน์แบบต่อเนื่อง”

ผู้เชี่ยวชาญจำนวนไม่น้อยมองว่าการปรับฐานรอบนี้ อาจไม่ใช่แค่การ ‘ลงเพื่อขึ้นต่อ’ ของบิตคอยน์เพียงเหรียญเดียว แต่เป็นกระบวนการ ‘รีเซ็ตสภาพคล่อง’ ของตลาดคริปโตทั้งระบบ โดยเฉพาะเมื่อเห็นสัญญาณจาก ‘สัดส่วนอุปทานสเต이블คอยน์’ และ ‘การเปลี่ยนแปลงมูลค่าตลาด USDT’ ที่เดินลงพร้อมกัน หลายคนจึงระบุว่า ต่อให้มีเด้งทางเทคนิคเป็นรอบๆ ก็ยังยากจะฟันธงว่าเป็นจุดเปลี่ยนเทรนด์จริง

ปัจจัยชี้ขาดจึงกลับมาที่ ‘การไหลเข้าของสเต이블คอยน์’ อีกครั้ง มุมมองที่เริ่มได้รับการยอมรับมากขึ้นคือ บิตคอยน์จะมีเงื่อนไขฟื้นตัวเชิงโครงสร้าง ก็ต่อเมื่อมูลค่าตลาดของ USDT และสเต이블คอยน์หลักอื่นๆ ในกรอบ 30 วันกลับมาอยู่ในโซนบวก พร้อมกับที่ SSR ออสซิลเลเตอร์ยืนเหนือศูนย์ได้หลายสัปดาห์ติดต่อกัน ในทางกลับกัน หากสองตัวชี้วัดนี้ยังอ่อนแรงควบคู่กัน ตลาดก็มีแนวโน้มค้างอยู่ในโหมด ‘หนีความเสี่ยง’ และบิตคอยน์จะยิ่งตอบสนองอย่างผันผวนต่อทั้งปัจจัยมหภาค และการรีบาลานซ์โพสิชั่นในตลาดอนุพันธ์

สรุปแล้ว ภาวะอ่อนตัวของบิตคอยน์รอบนี้ถูกตีความว่าเป็นส่วนหนึ่งของ ‘ตลาดเสี่ยงต่ำ’ ที่ผูกอยู่กับการหดตัวของสภาพคล่องสเต이블คอยน์ มากกว่าจะเป็นเพียงการย่อราคาในเทรนด์ขาขึ้นปกติ ต่อให้มีรอบเด้งสั้นให้เก็งกำไรไปเรื่อยๆ แต่จนกว่าตัวเลข ‘สัดส่วนอุปทานสเต이블คอยน์’ และ ‘มูลค่าตลาด USDT’ จะส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังไม่กล้าพูดเต็มปากว่า เทรนด์ใหญ่ของบิตคอยน์ได้กลับตัวขึ้นแล้วจริงๆ

ความคิดเห็น: สำหรับนักลงทุนระยะกลาง–ยาว ช่วงที่สภาพคล่องหดตัวและตลาดอยู่ในโหมดหนีเสี่ยง มักเป็นจังหวะที่ควรโฟกัสกับ ‘คุณภาพของสัญญาณสภาพคล่อง’ มากกว่าราคาวันต่อวัน การเฝ้าดู SSR และกระแสเงินในสเต이블คอยน์หลักอาจให้ข้อมูลที่มีน้ำหนักกว่าการมองแค่กราฟราคาเพียงอย่างเดียวในระยะนี้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1