สเตรทีจี(STRC) เดินหน้ากด ‘คันเร่ง’กลยุทธ์ซื้อบิตคอยน์(BTC) ต่อเนื่อง แม้ตลาดคริปโตผันผวนไม่หยุด ล่าสุดบริษัทเลือกออก ‘หุ้นบุริมสิทธิถาวร’แบบจ่ายปันผลรายเดือน เพื่อนำเงินมาซื้อบิตคอยน์เพิ่ม โดยตั้งราคาไว้ราว 100 ดอลลาร์ (ประมาณ 144,630 บาท) ต่อหุ้น และปรับอัตราปันผลใหม่ทุกเดือน หวังทั้งลดความกังวลของนักลงทุนและล็อกแหล่งเงินทุนระยะยาวสำหรับดีลซื้อบิตคอยน์รอบใหม่
หุ้นบุริมสิทธิของสเตรทีจีที่เทรดภายใต้ทีเคอร์ ‘STRC’ เป็นหัวใจของแผนรอบนี้ ตามเอกสารของบริษัท STRC ให้ผลตอบแทนปันผลในอัตราเฉลี่ยปีละราว 11.25% และถูกออกแบบให้ราคาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ เพื่อให้เข้าใจง่ายและคุมความผันผวน ขณะที่โครงสร้างปันผลจะถูก ‘รีเซ็ต’ทุกเดือนตามภาวะตลาดและสภาพคล่องของบริษัท
ฝง เล(Phong Le) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร(CEO) ของสเตรทีจีให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg ว่าต่อไปหากบริษัทต้องหาเงินไปซื้อบิตคอยน์เพิ่ม จะพยายามใช้ ‘ทุนชั้นรองแบบบุริมสิทธิ (preferred capital)’ เช่น หุ้นบุริมสิทธิ แทนการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้มากขึ้น แนวทางนี้ถูกมองว่าเป็นความพยายามหลีกเลี่ยงการทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิมถูกเจือจาง แต่ยังเพิ่มกำลังซื้อลงทุนในบิตคอยน์ได้ต่อเนื่อง
ไมเคิล เซย์เลอร์(Michael Saylor) ประธานคณะกรรมการของสเตรทีจี ยังคงยึดมั่นยุทธศาสตร์ ‘ซื้อแล้วถือยาว’โดยไม่สั่นคลอน สื่อโลกต่างประเทศรายงานตรงกันว่า เซย์เลอร์ย้ำหลายครั้งว่าต่อให้ราคา *บิตคอยน์* ร่วงแรง บริษัทก็จะไม่ขายเหรียญที่ถืออยู่ พร้อมยืนยันแผนซื้อเพิ่มทุกไตรมาสอย่างต่อเนื่อง
ท่าทีเช่นนี้ถูกมองว่าเป็น ‘สัญญาณสร้างความเชื่อมั่น’ให้ผู้ถือหุ้น ที่ต้องทนดูราคาหุ้นสเตรทีจีเหวี่ยงขึ้นลงตามราคาบิตคอยน์อยู่ตลอด บริษัทพยายามสื่อว่าตนเองมองเกมระยะยาวมากกว่าจังหวะเก็งกำไรระยะสั้น และกำลังสลักภาพตัวเองให้ชัดว่าเป็น “บริษัทศูนย์กลางบิตคอยน์” อย่างเต็มตัว
โมเดลเพิ่มหุ้นบุริมสิทธิสเตรทีจีนั้นไม่ซับซ้อน: บริษัทออกหุ้นบุริมสิทธิอย่าง STRC ที่ให้ปันผลสูงเพื่อดึงดูดนักลงทุนที่ต้องการรายได้ประจำ แล้วนำเงินที่ระดมได้ไปซื้อ *บิตคอยน์* โดยตรง แทนการออกหุ้นสามัญเพิ่มจำนวนในตลาด ซึ่งมักกดดันราคาหุ้นเดิมให้ร่วงจากแรงขายทำกำไร
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 13 ระบุว่าบิตคอยน์สpotเทรดกันที่ราว 67,926 ดอลลาร์ต่อ 1BTC (ประมาณ 9.82 ล้าน 3,000 บาท) แม้ราคายังทรงตัวในโซนสูง สเตรทีจีก็ยังเดินหน้าซื้อต่อเนื่อง ทำให้เงินจากหุ้นบุริมสิทธิรอบใหม่มีแนวโน้มถูกโยนลง ‘ตะกร้าบิตคอยน์’ ในสัดส่วนที่สูงพอสมควร
ฝั่งบริษัทวางตำแหน่ง STRC ว่าเป็นเหมือน ‘กันชน’ให้กับนักลงทุนที่อยากรับผลตอบแทนจากยุทธศาสตร์บิตคอยน์ของสเตรทีจี แต่ไม่อยากถือเหรียญเองตรงๆ แนวคิดคือผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิจะได้รับปันผลเป็นเงินสดสม่ำเสมอ ขณะที่ราคาหุ้นไม่เหวี่ยงเท่าหุ้นสามัญ ซึ่งผูกติดกับราคาบิตคอยน์อย่างแรง
แต่ในตลาดก็มีเสียงตั้งคำถามตามมาไม่น้อย ผู้เชี่ยวชาญการเงินจำนวนหนึ่งมองว่า หุ้นบุริมสิทธิที่จ่ายปันผลระดับ ‘เกิน 10% ต่อปี’ นั้นสะท้อน ‘ส่วนชดเชยความเสี่ยง’ ที่สูงในตัวอยู่แล้ว “สัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนสูงแต่ขายภาพความปลอดภัย” มักเป็นสัญญาณเตือนว่าผลิตภัณฑ์นั้นอาจมี *ความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง* ซ่อนอยู่
ยิ่งไปกว่านั้น โครงสร้างแบบ ‘ปันผลรีเซ็ต’ ตามดอกเบี้ยตลาดและฐานะการเงินบริษัท ยังทำให้ผู้ลงทุนไม่อาจหวังอัตราผลตอบแทนคงที่ระยะยาวได้ หากบริษัทเริ่มรับภาระดอกเบี้ยและเลเวอเรจมากเกินไป ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิอาจแรกเจอทั้งการปรับลดปันผล และความผันผวนด้านราคาไปพร้อมกัน
รายงานระบุว่าสเตรทีจีปัจจุบันถือครองบิตคอยน์แล้วเป็นจำนวนระดับ ‘หลายแสนเหรียญ’ ทำให้สินทรัพย์คริปโตกลายเป็นแกนกลางของงบดุลแทบจะอย่างเป็นทางการ ผู้บริหารก็ยอมรับตรงไปตรงมาว่ากรอบเวลาลงทุนคือ ‘ระยะยาวมาก’ และใช้ *บิตคอยน์* เป็นเสาหลักทางการเงินแทนเงินสดส่วนใหญ่
ด้วยโครงสร้างแบบนี้ นักวิเคราะห์จำนวนไม่น้อยจึงมองว่างบการเงินของสเตรทีจี “ดูคล้ายกองทุนคริปโตจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์” มากกว่าจะเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ตามนิยามเดิม ส่งผลให้เกิดข้อถกเถียงว่า ควรประเมินมูลค่าบริษัทนี้ในฐานะ ‘หุ้นโกรทเทค’ หรือควรใช้กรอบคิดแบบ ‘ยานลงทุนบิตคอยน์’ ที่มูลค่าผูกกับจำนวนเหรียญที่ถือและมูลค่าตลาดของ BTC แทน
สำหรับนักลงทุนที่รู้สึกลังเลกับการซื้อบิตคอยน์โดยตรง สินทรัพย์อย่างหุ้นบุริมสิทธิของสเตรทีจี ซึ่งเสนอ ‘ปันผลเป็นเงินสดรายเดือน’ อาจดูน่าดึงดูด เพราะได้สัมผัสการเคลื่อนไหวของราคาบิตคอยน์แบบอ้อมๆ โดยไม่ต้องรับภาระการเก็บรักษาเหรียญหรือความเสี่ยงด้านกฎระเบียบโดยตรง
แต่อย่าลืมว่าหุ้นบุริมสิทธิเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเงินทุนบริษัท ปันผลและสิทธิของผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิจึงผูกอยู่กับสภาพคล่อง นโยบายการเงิน และการจัดการเลเวอเรจของสเตรทีจีโดยตรง หากราคาบิตคอยน์ผันผวนหนัก หรือกลยุทธ์ซื้อสะสมของบริษัทติดหล่มขาดทุนยืดเยื้อ ย่อมส่งแรงกดดันกลับมายังผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิในรูปของการลดปันผล หรือการไหลลงของราคาได้เช่นกัน
‘ความคิดเห็น’
สำหรับยุทธศาสตร์เพิ่มหุ้นบุริมสิทธิของสเตรทีจี จุดชี้ขาดอยู่ที่ว่า ผลิตภัณฑ์นี้จะถูกจดจำในฐานะ ‘เครื่องมือสร้างรายได้พร้อมกันชนความเสี่ยง’ หรือจะกลายเป็นเพียง ‘ชั้นเลเวอเรจใหม่’ ที่ย้ายความเสี่ยงบิตคอยน์จากบริษัทไปยังผู้ลงทุนอีกรอบ ผลลัพธ์สุดท้ายจะขึ้นอยู่กับทั้งราคาบิตคอยน์ในระยะยาว และสภาพตลาดทุน–อัตราดอกเบี้ยทั่วโลก ว่าจะเอื้อให้โมเดล ‘ระดมทุนด้วยหุ้นบุริมสิทธิ – ทุ่มซื้อบิตคอยน์’ ใช้งานได้อย่างยั่งยืนเพียงใด
ความคิดเห็น 0