Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ทอม ลีชี้อีเธอเรียม(ETH) ใกล้เข้าโซนทำจุดต่ำสุด มั่นใจยังเดินตามแพทเทิร์นฟื้นตัว V-Shape

ทอม ลีชี้ ‘อีเธอเรียม(ETH)’ ยังไม่หลุดจากแพทเทิร์น ‘ฟื้นรูปตัว V’ มั่นใจใกล้แตะโซน ‘ทำจุดต่ำสุด’

อีเธอเรียม(ETH) ยังคงแกว่งตัวต่ำกว่าระดับ 2,000 ดอลลาร์ (ราว 2,889.4 ล้านบาท) ท่ามกลางแรงขายและความผันผวนที่กดดันตลาดต่อเนื่อง แต่ ‘ทอม ลี(Tom Lee)’ หัวหน้าฝ่ายวิจัยจากสถาบันวิจัยด้านสินทรัพย์ดิจิทัล ‘ฟันด์สแตรต(Fundstrat)’ กลับมองว่ารอบนี้ก็ยังอยู่ในกรอบเดิมของ ‘การฟื้นตัวรูปตัว V’ ตามแพทเทิร์นในอดีต พร้อมประเมินว่าอีเธอเรียมกำลังเคลื่อนเข้าใกล้ ‘โซนทำจุดต่ำสุด’ มากขึ้นทุกที

‘ความคิดเห็น’ แม้ภาพสั้น ๆ จะดูน่ากังวล แต่หากมองในมุมวัฏจักรระยะยาว อาจเป็นเพียงอีกหนึ่งเฟสของการปรับฐานที่เคยเห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เมื่อวันที่ 6 (เวลาท้องถิ่น) ในเวทีคอนเฟอเรนซ์ที่ฮ่องกง ทอม ลี ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา อีเธอเรียมเผชิญกับการปรับฐานรุนแรงเกิน 50% แล้วอย่างน้อย 8 ครั้ง โดยเฉพาะช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม 2024 ที่ราคาเคยรูดลงมากสุดถึงราว 64% แต่ท้ายที่สุด “ทุกครั้ง” ก็จบลงด้วยรูปแบบ ‘V-Shape Bottom’ หรือการดีดกลับแรงในจังหวะเวลาใกล้เคียงกับตอนลง

เขาชี้ว่า ข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ดังกล่าว เป็นสัญญาณว่าการร่วงรอบนี้อาจไม่ได้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงด้าน ‘ปัจจัยพื้นฐาน’ ของอีเธอเรียม หรือทำให้มุมมองระยะยาวเสียหาย แต่มีแนวโน้มเป็นเพียงอีกหนึ่งช่วงของวัฏจักร ‘ร่วงแรง–ฟื้นแรง’ ที่เคยเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่ามากกว่า

ทอม ลีย้ำว่า “โอกาสสูงที่การปรับฐานคราวนี้จะเดินตามรอยเดิม และสร้าง ‘V-Shape Bottom’ เพิ่มอีกหนึ่งครั้งในกราฟราคาอีเธอเรียม”

ทอม ลียังอ้างอิงมุมมองเชิงเทคนิคของ ‘ทอม ดีมาร์ก(Tom DeMark)’ นักวิเคราะห์ตลาดจากบริษัทวิจัยคริปโต ‘บิตไมน์(BitMine)’ ซึ่งใช้โมเดล ‘DeMark Indicator’ ในการจับจังหวะกลับตัว โดยดีมาร์กมองว่า อีเธอเรียมอาจต้องลงไป ‘รีเทสต์’ บริเวณราว 1,890 ดอลลาร์ (ประมาณ 2,731.9 ล้านบาท) อีกสักครั้ง เพื่อสร้างสิ่งที่เขาเรียกว่า ‘Perfected Bottom’ หรือ ‘จุดต่ำสุดแบบสมบูรณ์’

อ้างอิงงานวิจัยของบิตไมน์ ทอม ลีประเมินว่า ตอนนี้ราคาของอีเธอเรียม “อยู่ใกล้โซน Perfected Bottom มากแล้ว” พร้อมเชื่อมโยงกับโครงสร้างตลาดช่วงปลายปี 2018 ปลายปี 2022 และเดือนเมษายน 2025 ที่ล้วนเป็นวัฏจักรการร่วงแรงก่อนฟื้นกลับของอีเธอเรียมทั้งสิ้น

แม้เขาจะหลีกเลี่ยงการระบุระดับราคาต่ำสุดที่แน่นอน แต่ก็เน้นว่าคำถามสำคัญไม่ใช่ “จะลงไปถึงตรงไหน” แต่คือ “ลงมาแล้ว ‘มากพอ’ หรือยัง” หากพิจารณาจากมุมมองนี้ เขามองว่าแรงเทขายจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา ทำให้รอบนี้เริ่มเข้าใกล้ช่วงที่นักลงทุนควรมองในมุม ‘โอกาส’ มากกว่ามุม ‘ความกลัว’

ทอม ลีระบุชัดว่า “เมื่อการปรับฐานรุนแรงเกิดขึ้นไปแล้วระดับนี้ เราอาจไม่ได้อยู่ในจุดที่ควรคิดเรื่อง ‘ขาย’ อีกต่อไป แต่ควรเริ่มถามตัวเองว่า นี่คือช่วงเวลาที่ควรพิจารณา ‘โอกาส’ หรือไม่”

ในขณะที่ราคาอีเธอเรียมหลุดลงแตะราว 1,760 ดอลลาร์ (ประมาณ 2,544.5 ล้านบาท) เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ทำให้ราคาเดินหน้ากลับไปหาโซนจุดต่ำสุดใหม่ของปีแถว 1,400 ดอลลาร์ (ราว 2,020.7 ล้านบาท) อีกครั้ง ภาพรวมในช่วง 30 วันที่ผ่านมา อีเธอเรียมร่วงไปราว 36% แต่ก็ยังไม่สามารถยืนเหนือระดับ 2,000 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนเต็มไปด้วยแรงกดดันและความเชื่อมั่นที่สั่นคลอน

แม้สภาวะโดยรวมจะเครียด แต่ฝั่ง ‘สถาบัน’ บางรายกลับใช้จังหวะนี้เร่งสะสมเพิ่ม โดยเฉพาะ ‘บิตไมน์’ บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่มุ่งเน้นอีเธอเรียม ซึ่งทอม ลีนั่งเก้าอี้เป็นประธาน ได้เข้าซื้ออีเธอเรียมล็อตใหญ่ในสัปดาห์นี้คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 83 ล้านดอลลาร์ (ราว 11,989.01 ล้านบาท)

ข้อมูลจากตลาดระบุว่า บิตไมน์กระจายคำสั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์มสำหรับลูกค้าสถาบันอย่าง ‘บิตโก(BitGo)’ และ ‘ฟอลคอนเอ็กซ์(FalconX)’ แพลตฟอร์มละราว 20,000 ETH รวมเป็นการสะสมครั้งใหญ่สองรอบติด แม้สถานะที่ถืออยู่เดิมจำนวนมากจะยังติด ‘ขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง’ (Unrealized Loss) อยู่ก็ตาม

การตัดสินใจเพิ่มน้ำหนักในสินทรัพย์ที่ยังอยู่ใต้ราคาทุน ถูกตีความจากนักลงทุนบางส่วนว่าเป็น ‘กลยุทธ์เพิ่มเลเวอเรจเชิงกลยุทธ์’ ในบริเวณใกล้โซนที่เชื่อว่าเป็น ‘จุดต่ำสุด’ หรืออย่างน้อยก็เป็นช่วงที่ความเสี่ยงด้านราคาเริ่มมีสัดส่วนต่อผลตอบแทนที่น่าสนใจมากขึ้น

‘ความคิดเห็น’ สำหรับผู้เล่นรายใหญ่ การรับความผันผวนระยะสั้นอาจเป็นราคาที่ต้องจ่าย เพื่อแลกกับโอกาสในรอบฟื้นตัวขนาดใหญ่หากแพทเทิร์นในอดีตเกิดซ้ำ

อย่างไรก็ตาม การปรับฐานรุนแรงครั้งนี้ไม่ได้สะท้อนแค่ฝั่งที่ ‘กล้าเสี่ยงมากขึ้น’ เท่านั้น ฝั่งที่ ‘รับความเสี่ยงไม่ไหว’ ก็ต้องยอมตัดขาดทุนและรีเซ็ตพอร์ตเช่นกัน

ในฝั่งเอเชีย ‘แจ็ค อี(Jack Yi)’ ผู้ก่อตั้งบริษัทคริปโตเทรดดิ้ง ‘ลิควิด แคปิตอล(Liquid Capital)’ และผู้บริหารบริษัทเทรดดิ้งเชิงปริมาณ ‘เทรนด์ รีเสิร์ช(Trend Research)’ ได้ตัดสินใจปิดสถานะอีเธอเรียมทั้งหมดของบริษัท ส่งผลให้หนึ่งในสถานะ ‘อีเธอเรียมฝั่งซื้อ (Long) ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย’ ต้องถูกปิดฉากลง

รายงานระบุว่า เทรนด์ รีเสิร์ช ใช้เลเวอเรจในการสร้างเอ็กซ์โพเชอร์ต่ออีเธอเรียมสูงถึงราว 2.1 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 303,448 ล้านบาท) ก่อนจะทยอยปิดสถานะทั้งหมดในช่วงตลาดร่วง และต้องบันทึกผลขาดทุนรวมราว 869 ล้านดอลลาร์ (ราว 125,644 ล้านบาท)

แม้แจ็ค อีกจะเคยย้ำมุมมองบวกต่ออีเธอเรียมในระยะยาวหลายครั้ง แต่สุดท้ายความผันผวนในระยะสั้นก็กลายเป็นแรงกดดันหลักที่ทำให้บริษัทไม่สามารถแบกรับได้ไหว และต้องเลือกปิดโพซิชันเพื่อจำกัดความเสี่ยง

‘ความคิดเห็น’ กรณีนี้สะท้อนให้เห็นชัดว่า แม้ภาพใหญ่ของสินทรัพย์จะยังดูดีในระยะยาว แต่การใช้เลเวอเรจสูงเกินไปอาจทำให้ถูก ‘บังคับออกจากตลาด’ ได้ก่อนที่มุมมองระยะยาวจะเริ่มเป็นจริง

ในอีกมุมหนึ่ง การร่วงลงของราคาอีเธอเรียมยังมาพร้อมสัญญาณเชิงพฤติกรรมที่ขัดแย้งกันในตลาดอย่างชัดเจน

ฝั่งหนึ่ง เราเห็นสัญญาณ ‘ความกลัว’ เช่น การไหลออกจากตลาดอนุพันธ์ การเทขายแบบตื่นตระหนก (Panic Sell) และการถูกบังคับล้างพอร์ตเลเวอเรจ (Forced Liquidation) ในระดับสูง

อีกฝั่งหนึ่ง เราเห็น ‘เม็ดเงินที่เข้าซื้อสวนกระแส’ อย่างเช่นดีลสะสม ETH ขนาดใหญ่ของบิตไมน์ และการไหลออกของอีเธอเรียมจากกระดานเทรดไปยังกระเป๋าส่วนตัวในระดับที่สูงสุดตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นมา

ข้อมูลออนเชนชี้ว่า ปริมาณอีเธอเรียมที่ไหลออกจากกระดานเทรดแบบรวมศูนย์ในช่วงหลัง เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจสะท้อนว่าบางส่วนของเม็ดเงินเริ่มย้ายไปเก็บรักษาระยะยาวในวอลเล็ตส่วนตัว หรือเคลื่อนย้ายไปใช้ในโปรโตคอลด้านการเงินไร้ศูนย์กลาง (DeFi) มากขึ้น

ทอม ลีกล่าวทิ้งท้ายว่า ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา อีเธอเรียมมักตอบสนองต่อการร่วงแรงด้วยการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในลักษณะ ‘รูปตัว V’ แม้จะไม่มี ‘หลักประกัน’ ว่ารอบนี้ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยแบบเดียวกัน แต่การที่มุมมองในตลาดแบ่งออกเป็นสองฝ่ายอย่างสุดขั้ว ระหว่าง ‘หลีกเลี่ยงความเสี่ยง’ กับ ‘มองหาโอกาส’ ทำให้ระดับความผันผวนในระยะสั้นมีแนวโน้มที่จะยังคงสูงต่อไป

ท้ายที่สุด ช่วงราคาปัจจุบันอาจถูกมองได้ว่าเป็น ‘บททดสอบความเชื่อมั่น’ ต่อปัจจัยพื้นฐานระยะยาวของอีเธอเรียม และเป็นสนามวัดใจว่าตลาดยังเชื่อใน ‘ความต่อเนื่องของแพทเทิร์นในอดีต’ แค่ไหน นักวิเคราะห์หลายรายมองตรงกันว่า ไม่ว่าผู้ลงทุนจะเลือกยืนฝั่งไหน ผลลัพธ์ว่าตลาดจะกลับไปทำตามค่าเฉลี่ยทางประวัติศาสตร์หรือไม่ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของ ‘วัฏจักรถัดไป’ ของอีเธอเรียมอย่างมีนัยสำคัญ

‘คำสำคัญ’ อีเธอเรียม(ETH) ‘คำสำคัญ’ V-Shape ‘คำสำคัญ’ ทอม ลี ‘คำสำคัญ’ บิตไมน์(BitMine) ‘คำสำคัญ’ การปรับฐานราคา ‘คำสำคัญ’ ตลาดคริปโต

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1