แพลตฟอร์มกู้ยืมคริปโตสำหรับสถาบัน ‘บล็อกฟิลส์(BlockFills)’ ประกาศระงับ ‘การฝาก–ถอน’ ของลูกค้าทั้งหมด หลังเผชิญแรงสั่นสะเทือนจากการร่วงลงอย่างรวดเร็วของบิตคอยน์(BTC) และตลาดคริปโตโดยรวม แพลตฟอร์มแห่งนี้มีมูลค่าการซื้อขายต่อปีเกิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.65 หมื่นล้านบาท) สำหรับลูกค้านักลงทุนสถาบันเท่านั้น ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่านี่อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของภาวะตึงตัวด้านสภาพคล่องในตลาดคริปโตระดับสถาบัน
จากรายงานของสื่อท้องถิ่นเมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) บล็อกฟิลส์ได้ระงับการรับฝากและการถอนเงินของลูกค้าทั้งหมดตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่บิตคอยน์และตลาดคริปโตเคอร์เรนซีราคาร่วงอย่างรุนแรง มาตรการดังกล่าวยังคงมีผลอยู่ในปัจจุบัน โดยบริษัทระบุว่าเป็นการดำเนินการเชิงป้องกันล่วงหน้า ภายใต้ ‘สภาวะตลาดและการเงินล่าสุด’ ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทั้งนี้ บิตคอยน์(BTC) ในช่วงเวลาดังกล่าวปรับตัวลงจาก 78,995 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 11.39 ล้านบาท) ลงไปแตะโซน 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.65 ล้านบาท) คิดเป็นการร่วงลงเพิ่มเติมอีกราว 24%
บล็อกฟิลส์ชี้แจงผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ว่า “ฝ่ายผู้บริหารกำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับนักลงทุนและลูกค้า เพื่อเร่งหาทางออกและฟื้นฟูสภาพคล่องบนแพลตฟอร์มให้เร็วที่สุด” พร้อมย้ำว่าระบบการซื้อขาย ‘ไม่ได้ถูกปิดทั้งหมด’ บริษัทระบุเพิ่มเติมว่า แม้ ‘การฝาก–ถอนเงินสด’ จะถูกระงับ แต่การเปิดหรือปิดสถานะในตลาดสปอตและอนุพันธ์ยังทำได้ในบางเงื่อนไข กล่าวคือ อยู่ในสถานะ ‘แช่แข็งบางส่วน’ ที่ “เงินนำออกไม่ได้ แต่ยังขยับปรับพอร์ตภายในบัญชีเทรดได้”
มาตรการนี้อาจส่งผลกระทบต่อกลุ่มลูกค้านักลงทุนสถาบันราว 2,000 ราย บล็อกฟิลส์เน้นให้บริการเฉพาะนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ เช่น กองทุนจัดการสินทรัพย์และกองทุนเฮดจ์ฟันด์ โดยกำหนดคุณสมบัติขั้นต่ำว่าลูกค้าต้องถือครองคริปโตอย่างน้อย 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.44 พันล้านบาท) บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 2017 โดย นิค แฮมเมอร์(Nick Hammer) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร(CEO) และ กอร์ดอน วอลเลซ(Gordon Wallace) ประธานบริษัท และเติบโตขึ้นจากการสนับสนุนของนักลงทุนสถาบันอย่าง ‘ซัสเควฮันนา ไพรเวต อิควิตี้ อินเวสต์เมนต์ส์’ และกลุ่มตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าชั้นนำ ‘ซีเอ็มอี กรุ๊ป(CME Group)’
‘คำ’การระงับฝาก–ถอนของบล็อกฟิลส์ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เพราะถือเป็นหนึ่งในกรณีแรกๆ ที่แพลตฟอร์มคริปโตขนาดใหญ่ใช้เหตุผล ‘สภาวะตลาด’ เป็นปัจจัยหลัก ในอดีต ปัญหาลักษณะนี้มักเกิดจากความเสี่ยงภายใน เช่น การบริหารจัดการที่ล้มเหลว หรือการผิดนัดชำระ (ดีฟอลต์) ของคู่ค้ารายสำคัญ แต่ครั้งนี้ ‘การดิ่งลงของราคา’ และ ‘การหายไปของสภาพคล่อง’ ถูกมองว่าเป็นตัวแสดงหลัก ‘ความคิดเห็น’ สะท้อนว่าตลาดคริปโตสถาบันเริ่มเปราะบางต่อความผันผวนรอบใหม่ของบิตคอยน์มากขึ้น
บิตคอยน์(BTC) เองกำลังอยู่ในช่วงปรับฐานแรง โดยจุดชนวนหลักมาจากถ้อยแถลงด้าน ‘ภาษีนำเข้า’ ของประธานาธิบดีทรัมป์ เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม (เวลาท้องถิ่น) ทรัมป์โพสต์ข้อความเกี่ยวกับนโยบายภาษีและการจัดเก็บภาษีนำเข้าบนโซเชียลมีเดีย ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกผันผวนอย่างเฉียบพลัน และแรงกระแทกก็ส่งต่อมายังตลาดคริปโตอย่างรุนแรง มีการประเมินว่ามีสถานะเลเวอเรจในตลาดคริปโตถูกบังคับปิด (ล้างพอร์ต) ไปแล้วคิดเป็นมูลค่าราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.88 ล้านล้านบาท)
หลังจากนั้น บิตคอยน์เผชิญแรงขายต่อเนื่องหลายเดือน จนเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ราคาร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดใหม่ของปีที่ 60,008 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.65 ล้านบาท) ก่อนจะฟื้นกลับขึ้นมาเคลื่อนไหวแถว 67,575 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.74 ล้านบาท) ในช่วงล่าสุด แต่ระดับปัจจุบันยังต่ำกว่าสถิติสูงสุดตลอดกาลที่ 126,080 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 18.18 ล้านบาท) ซึ่งทำไว้เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม อยู่ราว 46.6% ‘คำ’สะท้อนว่าบิตคอยน์ยังอยู่ในเฟสปรับฐานลึก เมื่อเทียบกับจุดสูงสุดก่อนหน้า
แม้ราคาจะลงมาห่างจากจุดสูงสุดเกือบครึ่งหนึ่ง แต่วงการที่มีการใช้เลเวอเรจสูงและมีการซื้อขายในกลุ่มสถาบันอย่างเข้มข้น ยังคงอ่อนไหวต่อการแกว่งของราคาเพียงเล็กน้อย เมื่อราคาขยับลงทีละนิด แรงกดดันด้านสภาพคล่องก็สามารถขยายตัวเป็น ‘สภาวะตึงเครียดยกแผง’ ได้ โดยเฉพาะแพลตฟอร์มอย่างบล็อกฟิลส์ ซึ่งเป็นเสมือนจุดรวมความต้องการ ‘กู้–ให้กู้’ และการจัดหาสภาพคล่องของนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ หากราคาสินทรัพย์ค้ำประกันตกลงอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการถูกเรียกมาร์จิน (มาร์จินคอล) แบบต่อเนื่อง โครงสร้างเงินฝาก–สินเชื่อบนแพลตฟอร์มอาจสั่นคลอนภายในเวลาอันสั้น
ในตลาด สถาบันและนักลงทุนกำลังจับตาว่า ‘คำ’การระงับฝาก–ถอนของบล็อกฟิลส์ควรถูกมองเป็นปัญหาเฉพาะตัวของแพลตฟอร์มเดียว หรือเป็นสัญญาณเตือนต่อความเปราะบางในตลาดกู้ยืมและสภาพคล่องคริปโตฝั่งสถาบันในภาพรวม ขณะนี้ยังไม่พบกรณีแพลตฟอร์มขนาดใหญ่รายอื่นใช้มาตรการรุนแรงในลักษณะเดียวกัน แต่หากความผันผวนของราคาบิตคอยน์กลับมาขยายตัวอีกระลอก ความกังวลว่าอาจมี ‘บล็อกฟิลส์รายที่สองและสาม’ ก็เริ่มหนาหูขึ้นเรื่อยๆ
ทิศทางตลาดในระยะถัดไปจึงอาจขึ้นอยู่กับสองปัจจัยหลัก หนึ่ง คือ บล็อกฟิลส์จะสามารถฟื้นฟูสภาพคล่องและกลับมาเปิดให้ฝาก–ถอนได้เมื่อใด และในรูปแบบใด สอง คือ นโยบายภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีทรัมป์ รวมถึงทิศทางเศรษฐกิจมหภาคจะส่งผลต่อราคาบิตคอยน์(BTC) ให้กลับเข้าสู่ระดับสมดุลที่ไหน หากบิตคอยน์สามารถสร้างฐานราคาใหม่ได้อย่างมั่นคง ตลาดกู้ยืมคริปโตฝั่งสถาบันอาจค่อยๆ คลายความตึงเครียดลง
อย่างไรก็ตาม กรณีของบล็อกฟิลส์ตอกย้ำให้เห็นว่า แม้จะติดป้ายว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ‘สำหรับสถาบัน’ ที่ดูมั่นคงกว่าแพลตฟอร์มรายย่อย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยจากผลกระทบของภาวะปรับฐานแรงในบิตคอยน์(BTC) และตลาดคริปโต ในช่วงที่ราคาปรับตัวลงรุนแรง สภาพคล่องในระบบสามารถเหือดแห้งได้อย่างรวดเร็ว และผู้เล่นรายใหญ่เองก็อาจกลายเป็นจุดเปราะบางของระบบได้เช่นกัน
ความคิดเห็น 0