รี플(XRP) กำลังเผชิญแรงเหวี่ยงราคาหนักต่อเนื่องหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ขณะที่ ‘แชตบอท AI’ 4 ตัว ได้แก่ แชตจีพีที(ChatGPT), เจมินี(Gemini), โกร크(Grok) และเพอร์เพล็กซิตี(Perplexity) ต่างมองไปในทิศทางเดียวกันว่า XRP อยู่ในช่วง ‘บ่มฐาน–สร้างพื้น’ และยังไม่พร้อมเข้าสู่รอบ ‘ตลาดกระทิง’ เต็มตัวในทันที แต่ถ้าเงื่อนไขมหภาคและปัจจัยบวกใหม่ๆ เข้าที่ อัพไซด์จากระดับปัจจุบันอาจขยับได้หลายเท่าตัว
โทเคนสำหรับชำระเงินข้ามแดนของริปเปิลอย่าง ‘ริปเปิล(XRP)’ เคลื่อนไหวผันผวนแรงตลอดช่วงปลายปี 2024 ถึงต้นปี 2026 หลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปลายปี 2024 ราคาเคยยืนบริเวณ 0.60 ดอลลาร์ ก่อนจะทะลุจุดสูงสุดเดิมราว 3.40 ดอลลาร์ในเดือนมกราคม 2018 ขึ้นไปอีก และทำ ‘จุดสูงสุดใหม่ตลอดกาล’ แถว 3.65 ดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคม ทว่าปัจจุบันราคาได้ถอยลงมาลึกจนต่ำกว่า 1.40 ดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นการร่วงจากจุดสูงสุดในเดือนกรกฎาคมราว 62%
ก้าวเข้าสู่ปี 2026 ความผันผวนของ ‘ริปเปิล(XRP)’ ยิ่งเด่นชัด ช่วงต้นเดือนมกราคมราคาไปชนแนวต้านแถว 2.40 ดอลลาร์แล้วถูกขายทำกำไรลงเร็ว ภายในเวลาเพียงเดือนเดียวถอยมาบริเวณ 1.11 ดอลลาร์ ก่อนจะเริ่มเห็นแรงรับพยุงราคาในโซนดังกล่าว หมายความว่าในระยะไม่กี่เดือน XRP ดิ่งลงมากกว่า 60% ตลาดส่วนใหญ่จึงมองว่าอยู่ในช่วง ‘ตลาดหมี’ ชัดเจน ท่ามกลางคำถามสำคัญว่า ‘ตลาดกระทิงรอบถัดไปของ XRP จะกลับมาเมื่อไหร่ และต้องใช้เงื่อนไขอะไรบ้าง’ จึงมีการนำมุมมองจากแชตบอท AI อย่าง แชตจีพีที, เจมินี, โกร크 และเพอร์เพล็กซิตี มาประมวลร่วมกัน
‘ความคิดเห็น’ มุมมองนี้สะท้อนว่าตลาดกำลังพยายามใช้ AI เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งในการอ่านวัฏจักรราคา หลังจากอินดิเคเตอร์ดั้งเดิมเริ่มให้สัญญาณแตกต่างกันมากขึ้น
‘ก่อนจะกลับตัว ต้องหาพื้นให้เจอ’ – AI ชี้ กุมภาพันธ์ยังเสี่ยงอ่อนตัว มีลุ้นเห็นจุดต่ำใหม่แถวเมษายน
แชตจีพีทีประเมินว่า ‘ริปเปิล(XRP)’ ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงคลาสสิกของการ ‘ค้นหาจุดต่ำ’ มากกว่าการเริ่มรอบฟื้นตัวจริงๆ และถ้าอิงจากพฤติกรรมในอดีต การแกว่งตัวเพื่อหาจุดต่ำสุดอาจลากยาวได้ถึงช่วงเดือนเมษายน
แชตจีพีทีเน้นประเด็น ‘ฤดูกาลของราคา’ โดยเฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งในหลายรอบวัฏจักรก่อนหน้า XRP มักให้ผลตอบแทนติดลบและมีการย่อตัวแรงกว่าค่าเฉลี่ย จึงมองว่ากุมภาพันธ์ 2026 มีโอกาสเดินซ้ำรอยเดิม และยังเปิดความเป็นไปได้ที่ราคาจะ ‘ไหลลงแรงรอบสั้นๆ’ เพิ่มเติม ขณะที่แรงขายเชิงอารมณ์อาจยังไม่สลายไปทั้งหมด
อย่างไรก็ดี แชตจีพีทีและเพอร์เพล็กซิตีต่างเห็น ‘สัญญาณเชิงบวก’ ตรงกันว่า ระยะห่างจากจุดต่ำอาจไม่มากแล้ว ทั้งคู่ให้เหตุผลว่า ระหว่างวันที่ 6 มกราคมถึง 6 กุมภาพันธ์ ที่ราคาหล่นลงมาราว 50% กลับมีแรงซื้อสวนเข้ามาอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกับค่า ‘Funding Rate’ ในตลาดฟิวเจอร์สและอนุพันธ์ที่ติดลบลึก ซึ่งในอดีตมักตามมาด้วยการรีบาวด์ในระดับหนึ่งเสมอ นอกจากนี้อารมณ์ตื่นตระหนกแบบ ‘เทขายเพราะกลัว’ ก็เริ่มลดระดับลง จึงตีความได้ว่า XRP ‘เข้าใกล้โซนตั้งหลัก’ มากกว่าช่วงก่อนหน้า
‘บ่มฐาน–สะสมแรง’ ถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิ ก่อนลุ้นฟื้นแบบค่อยเป็นค่อยไปช่วงเข้าหน้าร้อน
เจมินีจากกูเกิล และโกรคซึ่งพัฒนาบนแพลตฟอร์ม X ให้มุมมองค่อนข้างสร้างสรรค์ต่อ ‘ริปเปิล(XRP)’ โดยทั้งคู่มองว่าช่วง ‘ฤดูใบไม้ผลิ 2026’ จะเป็นเวลาที่ตลาดเริ่มกำหนดขอบเขต ‘โซนฐานราคา’ ได้ชัดเจนขึ้น จากนั้น XRP จะเข้าสู่เฟส ‘สร้างฐานและฟื้นตัว (base building and recovery)’
ในเฟสดังกล่าว AI ทั้งสองไม่ได้คาดหวัง ‘การพุ่งแรงทันที’ แต่ประเมินว่าราคามีแนวโน้มแกว่งในกรอบแคบ ลักษณะ ‘ไซด์เวย์ในกรอบ’ ขณะที่ปริมาณซื้อขายและตัวชี้วัดบนบล็อกเชนค่อยๆ ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเข้าใกล้ช่วงต้นฤดูร้อน จึงเริ่มมีโอกาสเห็นแนวโน้มไต่ขึ้นทีละน้อย
เจมินียังตั้ง ‘เส้นแบ่งตลาดหมี–ตลาดกระทิง’ ทางเทคนิคให้ค่อนข้างชัด โดยชี้ว่า ถ้า ‘ริปเปิล(XRP)’ ต้องการประกาศ ‘หลุดพ้นตลาดขาลง’ ตามนิยามดั้งเดิม ราคาควรกลับขึ้นไปยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โปเนนเชียล 50 วัน (50-day EMA) ให้ได้อย่างมั่นคง ขณะนี้ 50 วัน EMA ถูกประเมินว่าอยู่บริเวณ 1.80 ดอลลาร์ หาก XRP สามารถทะลุและรักษาระดับเหนือเส้นนี้ได้ จะเป็น ‘ด่านสำคัญ’ ในการยืนยันการเปลี่ยนแนวโน้ม
ด้านแชตจีพีทียอมรับโอกาสในการเข้าสู่ช่วง ‘ฟื้นตัวพื้นฐาน’ เช่นกัน แต่เตือนเรื่อง ‘การรับข่าวดีล่วงหน้า’ ของตลาดที่ผ่านมา ปัจจัยเชิงบวกใหญ่ๆ อย่างคดีฟ้องร้องกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ(SEC) ที่เริ่มคลี่คลาย รวมถึงการอนุมัติ ‘ริปเปิล(XRP) ETF แบบสปอต’ ต่างถูกสะท้อนในราคาไปแล้วระดับหนึ่ง ทำให้ต้องการ ‘ตัวเร่งใหม่’ เพิ่มเติม แชตจีพีทีจึงตั้งเป้าราคา ‘ในกรอบอนุรักษ์นิยม’ จนถึงช่วงฤดูร้อน 2026 ไว้แถว 2.40 ดอลลาร์เป็นเพดานในสถานการณ์พื้นฐาน
โกรคเองก็ชี้จุดเปลี่ยนทางจิตวิทยาไว้อย่างน่าสนใจ โดยระบุว่าเมื่อใดที่ ‘ริปเปิล(XRP)’ กลับขึ้นมายืนเหนือ 2 ดอลลาร์ได้อย่างชัดเจน ตลาดส่วนใหญ่จะเริ่มตีความว่า ‘ตลาดหมีจบลงแล้ว’ ในเชิงเทคนิค การทวงคืนระดับ 2 ดอลลาร์จึงอาจกลายเป็น ‘จุดกลับใจของนักลงทุน’ ที่กระตุ้นให้เม็ดเงินใหม่เริ่มไหลกลับเข้ามา
‘ตลาดกระทิงเต็มรูปแบบ’ น่าจะต้องรอ Q3–Q4 ขึ้นไป เป้าบางสำนักสูงสุดแตะ 13 ดอลลาร์
การประเมินของ AI ทั้ง 4 ตัวมีจุดร่วมสำคัญตรงที่ ‘ตลาดกระทิงรอบใหม่ของ XRP’ ไม่น่าจะเริ่มต้นอย่างเต็มตัวก่อนเข้าสู่ครึ่งหลังของปี 2026 เป็นอย่างน้อย หลายแบบจำลองเห็นว่าช่วงไตรมาส 4 เป็นต้นไปต่างหากที่เงื่อนไขด้านมหภาค ภูมิรัฐศาสตร์ กฎระเบียบการเงินคริปโต และภาวะสภาพคล่องโดยรวมจะจัดวางอย่างเหมาะสมต่อสินทรัพย์เสี่ยง และอาจเปิดโอกาสให้ ‘ริปเปิล(XRP)’ กลับมาโดดเด่นอีกครั้ง
เมื่อมองไปยัง ‘เพดานราคาในตลาดกระทิงเต็มรอบ’ แชตจีพีทีเสนอกรอบ ‘เชิงรุก’ ไว้ค่อนข้างสูง โดยระบุว่าหากมี ‘แรงซื้อจากสถาบันขนาดใหญ่’ ไหลเข้าชัดเจนควบคู่กับการใช้งานเชิงพาณิชย์ของเครือข่ายชำระเงินด้วย XRP ในโลกจริงแบบก้าวกระโดด ราคามีโอกาสไต่ขึ้นไปสูงสุดราว 8 ดอลลาร์ภายในปลายปี 2026 ตัวเลขนี้สูงกว่าระดับปัจจุบันหลายเท่าตัว และสะท้อนสมมติฐานที่ว่า XRP จะกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินระดับโลก
ด้านเพอร์เพล็กซิตีวางภาพในระยะยาวกว่านั้น โดยอิงมุมมอง ‘การทะลุกรอบสะสมขนาดใหญ่’ ที่ยืดเยื้อมาหลายปี ถ้าราคา ‘ริปเปิล(XRP)’ สามารถผ่านแนวต้านระยะยาวของกรอบไซด์เวย์เดิมได้อย่างแข็งแรง และยืนยันการยืนเหนือโซนดังกล่าวในเชิงโครงสร้าง เพอร์เพล็กซิตีมองกรอบราคาเชิงเป้าหมายแบบระยะยาวไว้ที่ 8–13 ดอลลาร์ ซึ่งต้องอาศัยทั้ง ‘การยอมรับจากสถาบันการเงินทั่วโลก’, ‘กรอบกฎระเบียบที่ชัดเจนขึ้น’ และ ‘สภาพคล่องในระบบที่หนุนราคา’ พร้อมกัน จึงจะเดินไปถึงจุดดังกล่าวได้
‘ความคิดเห็น’ ตัวเลขเป้าหมายอย่าง 8 หรือ 13 ดอลลาร์ แม้จะดึงดูดสายเก็งกำไร แต่ก็ผูกเงื่อนไขแน่นหนามาก นักลงทุนจึงควรใช้เป็น ‘กรอบความเป็นไปได้’ มากกว่า ‘เป้าบังคับต้องถึง’
ตลาดกำลังส่งสัญญาณว่า XRP ต้องการ ‘เรื่องเล่าชุดใหม่’ เพื่อจุดเชื้อเพลิงรอบถัดไป
เมื่อรวบรวมมุมมองของ AI ทั้ง 4 ตัวเข้าด้วยกัน ภาพที่ได้ค่อนข้างชัดเจน นั่นคือ ‘ระยะสั้นยังเปิดความเสี่ยงต่อการย่อตัวหรือลากฐานต่อ’ แต่ในมุมมองระยะกลางถึงยาว โอกาสที่ ‘ริปเปิล(XRP)’ จะกลับเข้าสู่โหมดกระทิงอีกครั้งยังมีน้ำหนักมากพอสมควร
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตลาดจับตาไม่แพ้กันคือ ‘ปัจจัยบวกชุดเก่าแทบถูกใช้ไปหมดแล้ว’ เรียบร้อย ทั้งการคลี่คลายปมคดีของ SEC และการอนุมัติ ETF แบบสปอต ซึ่งเคยเป็นวัตถุดิบสำคัญในการดันราคาในช่วงก่อนหน้า แต่สุดท้ายราคาก็ย่อลึกจากจุดสูงสุด แสดงให้เห็นว่านักลงทุนกำลังมองหา ‘เครื่องยนต์ใหม่’ ที่จะมาขับเคลื่อนสตอรี่ของ XRP ต่อจากนี้
ในภาพใหญ่ หาก ‘ริปเปิล(XRP)’ ต้องการกลับมาทวงบทบาทตัวเอกของตลาดคริปโตอีกครั้ง ปัจจัยที่มักถูกยกขึ้นมาคือ การขยายการใช้งานจริงในโครงข่ายโอนเงินและชำระเงินข้ามแดน, การเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นของสถาบันการเงินระดับโลก และการผ่อนคลายหรือปรับกรอบกำกับดูแลให้ชัดเจนขึ้นในตลาดหลักอย่างสหรัฐและยุโรป
ท้ายที่สุด ต้องไม่ลืมว่าบทวิเคราะห์ของ AI ทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บน ‘ความน่าจะเป็น’ ที่อ้างอิงข้อมูลในอดีตและสัญญาณปัจจุบัน ไม่ได้เป็นคำทำนายที่รับประกันผลใดๆ แต่สิ่งที่ดูจะตรงกันคือภาพว่า เมื่อช่วง ‘บ่มฐาน–สร้างพื้น’ ของ ‘ริปเปิล(XRP)’ เดินทางมาถึงจุดสิ้นสุด เครือข่ายและโทเคนอาจกลับมาดึงดูดสปอตไลต์จากตลาดได้อีกครั้ง หากมี ‘ตัวเร่งใหม่’ ที่เข้มข้นพอจะจุดประกายรอบกระทิงถัดไป
ความคิดเห็น 0