ริปเปิล(Ripple)이อินฟราสตรักเจอร์สตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์(AI) อย่าง t54 ในรอบซีด(Seed) มูลค่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 71.66 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการผลักดันให้ ‘เอกซ์อาร์พี(XRP) เล저(XRPL)’ กลายเป็นโครงข่าย ‘การค้าระหว่างเครื่องจักรต่อเครื่องจักร (M2M)’ เพื่อรองรับยุคที่ ‘AI เอเจนต์’ จะเข้ามาทำหน้าที่จัดการการชำระเงินและบริหารเงินทุนแบบ *อัตโนมัติ*
เมื่อวันที่ 25 (เวลาท้องถิ่น) t54 เปิดเผยรายละเอียดรอบระดมทุนซีด โดยระบุว่า แอนนาแกรม(Anagram), PL แคปิตอล(PL Capital) และแฟรงกลินเทมเพิลตัน(Franklin Templeton) เป็นผู้นำรอบลงทุน ขณะที่ ริปเปิล เข้าร่วมในฐานะ *นักลงทุนเชิงกลยุทธ์* นอกจากนี้ ยังมี เวอร์ชวลส์เวนเจอร์ส(Virtuals Ventures), บล็อกเชนคอยน์อินเวสเตอร์ส(Blockchain Coinvestors) และ ABCDE เข้าร่วมลงทุนด้วย
t54 นิยามตัวเองว่าเป็น ‘เลเยอร์ความเชื่อมั่นสำหรับเศรษฐกิจแบบ Agentic’ โดยชี้ว่าเมื่อ AI ขยับจากบทบาท ‘แนะนำ’ ไปสู่การ ‘ลงมือปฏิบัติ’ จริง ปัญหาสำคัญอย่าง ‘การยืนยันตัวตนของเอเจนต์’, การประเมินความเสี่ยง และการกำหนด ‘ใครรับผิดชอบ’ เมื่อเกิดเหตุผิดพลาด จะยิ่งทวีความสำคัญ ซึ่งคือช่องว่างที่บริษัทต้องการเข้ามาแก้ไข
โมนิกา ลอง(Monica Long) ประธานของริปเปิล กล่าวผ่าน X (เดิมคือทวิตเตอร์) ว่า “เมื่อเอเจนต์แบบอัตโนมัติเริ่มเข้ามาบริหารและทำธุรกรรมด้วยเงินทุนจริง ‘อินฟราสตรักเจอร์ด้านความเชื่อมั่น’ จะกลายเป็น ‘องค์ประกอบพื้นฐาน’ ของสมการทั้งหมด” พร้อมย้ำว่าริปเปิลต้องการยืนอยู่แนวหน้า ‘นวัตกรรม AI’ และมอง t54 ว่าเป็นทีมที่กำลังสร้างเลเยอร์ความเชื่อมั่นสำหรับเศรษฐกิจแบบ Agentic โดยตรง
‘การเงินที่ผูกกับมนุษย์’ สู่รางการเงินแบบ ‘เอเจนต์เนทีฟ’
แกนกลางแนวคิดของ t54 คือ โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดั้งเดิมถูกออกแบบมา ‘โดยมีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง’ ทั้งการยืนยันตัวตน กระบวนการตัดสินใจ และโครงสร้างความรับผิดชอบ ส่งผลให้เมื่อซอฟต์แวร์เอเจนต์ที่ได้รับมอบอำนาจให้ตัดสินใจแทนมนุษย์เพิ่มจำนวนขึ้น ช่องว่างด้านกฎเกณฑ์และระบบกำกับดูแลก็จะยิ่งขยายตัว
แชนด์เลอร์ ฟาง(Chandler Fang) ผู้ก่อตั้ง t54 ระบุในเอกสารประชาสัมพันธ์ว่า กำลังสร้าง ‘อินฟราสตรักเจอร์ความเชื่อมั่นสำหรับเศรษฐกิจแบบ Agentic’ พร้อมอธิบายว่า “เมื่อเอเจนต์กลายมาเป็น ‘ผู้เล่นที่มีความเป็นอิสระ’ ในระบบการเงิน เราจำเป็นต้องมี ‘องค์ประกอบพื้นฐานทางการเงิน’ ที่ถูกออกแบบมาให้สอดรับกับวิธีการทำงานของเอเจนต์โดยตรง” โดยเขาชี้ชัดถึง 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ‘KYA (Know Your Agent หรือการยืนยันตัวตนเอเจนต์)’, ระบบประเมินความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ และ ‘ความรับผิดชอบแบบโปรแกรมได้ (Programmable Accountability)’
t54 อธิบายแพลตฟอร์มของตนผ่าน 4 แกนหลัก ได้แก่ ‘การยืนยันตัวตนและการตรวจสอบ (Identity & Verification)’, ‘การตรวจจับความเสี่ยงและการฉ้อโกง (Risk & Fraud Detection)’, ‘สินเชื่อ (Credit)’ และ ‘แพลตฟอร์มด้านปฏิบัติการที่รวมการควบคุมและการชำระเงินเข้าไว้ด้วยกัน’ ฝั่งสถาบันการเงินจะสามารถ ‘เชื่อมโยง’ เอเจนต์เข้ากับนักพัฒนา หรือผู้ควบคุมที่เป็นมนุษย์ซึ่งผ่านการตรวจสอบแล้ว รวมถึงมองเห็นพฤติกรรมของเอเจนต์แบบเรียลไทม์ เพื่อใช้ตัดสินใจว่าจะอนุมัติให้ทำธุรกรรม ซื้อขาย ปล่อยกู้ หรือชำระเงินหรือไม่
XRPL เป็นรางชำระเงินสำหรับ AI เอเจนต์ หนุนใช้ ‘เอ็กซ์อาร์พี(XRP)–RLUSD’
สำหรับชั้น ‘การชำระเงิน’ t54 เลือกวาง ‘คริปโตเคอร์เรนซี’ ไว้ตรงกลางสถาปัตยกรรมอย่างชัดเจน โดยหนึ่งในผลิตภัณฑ์สำคัญคือ ‘XRPL x402 Facilitator’ ที่ทำหน้าที่เป็นอินฟราสตรักเจอร์ช่วยให้ AI เอเจนต์สามารถใช้ ‘เอ็กซ์อาร์พี(XRP)’ และ ‘RLUSD’ ในการชำระค่าบริการได้โดยตรง พร้อมกันนี้ t54 ยังชู ‘เลเยอร์ความปลอดภัยแบบโอเพนซอร์ส’ ที่สร้างบนมาตรฐาน x402 เป็นอีกจุดขายหลัก
ในด้านระบบนิเวศ t54 ระบุว่า โครงสร้างของแพลตฟอร์มไม่ได้ผูกติดอยู่กับเครือข่ายเดียว แต่ครอบคลุมทั้งเอกซ์อาร์พี เล저(XRPL), โซลานา(SOL), เบส(Base) และเวอร์ชวลส์(Virtuals) สะท้อนกลยุทธ์แบบมัลติเชน *อย่างไรก็ตาม* การที่ริปเปิลเข้าร่วมในฐานะนักลงทุนเชิงกลยุทธ์ ทำให้หลายฝ่ายมองว่า ‘บทบาทของ XRPL’ มีน้ำหนักมากขึ้นเป็นพิเศษ ทั้งในเชิงภาพลักษณ์และโอกาสการใช้งานจริง
‘ความคิดเห็น’ การลงทุนครั้งนี้จึงถูกมองว่า ริปเปิลกำลังเดินเกมเกินกว่าบทบาทนักลงทุนทั่วไป แต่ต้องการวางตำแหน่งให้ XRPL กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ ‘เลเยอร์ถัดไป’ เมื่อการชำระเงินด้วย AI เอเจนต์ถูกนำไปใช้จริงในเศรษฐกิจดิจิทัล
มาร์คุส อินแฟงเกอร์(Markus Infanger) รองประธานอาวุโส ริปเปิลเอ็กซ์(RippleX) ให้ความเห็นว่า “ระบบอัตโนมัติไม่ได้เป็นเพียง ‘เครื่องมือ’ อีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็น ‘ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทางเศรษฐกิจ’ อย่างเต็มตัว ดังนั้นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่รองรับก็ต้องพัฒนาไปพร้อมกัน” พร้อมระบุว่า ความสามารถด้านการยืนยันตัวตนและการจัดการความเสี่ยงที่ t54 กำลังสร้าง สามารถกลายเป็นฐานรองรับการใช้งานในด้าน ‘การชำระเงิน’, ‘การบริหารการเงินองค์กร (Treasury)’ และ ‘ตลาดทุน’ ได้ในวงกว้าง
โทนี เพโคร์(Tony Pecore) รองประธานอาวุโสและผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินทรัพย์ดิจิทัลของแฟรงกลินเทมเพิลตัน เสริมว่า “เมื่อสถาบันการเงินเริ่มเปิดรับการโทเคไนซ์และระบบอัตโนมัติ อินฟราสตรักเจอร์เลเยอร์ก็จำเป็นต้องวิวัฒน์ไปตามนั้น” พร้อมมองว่า t54 กำลังสร้างกรอบ ‘ความเชื่อมั่นและการตรวจสอบ’ ที่สถาบันการเงินต้องการสำหรับรองรับเอเจนต์อัตโนมัติในระดับองค์กร
‘มอบอำนาจมากขึ้น แต่ก็ต้องควบคุมเข้มขึ้น’ ตัวเลขชี้สมดุลใหม่ของตลาด
t54 ยังอ้างอิงข้อมูลสำรวจเพื่อชี้ให้เห็นศักยภาพของตลาดฝั่งผู้บริโภคและมุมมองด้านความปลอดภัย โดยอ้างผลสำรวจจากยูโกฟ(YouGov) ที่ระบุว่า ผู้บริโภคในสหรัฐฯ ราว 42% ยินดีให้ AI เอเจนต์ทำการซื้อสินค้าแทน หากมีการรับประกันว่าได้ ‘ราคาถูกที่สุด’ ขณะที่งานวิจัยของคีย์แฟคเตอร์(Keyfactor) พบว่า 86% ของผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์เห็นว่าระบบอัตโนมัติและ AI เอเจนต์ จำเป็นต้องมี ‘อัตลักษณ์ดิจิทัลที่เป็นเอกเทศและเปลี่ยนแปลงแบบไดนามิก’
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนแรงกดดันสองด้านชัดเจน ด้านหนึ่ง ‘ความต้องการมอบหมายการตัดสินใจทางการเงินให้ซอฟต์แวร์’ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่อีกด้าน ‘เงื่อนไขของความเชื่อมั่นและการควบคุม’ ก็ยิ่งเข้มงวดมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งตรงกับโจทย์ที่ t54 พยายามแก้ผ่านการสร้าง ‘อินฟราสตรักเจอร์ความเชื่อมั่น’ และเปิดช่องให้ริปเปิลนำ ‘รางชำระเงิน XRPL’ เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในภาพรวมของเศรษฐกิจ AI เอเจนต์
ในช่วงเวลาเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว เอ็กซ์อาร์พี(XRP) มีการซื้อขายอยู่ที่ 1.4397 ดอลลาร์สหรัฐต่อเหรียญ หากคำนวณตามอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1,433.10 วอน จะเทียบได้ราว 2,063 วอนต่อเหรียญ โดยการขยับตัวของราคา ‘XRP’ ยิ่งช่วยตอกย้ำความสนใจของตลาดต่อบทบาทใหม่ของ XRPL ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ ‘การค้าระหว่างเครื่องจักร(M2M)’ และระบบการชำระเงินของ AI เอเจนต์ในอนาคต
ความคิดเห็น 0