เพย์พาล(PYPL) ออกมาปฏิเสธกระแสข่าว ‘ถูกสไตร프(Stripe) เทกโอเวอร์’ ที่แพร่สะพัดในตลาดคริปโตและฟินเทคช่วงหลัง โดยยืนยันว่าไม่ได้อยู่ระหว่างการเจรจากับสไตรฟ์หรือผู้ซื้อเชิงกลยุทธ์รายใดในตอนนี้ ทั้งในมุมการขายกิจการทั้งหมดหรือขายเพียงบางส่วน ‘เพย์พาล(PYPL)’ จึงยังไม่ได้อยู่ในโหมดดีลใหญ่ตามที่ลือกัน
ตามรายงานของ ‘เซมาฟอร์(Semafor)’ เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) ผู้บริหารเพย์พาลทำงานร่วมกับที่ปรึกษาภายนอกตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เพื่อวางแผนรับมือกรณีถูก ‘เทกโอเวอร์แบบไม่เป็นมิตร’ หรือถูกกดดันจากกองทุนเชิงรุก (Activist Investor) สถานการณ์ที่นักลงทุนเข้ามาถือหุ้นแล้วบีบให้บริษัทลดค่าใช้จ่ายหรือปรับโครงสร้างธุรกิจ กลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อย ทำให้เพย์พาลต้องเตรียมแผน ‘ป้องกันตัวเอง’ ไว้ล่วงหน้า
ก่อนหน้านี้สำนักข่าวบลูมเบิร์ก(Bloomberg) รายงานว่า สไตรฟ์ซึ่งเป็นฟินเทคด้านชำระเงินที่ยังไม่เข้าตลาดหลักทรัพย์ กำลังพิจารณาเข้าซื้อกิจการเพย์พาลทั้งหมดหรืออย่างน้อยก็ ‘บางส่วน’ ของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม เซมาฟอร์ประเมินว่า โอกาสที่ดีลนี้จะเกิดขึ้นจริง ‘ไม่สูง’ หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ เพย์พาลเตรียมต้อนรับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร(CEO) คนใหม่ในสัปดาห์หน้า ซึ่งหากบริษัทกำลังจะถูกขายหรือมีแผนปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ในระยะสั้น การเปลี่ยนตัวซีอีโอในจังหวะนี้ถือว่า ‘ผิดธรรมชาติ’ พอสมควร
การวางแผนเชิงรับนี้เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงที่ อเล็กซ์ คริส(Alex Chriss) ยังนั่งเก้าอี้ซีอีโอเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ขณะที่ผู้สืบทอดตำแหน่งคือ เอ็นริเก โลเรส(Enrique Lores) ซึ่งจะเริ่มทำหน้าที่ซีอีโอคนใหม่ของเพย์พาลตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป เซมาฟอร์ระบุว่า ต่อให้มีการกลับมาเปิดโต๊ะพูดคุยเรื่องดีลในอนาคต ก็น่าจะเกิดขึ้นหลังจากกระบวนการเปลี่ยนผ่านผู้นำเสร็จสมบูรณ์ และตลาดมั่นใจใน ‘เสถียรภาพการบริหาร’ ของเพย์พาลแล้วเท่านั้น
ด้าน ‘เงินทุน’ ก็เป็นอีกกำแพงใหญ่สำหรับดีลระดับเพย์พาล สไตรฟ์ยังเป็นบริษัทนอกตลาด จึงไม่สามารถใช้หุ้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนในการซื้อกิจการแบบคลาสสิกได้ หากต้องการปิดดีลใหญ่จริง จะจำเป็นต้องพึ่ง ‘การกู้เงินขนาดใหญ่’ และตั้งวงเงินหนี้ในระดับสูงเป็นพิเศษ นอกจากนี้ เคสที่บริษัทนอกตลาดเข้าซื้อบริษัทมหาชนขนาดใหญ่ มักมีโครงสร้างดีลซับซ้อน และต้องอาศัย ‘การสนับสนุนชัดเจน’ จากทั้งคณะกรรมการและทีมผู้บริหารของบริษัทเป้าหมาย ซึ่งเป็นข้อจำกัดสำคัญอีกชั้นหนึ่ง
แม้ดีล ‘สไตรฟ์–เพย์พาล(PYPL)’ จะยังดูห่างไกล แต่ความสนใจของสไตรฟ์ถูกมองว่ามีเหตุผลเชิง ‘กลยุทธ์’ อยู่ไม่น้อย เพย์พาลมีฐานลูกค้าทั่วโลกจำนวนมหาศาล และมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินที่สร้างมาอย่างยาวนาน ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินที่ดึงดูดผู้เล่นฟินเทครายอื่น อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังเชื่อว่า กว่าจะถึงจุดที่มี ‘การเจรจาอย่างเป็นทางการ’ ปัจจัยสำคัญหลายอย่างต้องถูกจัดระเบียบให้ชัดเจนก่อน ไม่ว่าจะเป็นการยืนระยะของทีมบริหารชุดใหม่ของเพย์พาล(PYPL) ภาวะตลาดทุนโดยรวม และเงื่อนไขด้านการระดมทุนของสไตรฟ์
"ความคิดเห็น" ในมุมตลาดคริปโต การที่เพย์พาล(PYPL) ยังไม่เดินหน้าเข้าสู่โหมดดีลขายกิจการ ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนต่อภาพรวมอุตสาหกรรมการชำระเงินดิจิทัลในระยะสั้น เพราะเพย์พาลถือเป็นผู้เล่นหลักในระบบนิเวศทั้งฝั่งฟินเทคและคริปโต การเปลี่ยนเจ้าของแบบเร่งด่วนอาจส่งผลต่อทิศทางผลิตภัณฑ์ดิจิทัลและสินทรัพย์อย่าง ‘เพย์พาล ยูเอสดี(PYUSD)’ ได้ อย่างน้อยตอนนี้ตลาดสามารถติดตามท่าทีของทีมบริหารชุดใหม่ได้อย่างใกล้ชิด ก่อนจะประเมินอีกครั้งว่า ‘ดีลใหญ่’ จะกลับมาอยู่บนโต๊ะเมื่อไร และในรูปแบบใด
ความคิดเห็น 0