Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

CIO บิตไวส์โต้ทฤษฎีสมคบคิดกดราคา บิตคอยน์(BTC) ร่วงแรงเป็นแค่ ‘คริปโตวินเทอร์’ ตามวัฏจักร

แมตต์ โฮ건(Matt Hougan) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน(CIO) ของบิตไวส์(Bitwise) ออกโรงโต้ ‘ทฤษฎีสมคบคิด’ ที่กล่าวหาว่า *เจน สตรีท(Jane Street) เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการกดราคา* บิตคอยน์(BTC) ในช่วงราคาร่วงแรงรอบล่าสุด โดยระบุชัดว่า การปรับฐานครั้งนี้เป็นเพียง ‘คริปโตวินเทอร์แบบดั้งเดิม(classic crypto winter)’ ไม่ใช่การโจมตีตลาดอย่างเป็นขบวนการ เขาโพสต์ข้อความดังกล่าวบน X เมื่อวันที่ 26 ว่า การมองหาคนร้ายเพียงรายเดียวเป็นการตีความที่ ‘ผิดทิศผิดทาง’

กระแสนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่บิตคอยน์(BTC) ร่วงจากจุดสูงสุดตลอดกาลลงมามากกว่า 46% ขณะเดียวกัน ความไม่ไว้วางใจในตลาดพุ่งสูงขึ้นจากทั้งคดีความเกี่ยวกับการปั่นราคา และ ‘กระทู้ไวรัล’ ที่แพร่กระจายบนโซเชียลมีเดีย โดยหลายฝ่ายพยายามโยงเหตุการณ์ล่มสลายของเทรา·ลูน่า, กลยุทธ์อนุพันธ์ของบริษัทเทรดดิ้งเชิงปริมาณ(ควอนต์) และโครงสร้างการทำงานของกองทุน ETF แบบอ้างอิงราคาสปอต มาเป็นโครงเรื่องเดียวกัน เพื่อชี้หาว่าใครคือ ‘ตัวการ’ ของภาวะราคาร่วงครั้งนี้

‘คำ’เทรา·ลูน่า-10 โมงเช้า-อินเดีย จุดประเด็นสงสัยเจน สตรีทรอบใหม่

ชนวนหลักมาจากคดีที่ผู้ดูแลทรัพย์สินของเทอร์ราฟอร์ม แล็บส์(Terraform Labs) ยื่นฟ้อง เจน สตรีท ต่อศาลแขวงสหรัฐในแมนฮัตตัน โดยกล่าวหาว่า บริษัทใช้ข้อมูลภายในเพื่อทำกำไรจากเหตุล่มสลายของเทรา-ลูน่าในเดือนพฤษภาคม 2022

ตามคำฟ้อง ฝั่งเทอร์ราฟอร์มเพิ่งถอนเทราUSD(UST) จำนวน 150 ล้านโทเคน ออกจากพูล 3pool ของเคิร์ฟ(Curve) ไม่นาน จากนั้นเจน สตรีทถูกกล่าวหาว่าถอน UST อีกราว 85 ล้านโทเคนออกจากพูลเดียวกันภายในไม่กี่นาที และเคลมว่าพฤติกรรมดังกล่าวเร่งให้เกิดการพังทลายของระบบที่มีมูลค่ารวมราว 40,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 57.66 ล้านล้านวอน) อย่างไรก็ดี เจน สตรีทปฏิเสธข้อกล่าวหา พร้อมระบุว่า การฟ้องร้องครั้งนี้เป็นเพียง “ความพยายามสุดท้ายเพื่อกู้คืนความเสียหาย” และยืนกรานว่าต้นตอความล้มเหลวมาจากการบริหารจัดการของเทอร์ราฟอร์มเอง

ในเวลาเดียวกัน นักวิเคราะห์คริปโตบางรายบนโซเชียลมีเดียผลักดัน ‘คำ’เรื่องเล่าว่า เจน สตรีทใช้ ‘อัลกอริทึมขายตอน 10 โมงเช้า (10AM sell algorithm)’ ตามเวลาสหรัฐ เพื่อกดราคาบิตคอยน์(BTC) เป็นประจำทุกวัน เพื่อไปทำกำไรในตลาดอนุพันธ์ กระแสนี้ถูกแชร์ต่ออย่างรวดเร็ว และยิ่งตอกย้ำภาพของ ‘ตัวการลับ’ ที่อยู่เบื้องหลังการดิ่งลงของราคา

ประเด็นดังกล่าวยิ่งถูกโหมต่อเมื่อมีการรื้อฟื้นรายงานของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์อินเดีย(SEBI) ที่เคยออกคำสั่งชั่วคราว กล่าวหาบริษัทในเครือของเจน สตรีทว่ามีส่วนในการปั่นดัชนีในวันหมดอายุสัญญา(expiry-day) ช่วงระหว่างมกราคม 2023 ถึงมีนาคม 2025 โดยมีการอ้างว่า มี ‘คำ’ผลประโยชน์โดยมิชอบรวมหลายพันครอเรอร์เกิดขึ้น ทำให้บางส่วนในตลาดมองว่า “เมื่อมีปัญหาในตลาดอื่น ก็เป็นไปได้ว่าคริปโตอาจโดนเล่นงานด้วย” อย่างไรก็ดี คดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างกระบวนการ และฝ่ายเจน สตรีทได้ยื่นอุทธรณ์แล้ว

โฮกัน-ครูเกอร์ สวนกระแส “ตลาดร้อนเกินไป เลเวอเรจสูงเกินไป แล้วถึงเวลาต้องรีเซ็ต”

โฮกันชี้ว่าการโยนความผิดทั้งหมดให้เจน สตรีทหรือใครคนเดียว เป็นการมองโลกด้วย ‘คำ’ทฤษฎีสมคบคิดที่หยาบเกินไป เขาย้ำว่าปัจจัยที่อธิบายการร่วงของบิตคอยน์(BTC) ได้ตรงไปตรงมามากกว่า ได้แก่ การโดนล้างสถานะฝั่งลอง, การลดเลเวอเรจ และการสลับหมุนเงินไปสินทรัพย์อื่น (sector rotation) สะท้อนว่าตลาดเพิ่งผ่านช่วงโอเวอร์ฮีต แล้วกำลังเข้าสู่เฟส ‘จัดระเบียบพอร์ต’ ตามวัฏจักรปกติ

เขายังอ้างอิงงานวิเคราะห์ของ อันเดร ดราโกช(André Dragosch) เพื่อนร่วมงานที่ติดตามข้อมูลหลังการเปิดตัว ETF บิตคอยน์(BTC) แบบสปอตในเดือนมกราคม 2024 ดราโกชวิเคราะห์ผลตอบแทนระหว่างวันของบิตคอยน์(BTC) หลัง ETF เปิดตัว พบว่ารูปแบบการอ่อนตัวของราคาไม่ได้สอดคล้องกับเรื่องเล่า ‘ร่วงแรงทุก 10 โมงเช้า’ ตามเวลาสหรัฐ แต่กลับพบว่าช่วงใกล้เที่ยงคืนตามเวลามาตรฐานตะวันออก(ET) เป็นช่วงที่อ่อนแอมากกว่า ซึ่งตีความได้ว่า จุดเปราะบางอาจอยู่ในเวลาซื้อขายนอกสหรัฐมากกว่าจะเป็นเวลาตลาดหลักในนิวยอร์ก

อเล็กซ์ ครูเกอร์(Alex Krüger) นักกลยุทธ์มหภาค ก็ออกมาเห็นพ้องกับโฮกัน โดยระบุว่านี่เป็นเพียง “อีกหนึ่งกระแสไวรัลที่ *มีรูรั่วในตรรกะ*” เขาอธิบายว่า ในตลาด ETF สปอต บทบาทของเทรดเดอร์ที่ทำ ‘คำ’เบซิสเทรด (basis trader) และผู้เข้าร่วมที่ได้รับอนุญาต(AP, Authorized Participant) คือการอุดช่องว่างราคาระหว่าง ETF, ฟิวเจอร์ส และสปอต เพื่อให้ราคาสะท้อนกันได้ดีขึ้น การตีความว่ากลไกนี้คือ ‘การสมคบคิดกดราคา’ จึงเป็นการลากเส้นเชื่อมที่ไกลเกินไป

ครูเกอร์เสริมว่า ในช่วงตลาดหมี มักจะเกิด ‘คำ’บรรยากาศที่ทุกคนพยายามค้นหา “ตัวร้าย” และเกาะทฤษฎีสมคบคิดที่ฟังดูเร้าใจมากกว่าคำอธิบายเชิงโครงสร้างที่น่าเบื่อ เขาชี้ว่าในประวัติศาสตร์ ความรู้สึกแบบนี้มักปรากฏใกล้จุด ‘ฟลอร์’ ของราคาเสียด้วยซ้ำ

ประเด็นจริงอาจไม่ใช่ ‘ตัวการ’ แต่คือ ‘ท่อ ETF’ และดีมานด์สปอตที่อาจเบาบาง

ถึงกระนั้น หลายคนมองว่ากระแสถกเถียงรอบนี้ไม่ได้จบลงแค่การล่าแม่มด เพราะยังเหลือคำถามสำคัญเกี่ยวกับโครงสร้างภายในของ ‘คำ’ETF สปอตเอง โดยเฉพาะกลไกการทำงานของ AP ภายใต้ข้อยกเว้นด้านกฎระเบียบบางประการ

เจฟฟ์ พาร์ก(Jeff Park) CIO ของโพรแคป(ProCap) อธิบายเมื่อวันที่ 25 ว่า ประเด็นที่ใหญ่กว่าการชี้ไปที่บริษัทใดบริษัทหนึ่ง คือวิธีที่ AP ใช้จัดการกระบวนการสร้างหน่วย(creation) และไถ่ถอนหน่วย(redeem) ของ ETF สปอตภายใต้กรอบกฎหมายปัจจุบัน หรือที่หลายคนเรียกว่าโครงสร้าง ‘plumbing’ ของ ETF

ตามทฤษฎีแล้ว AP ไม่จำเป็นต้องซื้อบิตคอยน์(BTC) สปอตจริงทุกครั้งเพื่อรองรับหน่วย ETF ที่ถูกสร้างขึ้น แต่สามารถใช้สัญญาฟิวเจอร์สหรืออนุพันธ์อื่นมาป้องกันความเสี่ยง(hedge) แทนได้ ฝ่ายที่ตั้งคำถามมองว่า โครงสร้างลักษณะนี้อาจทำให้ ‘คำ’อุปสงค์สปอตที่แท้จริงถูกเจือจางลง ส่งผลให้แรงรองรับด้านราคาสั้นลงกว่าที่นักลงทุนคาดหวัง ขณะที่ฝั่งผู้สนับสนุนย้ำว่า หน้าที่หลักของ AP และเทรดเดอร์ประเภทนี้คือทำให้ราคาสอดคล้องกันและเพิ่มสภาพคล่อง ซึ่งแตกต่างโดยสิ้นเชิงจากการสมคบคิดปั่นราคา

จนถึงตอนนี้ เอกสารคดีและคำสั่งจากหน่วยงานกำกับยังไม่สามารถพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่า มี ‘คำ’การฮั้วกันเป็นขบวนการในตลาดบิตคอยน์(BTC) แต่ความซ้อนทับกันระหว่างยักษ์ใหญ่สายควอนต์, กลยุทธ์อนุพันธ์เชิงซับซ้อน และกลไก ETF ก็มีส่วนทำให้ความไม่ไว้วางใจขยายตัว โดยเฉพาะในช่วงที่ราคากำลังร่วงและอารมณ์ตลาดเปราะบาง

โฮกันทิ้งท้ายว่า สุดท้ายแล้วการอธิบายภาวะตลาดรอบนี้อาจไม่จำเป็นต้องซับซ้อนอย่างที่หลายคนคาด เขาย้ำว่า วัฏจักร 4 ปีของบิตคอยน์(BTC), การรีเซ็ตเลเวอเรจ และการย้ายความสนใจของนักลงทุนไปยังสินทรัพย์หรือธีมอื่น เพียงแค่นี้ก็พอจะอธิบายการปรับฐานครั้งล่าสุดได้ครบถ้วนแล้ว เขาบอกว่าตอนนี้คือ ‘คริปโตวินเทอร์แบบดั้งเดิม’ และตามมาด้วย ‘คริปโตสปริงแบบดั้งเดิม’ ในลำดับถัดไป พร้อมเสริมว่า ผู้คนมักอยากหาคนให้โทษเสมอ แต่ความจริงของตลาดส่วนใหญ่แล้ว “น่าเบื่อกว่าทฤษฎีสมคบคิดมาก”

‘ความคิดเห็น’

สำหรับนักลงทุน การแยกแยะระหว่าง ‘คำ’กลไกโครงสร้างที่ซับซ้อน กับ ‘คำ’เรื่องเล่าที่ชี้หาคนผิดเพียงรายเดียว เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพราะอาจเป็นตัวแปรที่ทำให้ตัดสินใจผิดพลาดได้ง่ายในช่วงตลาดผันผวน การเข้าใจบทบาทจริงของ ETF สปอต, AP และเทรดเดอร์สายควอนต์ อาจไม่ช่วยให้ราคาฟื้นทันที แต่ช่วยลดโอกาสตัดสินใจจากความกลัวและข่าวลือได้อย่างมีนัยสำคัญในระยะยาว

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1