ตลาดฟิวเจอร์สแบบ *무기한* ของบิตคอยน์(BTC) กำลังส่งสัญญาณน่าสนใจ หลัง ‘펀딩비’ ของบรรดาเว็บเทรดรายใหญ่พร้อมใจกันติดลบ แปลว่า ‘ฝั่งชอร์ต’ กลายเป็นฝ่ายจ่ายค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาโพซิชั่น ขณะที่ความเสี่ยงต่อการเกิด ‘숏 스퀴즈’ ก็ยิ่งถูกพูดถึงมากขึ้นหากราคาเด้งสวนทาง
เมื่อวันที่ 27 (เวลาท้องถิ่น) นักวิเคราะห์ 암르 타하(Amr Taha) อัปเดตภาพรวมตลาดอนุพันธ์ พร้อมระบุว่า 펀딩비 ของบิตคอยน์(BTC) ในตลาดฟิวเจอร์สแบบ무기한 ของเว็บเทรดหลักต่างปรับตัวลง ‘ต่ำกว่าศูนย์’ พร้อมกัน ได้แก่ ไบแนน스 -0.005%, โอเค엑스(OKX) -0.007% และ 바이비트(Bybit) -0.011%
‘펀딩비’ คือค่าปรับสมดุลที่ผู้ถือโพซิชั่น 롱(ซื้อ) และ 숏(ขาย) ในสัญญา무기한 ต้องจ่ายให้กันเป็นระยะ หากตัวเลขติดลบ หมายความว่า ‘ฝั่งชอร์ต’ ต้องจ่ายให้ฝั่งลอง และมักสะท้อนว่าตลาดกำลังเอนเอียงไปทาง ‘숏 우위’ หรือมีมุมมองเชิงลบเด่นชัด
อย่างไรก็ตาม ‘ความคิดเห็น’ ของนักเทรดจำนวนไม่น้อยมองว่า 펀딩비 ติดลบไม่ใช่แค่สัญญาณอ่อนแรง แต่ยังอาจเป็นเชื้อเพลิงให้เกิด ‘숏 스퀴즈’ ได้ หากมีการเปิดโพซิชั่นชอร์ตสะสมมากเกินไป เมื่อราคาบิตคอยน์(BTC) เด้งขึ้นเพียงเล็กน้อย ก็อาจกระตุ้นให้เกิดการไล่ปิดชอร์ตและถูกบังคับชำระบัญชี (리퀴데이션) เป็นโดมิโน ดันให้ราคาแกว่งขึ้นแรงกว่าปกติ
타하 ยังชี้ไปที่ ‘แผนที่ 청산(리퀴데이션 히트맵)’ ของบิตคอยน์(BTC) ว่ามีโพซิชั่นที่ใช้เลเวอเรจหนาแน่นอยู่เหนือระดับราคาปัจจุบัน โดยเฉพาะโซน ‘9만2000달러’ ที่มีการเปิดโพซิชั่นอย่างโดดเด่น เขามองว่าหากราคาขยับขึ้นไปใกล้โซนดังกล่าว โพซิชั่น숏 จำนวนมากอาจเผชิญแรงกดดันจากการถูก청산 ต่อเนื่อง ซึ่งจะยิ่งเร่งความเร็วของขาขึ้น
เขาเสริมว่า หากสภาพแวดล้อม ‘거시경제’ โดยรวมเริ่มดูดีขึ้น โอกาสที่ราคาบิตคอยน์(BTC) จะกลับมาพุ่งแรงแบบ ‘펌프(급등)’ ในช่วงสั้นถึงกลางทางเทคนิคก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย ‘ความคิดเห็น’ แต่ก็เตือนว่าตัวเลข ‘마이너스 펀딩비 + 숏 포지션ล้นตลาด’ แม้เคยเป็นตัวตั้งต้นให้เกิดการกลับทิศแรงหลายครั้งในอดีต แต่ไม่อาจใช้เพียงอย่างเดียวเพื่อฟันธงทิศทางตลาดได้
ฝั่งนักลงทุนรายย่อยเองก็เริ่มกลับมาขยับชัดเจนขึ้นเช่นกัน ตามการวิเคราะห์ของ นิ노(Nino) ผู้เขียนบทวิเคราะห์บนแพลตฟอร์มคริปโตเควินท์(크립토퀀트) เขาระบุว่าความถี่การเทรดของนักลงทุน ‘รายเล็ก’ เพิ่มสูงกว่าค่าเฉลี่ย 1 ปีอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ว่ากลุ่มที่ก่อนหน้านี้ยืนดูข้างสนาม เริ่มทยอยกลับเข้ามาในตลาดอีกครั้ง พร้อมทิ้งท้ายว่าคลื่นกิจกรรมรอบนี้สะท้อน ‘ความคาดหวังต่อการขยายตัวรอบใหญ่ครั้งถัดไป’ ที่กำลังเพิ่มขึ้น
ด้านกระแสเงินทุนของ ‘วาฬ’ หรือผู้ถือรายใหญ่กลับดูผ่อนคลายลงกว่าเดิม 타하 เปิดเผยในโพสต์แยกต่างหากว่า ปริมาณบิตคอยน์(BTC) ที่ไหลจากกระเป๋าที่เขาเรียกว่า ‘옥토퍼스(Octopus) 지갑’ เข้าสู่ไบแนน스 อยู่ที่ราว 1700BTC แบบ ‘สุทธิ’ กลุ่มกระเป๋านี้ถูกจัดให้อยู่ในหมวดผู้ถือระยะกลาง (mid-term holders)
เมื่อเทียบกับวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ซึ่งเคยมียอดไหลเข้า 5000BTC จากกลุ่มเดียวกัน ก่อนที่ราคาบิตคอยน์(BTC) จะย่อลงจากโซนเหนือ 7만7500달러 ครั้งนี้จึงถือว่าขนาดและความรุนแรงของแรงขายจากกลุ่มดังกล่าว ‘เบาลงชัดเจน’ เขามองว่า แม้ทิศทางการตอบสนองของตลาดยังขึ้นกับสภาพคล่องโดยรวมและโครงสร้างโพซิชั่น แต่หากดูจากข้อมูลกราฟเพียงอย่างเดียว ‘ความแรง’ ของแรงขายจากฝั่งนี้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ในเชิงราคา บิตคอยน์(BTC) เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ เคยดีดขึ้นไปทดสอบโซน 7만달러 ได้ช่วงสั้นๆ ก่อนจะรักษาระดับดังกล่าวไว้ไม่สำเร็จ และในช่วง 24 ชั่วโมงล่าสุดเคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบประมาณ 6만6600–6만8600달러 (ข้อมูลจากโค인게코) แพลตฟอร์มวิเคราะห์อย่าง 글래스노드 มองว่าความผันผวนเริ่ม ‘เย็นลง’ บ้างแล้ว แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าตลาดบิตคอยน์(BTC) ‘กลับสู่ภาวะปกติเต็มตัว’
ณ เวลาจัดทำบทความ บิตคอยน์(BTC) เคลื่อนไหวแถว 6만8000달러 โดยเทรดต่ำกว่าระดับดังกล่าวราว 200달러 ผลตอบแทน 24 ชั่วโมงอยู่ที่ราว -0.4% แทบไม่เปลี่ยนแปลงในกรอบ 7 วัน แต่เมื่อมองยาวขึ้น 30 วัน ราคายังต่ำกว่าราว 24% และห่างจาก ‘จุดสูงสุดตลอดกาล’ ที่ทำไว้ในเดือนตุลาคม 2025 ประมาณ 46%
หากคิดตามอัตราแลกเปลี่ยน 원·달러 ที่ 1달러 = 1442.50원 ระดับราคา 6만8000달러 เทียบได้ราว 9809만원 ขณะที่ในมุมมองของนักลงทุนมืออาชีพ สถานการณ์ที่ ‘펀딩비 마이너스’ และ 숏 포지션สะสมหนาแน่นแบบปัจจุบัน ทำให้ตลาดบิตคอยน์(BTC) เสี่ยงต่อความผันผวนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าราคาจะเลือก ‘หักเลี้ยว’ ไปทิศทางใดในรอบถัดไปก็ตาม
ความคิดเห็น 0