รัฐมินนิโซตาในสหรัฐฯ กำลังถกเถียงร่างกฎหมายใหม่ที่จะ ‘สั่งแบนทั่วรัฐ’ การติดตั้งและให้บริการตู้ ‘คริปโตคีออสก์’ หรือ ‘ตู้เอทีเอ็มบิตคอยน์(BTC)’ ซึ่งเปิดให้ประชาชนซื้อคริปโตเคอร์เรนซีด้วยเงินสด หลังหน่วยงานรัฐและฝ่ายสืบสวนเตือนตรงกันว่าเครื่องเหล่านี้ถูกใช้เป็น ‘ช่องทางถอนเงินสด’ ของมิจฉาชีพในคดีหลอกลวงทางการเงินหลากหลายรูปแบบ
ตามรายงานของสถานีโทรทัศน์ CBS เมื่อวันที่ 27 (เวลาท้องถิ่น) คณะกรรมาธิการด้านการคลังและนโยบายการพาณิชย์ สภาผู้แทนราษฎรรัฐมินนิโซตา ได้นำ ‘ร่างกฎหมายสภาผู้แทนราษฎรหมายเลข 3642 (HF 3642)’ ที่เสนอโดย แอร์ริน โคเกิล(Erin Koegel) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาธิปไตย–ชาวนา–แรงงาน(DFL) เข้าพิจารณา โดยสาระสำคัญของร่างกฎหมายคือ ‘ห้ามดำเนินการ’ ตู้คริปโตคีออสก์ทุกเครื่องที่ติดตั้งอยู่ในรัฐมินนิโซตา
ในเวทีหารือครั้งนี้ มีทั้งสมาชิกรัฐสภาระดับรัฐและเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนเข้าร่วม แลกเปลี่ยน ‘เคสจริง’ ของผู้เสียหายที่เกี่ยวข้องกับตู้คริปโตคีออสก์ โดยทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านต่างยอมรับว่าคดีหลอกลวงที่โยงกับเครื่องเหล่านี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีเสียงสนับสนุนให้ ‘จำกัดการใช้งาน’ หรือออกมาตรการที่เข้มข้นกว่าปัจจุบัน
โคเกิล ระบุว่าเธอได้รับ ‘สัญญาณเตือนซ้ำๆ’ จากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับบทบาทของคริปโตคีออสก์ในคดีหลอกลวง “หน่วยงานด้านกฎหมายแจ้งเตือนเราหลายครั้งว่า ตู้คีออสก์เหล่านี้กำลังกลายเป็น ‘เป้าหมายหลัก’ ที่มิจฉาชีพใช้เล่นงานประชาชนกลุ่มเปราะบางและครอบครัวของพวกเขา” เธอกล่าว
ฝั่งเจ้าหน้าที่สอบสวนในพื้นที่ก็สะท้อนภาพเดียวกัน ลินน์ ลอเรนซ์(Lynn Lawrence) นักสืบจากกรมความปลอดภัยสาธารณะเมืองวูดบิวรี อธิบายว่าตู้คริปโตคีออสก์เป็นหนึ่งใน ‘เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่สุด’ ที่มิจฉาชีพใช้ดูดเงินจากเหยื่อ “เครื่องนี้เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่คนร้ายใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในการขโมยเงิน และเงินที่ถูกหลอกให้โอนก็จะถูกส่งต่อออกไปอย่างรวดเร็วผ่านคีออสก์” เขากล่าว
เจก แรนซ์(Jake Lanz) เจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจเมืองเซนต์คลาวด์ ยกตัวอย่างเหตุการณ์ล่าสุดที่ ‘หญิงสูงอายุ’ รายหนึ่งถูกล่อให้ส่งเงินผ่านตู้คีออสก์เป็นมูลค่า 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.1560 ล้านบาท เขาระบุว่าผู้สูงอายุถูกเลือกเป็นเป้าหมายซ้ำแล้วซ้ำเล่า และทันทีที่มีการฝากเงินเข้าเครื่อง เงินจะถูกโอนไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัลอื่นและมักถูก ‘วกออกนอกประเทศ’ แทบจะในทันที ทำให้การติดตามและการขอคืนทรัพย์สินทำได้ยากเป็นพิเศษ
ด้านกระทรวงพาณิชย์รัฐมินนิโซตาออกมา ‘หนุนเต็มตัว’ ให้ผ่านร่างกฎหมายนี้ แซม สมิธ(Sam Smith) ตัวแทนจากกระทรวงฯ ระบุว่าหน่วยงาน ‘สนับสนุนอย่างแข็งขัน’ ต่อ HF 3642 และมีแผนจะเปิดตัวแพ็กเกจ ‘มาตรการคุ้มครองผู้บริโภค’ ชุดใหญ่ในเร็วๆ นี้ ซึ่งจะบรรจุข้อห้ามเกี่ยวกับตู้คริปโตคีออสก์ไว้เป็นส่วนหนึ่งด้วย “กระทรวงพาณิชย์สนับสนุน HF 3642 อย่างชัดเจน และในอีกไม่กี่วัน เราจะเสนอข้อเสนอการคุ้มครองที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น ซึ่งรวมถึงมาตรการห้ามเหล่านี้ด้วย” เขากล่าว
อย่างไรก็ตาม ฝั่ง ‘ผู้เล่นในอุตสาหกรรม’ ออกมาคัดค้านแนวคิดการ ‘ห้ามแบบเบ็ดเสร็จ’ โดยระบุว่าควรพิจารณาเรื่อง ‘สิทธิการเข้าถึงบริการทางการเงิน’ ของประชาชนควบคู่กันไป โคอินฟลิป(CoinFlip) ผู้ให้บริการคริปโตคีออสก์รายหนึ่ง ส่งแถลงการณ์ถึงสื่อท้องถิ่น WCCO ชี้ว่า เช่นเดียวกับที่ธนาคารยังต้องมี ‘สาขาและตู้เอทีเอ็ม’ เพื่อเป็นจุดให้บริการจริง ‘คริปโตเคอร์เรนซี’ ก็จำเป็นต้องมี ‘จุดเข้าถึงแบบออฟไลน์’ สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการเข้าร่วมในเศรษฐกิจดิจิทัล
โคอินฟลิปอธิบายว่าตู้คริปโตคีออสก์ทำหน้าที่เป็น ‘สะพานเชื่อมที่ใช้งานได้จริง’ ระหว่างเงินสดกับสินทรัพย์ดิจิทัล โดยผ่านอินเทอร์เฟซที่ผู้ใช้คุ้นเคย ช่วยให้ ‘ผู้ใช้หลายแสนคนทั่วโลก’ สามารถเข้าถึงและใช้งานคริปโตเคอร์เรนซีได้ นอกจากนี้บริษัทยังย้ำว่าตนเองให้ความสำคัญกับ ‘การคุ้มครองผู้บริโภค’ มีมาตรฐานด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบและความโปร่งใส และเคยแสดงจุดยืน ‘สนับสนุนอย่างเปิดเผย’ ต่อกรอบกำกับดูแลที่มีอยู่ของรัฐมินนิโซตา
บริษัทระบุเพิ่มเติมว่า ตน ‘ชื่นชอบกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนและข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูล’ ที่บังคับใช้กับทุกฝ่ายในอุตสาหกรรมอย่างเท่าเทียม โดยเห็นว่ารัฐสามารถ ‘เพิ่มกลไกสกัดกั้นการใช้ในทางที่ผิด’ ของตู้คริปโตคีออสก์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องปิดโอกาสให้ประชาชนที่ต้องการซื้อคริปโตเคอร์เรนซีด้วยวิธีที่สะดวกสำหรับตนเอง “เราต้องการเห็นกฎที่ชัดเจนและใช้ได้กับทุกบริษัท เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย พร้อมกับรักษาทางเลือกในการซื้อคริปโตของชาวมินนิโซตาเอาไว้” บริษัทระบุในแถลงการณ์
การถกเถียงรอบ HF 3642 ในครั้งนี้สะท้อนโจทย์สำคัญสองด้าน คือ ‘ความเป็นจริงที่ว่า’ ตู้คริปโตคีออสก์อาจถูกใช้เป็น ‘ช่องทางเคลื่อนย้ายเงินจากการฉ้อโกง’ และคำถามว่าจะ ‘จัดสมดุล’ กับความต้องการใช้บริการคริปโตแบบออฟไลน์อย่างไร ‘ความคิดเห็น’ หากร่างกฎหมาย HF 3642 ผ่านสภารัฐมินนิโซตาในที่สุด ก็อาจกลายเป็นตัวเร่งให้รัฐอื่นๆ ในสหรัฐฯ หันมาเปิดศึก ‘กำกับดูแลตู้เอทีเอ็มบิตคอยน์(BTC)’ อย่างจริงจังมากขึ้น และอาจนำไปสู่การออกมาตรฐานกลางหรือแนวปฏิบัติร่วมสำหรับคริปโตคีออสก์ทั่วประเทศในระยะถัดไป
ความคิดเห็น 0