มีมโทเคน ‘ชิบะอินุ(SHIB)’ ราคาร่วงต่อเนื่องในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยปรับตัวลงเป็นสองหลักติดต่อกัน กระแสขาลงของ ‘ชิบะอินุ(SHIB)’ จึงเริ่มชัดเจนขึ้น ขณะที่ตัวชี้วัดบางส่วนยังบ่งชี้ความเป็นไปได้ของการย่อตัวลงต่อในระยะสั้น และนักวิเคราะห์ชื่อดังรายหนึ่งถึงขั้นเตือนถึง ‘โซนต่ำสุดในรอบ 5 ปี’ เป็นฉากทัศน์ขาลงที่อาจเกิดขึ้นได้
ชิบะอินุ(SHIB) แม้จะมีการรีบาวด์เป็นระยะในปีที่ผ่านมา แต่ตั้งแต่เข้าสู่ปี 2026 เป็นต้นมา ‘ทิศทางหลัก’ ยังคงเป็นขาลดลง ตามข้อมูลจาก CoinGecko ราคา ‘ชิบะอินุ(SHIB)’ ล่าสุดอยู่ที่ 0.000005467 ดอลลาร์ หรือราว 0.00798 บาทต่อโทเคน (คำนวณที่ 1 ดอลลาร์ = 1,459.90 วอน) คิดเป็นอัตราลดลงจากต้นปีประมาณ 60%
มูลค่าตลาดรวม (Market Cap) ของ ‘ชิบะอินุ(SHIB)’ อยู่ราว 3.2 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 4.67 ล้านล้านวอน ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้ช่องว่างกับโดจ์คอยน์(DOGE) ซึ่งยังคงรักษามูลค่าตลาดเหนือระดับ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ยิ่งถ่างกว้างมากขึ้น แม้ ‘ชิบะอินุ(SHIB)’ จะยังครองตำแหน่ง ‘มีมคอยน์อันดับ 2’ ในเชิงขนาดมูลค่าตลาด แต่บทบาทและอิทธิพลในตลาดกำลังถูกประเมินว่าอ่อนแรงลง
ด้านมุมมองนักวิเคราะห์ อาลี มาร์ติเนซ(Ali Martinez) ประเมินว่า ‘ชิบะอินุ(SHIB)’ ยังมีช่องว่างในการร่วงลงต่อได้ถึงบริเวณ 0.00000138 ดอลลาร์ต่อโทเคน หรือประมาณ 0.00201 บาท เขาเคยชี้ไว้เมื่อเดือนก่อนแล้วว่า ราคาของ SHIB หลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 0.00000667 ดอลลาร์ลงมา ซึ่งการแตกหักของโซนดังกล่าวได้เพิ่ม ‘โอกาสการเกิดภาวะเมลต์ดาวน์ (meltdown)’ ให้สูงขึ้นอย่างชัดเจน
ในเชิงออนเชน ‘กลไกการเผาเหรียญ (burn)’ ที่ชะลอตัวลงกำลังกลายเป็นแรงกดดันฝั่งขาลงเพิ่มเติม ตัวเลขล่าสุดในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าอัตราการเผาเหรียญลดลงราว 99% โดยปริมาณการเผาจริงอยู่เพียง 20,176 SHIB เท่านั้น กลไกการ ‘เผาเหรียญ’ ถูกออกแบบมาเพื่อลดปริมาณโทเคนหมุนเวียนและสร้าง ‘ความขาดแคลน’ ในระยะยาว ตั้งแต่เปิดใช้งานในปี 2022 ทั้งทีมพัฒนาและชุมชนได้เผาเหรียญไปสะสมแล้วกว่า 410.7 ล้านล้านโทเคน ทำให้ปริมาณ SHIB ที่ยังหมุนเวียนอยู่ในตลาดตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 585.47 ล้านล้านโทเคน อย่างไรก็ตาม ในมุมมองเชิงระยะสั้น เมื่ออัตราการเผาเหรียญชะลอลง ความคาดหวังต่อสมดุลอุปสงค์–อุปทานที่ดีขึ้นก็อาจลดลงตามไปด้วย
อีกหนึ่งปัจจัยลบคือภาวะ ‘ชะงักงัน’ ของโซลูชันเลเยอร์ 2 อย่าง ชิบาเรียม(Shibarium) ซึ่งเดิมถูกคาดหวังว่าจะเป็นหัวใจสำคัญในการขยายระบบนิเวศของ ‘ชิบะอินุ(SHIB)’ โดยชิบาเรียมเปิดตัวครั้งแรกในช่วงฤดูร้อนปี 2023 พร้อมเป้าหมายหลักในการลดค่าธรรมเนียม ปรับปรุงความเร็วการประมวลผลธุรกรรม และเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับการใช้งานจำนวนมาก ทว่าเหตุการณ์ ‘เอ็กซ์พลอยต์’ หรือการโจมตีช่องโหว่ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนกันยายนปีก่อน ทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนสั่นคลอนอย่างชัดเจน รายงานระบุว่าก่อนเกิดเหตุ ปริมาณธุรกรรมต่อวันเคยอยู่ที่ระดับหลายล้านครั้ง แต่หลังจากนั้นได้ทรุดตัวลงเหลือเพียงระดับหลักหลายพันครั้ง และยังไม่สามารถกลับสู่ระดับเดิมได้ ‘ความคิดเห็น’ ของผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างบล็อกเชนจำนวนหนึ่งมองตรงกันว่า หากการใช้งานเครือข่ายไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างเด่นชัด เรื่องราวหรือนาราทีฟของ ‘ชิบาเรียม’ ก็ยากจะส่งแรงหนุนราคาของ SHIB ในเชิงโครงสร้าง
อย่างไรก็ตาม สัญญาณที่บ่งชี้โอกาสรีบาวด์ในระยะสั้นก็เริ่มปรากฏให้เห็นเช่นกัน ข้อมูลจาก CryptoQuant ชี้ว่า ปริมาณ ‘ชิบะอินุ(SHIB)’ ที่ถูกเก็บไว้บนกระดานเทรดแบบรวมศูนย์ (Centralized Exchange) ลดลงต่ำกว่า 81 ล้านล้านโทเคน ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2021 เป็นต้นมา โดยทั่วไปแล้ว ‘การลดลงของโทเคนบนกระดานเทรด’ มักถูกตีความว่า นักลงทุนมีแรงจูงใจในการโอนโทเคนเข้าไปขายบนตลาดน้อยลง ส่งผลให้แรงเสนอขาย (supply pressure) ในตลาดสpot อาจผ่อนคลายลง
ด้านเทคนิคชาร์ต ค่า ‘ดัชนี RSI (Relative Strength Index)’ ของ SHIB เคยรูดลงต่ำกว่าระดับ 30 จุด ซึ่งเป็นโซนที่มักเรียกกันว่า ‘ภาวะขายมากเกินไป (Oversold)’ โดย RSI เป็นอินดิเคเตอร์ที่เคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 0–100 จุด โดยทั่วไประดับต่ำกว่า 30 มักถูกมองว่าเป็น ‘โซนขายมากเกินไป’ ซึ่งอาจมี ‘โอกาสรีบาวด์ทางเทคนิค’ ขณะที่ระดับเหนือ 70 มักถูกมองว่าเป็น ‘โซนซื้อมากเกินไป’ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการย่อตัวลงเพื่อปรับฐาน ปัจจุบันค่า RSI ของ ‘ชิบะอินุ(SHIB)’ ฟื้นขึ้นมาอยู่ราว 36 จุด แม้จะดีดตัวขึ้นจากโซน oversold แล้ว แต่ยังจัดอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ
ภาพรวมปัจจุบัน ‘ชิบะอินุ(SHIB)’ กำลังเผชิญแรงกดดันจากทั้ง ‘การชะลอตัวของกลไกเผาเหรียญ’ และ ‘ความเชื่อมั่นที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ต่อชิบาเรียม(Shibarium)’ ขณะเดียวกัน สัญญาณเชิงบวกอย่าง ‘การลดลงของปริมาณโทเคนบนกระดานเทรด’ และ ‘สัญญาณขายมากเกินไปจาก RSI’ ยังคงเปิดทางให้เกิดการเด้งกลับทางเทคนิคได้ ‘ความคิดเห็น’ ของนักวิเคราะห์จำนวนมากจึงมองว่า ในระยะข้างหน้า เสถียรภาพของตัวชี้วัดออนเชนและการฟื้นตัวของกิจกรรมบนเครือข่าย จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ตัดสินว่า SHIB จะเดินหน้าเข้าสู่รอบขาลงถัดไป หรือสามารถพลิกกลับมารีบาวด์ทางเทคนิคได้อย่างมีนัยสำคัญ
ความคิดเห็น 0