โทเค็น ‘ไพคอยน์(PI)’ ของโปรเจกต์ ‘ไพเน็ตเวิร์ก(Pi Network)’ พุ่งแรง สวนกระแสตลาดขาลงของกลุ่มอัลต์คอยน์ โดยทำ ‘สองหลัก’ ติดต่อกันหลายวัน ก่อนจะดีดขึ้นทะลุ 0.23 ดอลลาร์ต่อโทเค็น แตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน เมื่อวันที่ 7 (เวลาท้องถิ่น) คิดเป็นราว 341 บาทต่อโทเค็น (0.23 ดอลลาร์ อิงอัตรา 1 ดอลลาร์ = 1485 วอน)
แรงหนุนหลักของ ‘ไพคอยน์(PI)’ มาจากสองประเด็นใหญ่ คือ *อัปเดตโปรโตคอล* และการเปิดตัว ‘เคสสตูดี้ *ไพโหนด(Pi Node)*’ ช่วงต้นเดือนนี้ ทีมพัฒนาระบุว่ากำลังทดสอบศักยภาพเครือข่ายโหนดที่กระจายตัวอยู่ทั่วโลก ว่าสามารถต่อยอดจากงานรักษาความปลอดภัยบล็อกเชน ไปสู่การรองรับงาน ‘เอไอแบบกระจายศูนย์ (탈중앙 AI)’ ทั้งด้านการฝึกสอนโมเดลและงานคอมพิวต์จริงได้หรือไม่
ทีมไพเน็ตเวิร์กอธิบายว่า ‘ไพโหนด’ มีจุดเด่นเรื่อง *ประสิทธิภาพพลังงาน* และการเดินระบบเครือข่ายไม่จำเป็นต้องใช้ ‘กำลังประมวลผลทั้งหมด’ ของโหนดทั่วโลก ส่งผลให้มี ‘ทรัพยากรประมวลผลส่วนเกิน’ จำนวนมากในเครื่องโหนดหลายพันตัว ซึ่งสามารถถูกนำไปปล่อยเช่าให้บุคคลที่สามใช้สำหรับงานที่ต้องการคอมพิวต์ขนาดใหญ่ได้
ในฝั่ง *เอไอ* ทีมชี้ว่าเวิร์กโหลดอย่างการฝึกโมเดล (training) และการอนุมานผล (inference) ต้องใช้กำลังประมวลผลสูง หากผู้ดูแล ‘ไพโหนด’ เลือกเข้าร่วม ก็สามารถปล่อยเช่าพลังประมวลผลให้เครือข่าย และรับค่าตอบแทนเป็นคริปโตเคอร์เรนซีลักษณะหนึ่ง กลายเป็นโมเดลคล้าย ‘ตลาดคอมพิวต์แบบกระจาย (distributed computing marketplace)’ ที่ใครมีเครื่องก็เข้ามาหารายได้เสริมได้
ตามข้อมูลที่ทีมเปิดเผย เครือข่ายไพโหนดทั่วโลกมีแล้วกว่า 421,000 โหนด เทียบเท่ากำลังซีพียูรวมมากกว่า 1,000,000 หน่วย จุดแข็งอีกด้านคือฐานผู้ใช้ที่ผ่านกระบวนการยืนยันตัวตน(KYC) เป็นจำนวน ‘หลายสิบล้านคน’ ทำให้สามารถผสานโมเดล ‘human-in-the-loop’ เข้าไปในกระบวนการฝึกเอไอได้ นั่นคือมี ‘คนจริง’ เข้ามาช่วยติดป้ายข้อมูล ตรวจคำตอบ หรือให้ฟีดแบ็กกับโมเดล
ทีมไพเน็ตเวิร์กระบุว่า “เมื่อรวม ‘พลังคอมพิวต์ของไพโหนด’ เข้ากับฐานผู้ใช้ที่เป็น ‘มนุษย์จริง’ เรากำลังสร้างทรัพยากรที่ไม่เหมือนใครสำหรับระบบเอไอ” และมีโอกาสพัฒนาเป็นบริการ ‘วันสต็อป’ ที่ลูกค้าเอไอสามารถเช่าทั้งกำลังประมวลผลและแรงงานมนุษย์ในที่เดียว
เคสสตูดี้ฉบับทดลองยังเปิดเผยผลทดสอบเชิงปฏิบัติจริง ทีมระบุว่าทำ *ไฟล์럿เทสต์* ร่วมกับผู้ดูแลไพโหนดอาสาสมัคร 7 ราย โดยงานคอมพิวต์จากภายนอกถูกกระจายไปยังโหนดต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง และผลลัพธ์ที่ผ่านการประมวลผลก็ถูกส่งกลับมายังแพลตฟอร์ม ‘โอเพนมายด์(OpenMind)’ อย่างครบถ้วน แสดงให้เห็นว่าไพโหนดสามารถรับงานคอมพิวต์จากบุคคลที่สาม นอกเหนือจากงานบล็อกเชนปกติ แล้วส่งมอบผลลัพธ์คืนลูกค้าได้ตามที่กำหนด
ในมุมราคา กระแส ‘อัปเกรดโปรโตคอล’ ก็เป็นอีกปัจจัยหนุนรอบนี้ โปรโตคอลเวอร์ชัน *v19.9* เพิ่งอัปเกรดเสร็จสมบูรณ์ และการอัปเดตถัดไปอย่าง *v20.2* ถูกวางกำหนดเสร็จสิ้นภายในวันที่ 12 มีนาคม ซึ่งช่วยเติมความคึกคักให้ฝั่งนักลงทุนที่คาดหวังฟีเจอร์ใหม่และการใช้งานจริงที่เพิ่มขึ้น
ข้อมูลจากตลาดชี้ว่า ‘ไพคอยน์(PI)’ ทำผลงานเด่นเมื่อเทียบกับอัลต์คอยน์มาร์เก็ตแคประดับบน หลายเหรียญยังซบเซาในตลาดขาลง แต่ราคาของไพคอยน์กลับบวกขึ้นราว 16% ภายในวันเดียว ทะลุ 0.23 ดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าตลาดตามข้อมูล *โค인เก코(CoinGecko)* ทะยานเกิน 2.2 พันล้านดอลลาร์ ขึ้นมาอยู่ในกลุ่มโทเค็นอันดับราว 40 ของโลก
อย่างไรก็ตาม ‘ปัจจัยด้านซัพพลาย’ โดยเฉพาะประเด็น *การปลดล็อก (unlock)* ยังเป็นความเสี่ยงสำคัญ แม้ในวันเดียวจะมีโทเค็นถูกปลดล็อกออกมาสูงถึงประมาณ 21 ล้านโทเค็น แต่ราคายังคงทรงตัวไม่สั่นคลอนมากนัก ทว่าตาราง ‘การปล่อยเหรียญ’ ในอนาคตยังมีดีลลักษณะเดียวกันรออยู่ ซึ่งหมายความว่าหากราคาเริ่มเข้าสู่โซน ‘ร้อนแรงเกินไป’ ก็มีโอกาสเผชิญแรงขายทำกำไรตามมาได้
ความคิดเห็น “แรงหนุนจาก *เคสสตูดี้ไพโหนด* และการอัปเกรดโปรโตคอลทำให้ตลาดมอง ‘ไพคอยน์(PI)’ ในมุมโทเค็นยูทิลิตี้ที่อาจเชื่อมโลกบล็อกเชนกับเอไอได้ แต่สุดท้ายแล้ว ตลาดจะจับตามองสองอย่าง คือ หนึ่ง การใช้งานไพโหนดกับงานเอไอจะเติบโตเป็น ‘ดีมานด์จริง’ แค่ไหน และสอง ฝั่งผู้ซื้อจะดูดซับแรงขายจากการปลดล็อกเหรียญที่ทยอยออกมาได้หรือไม่ ซึ่งทั้งสองปัจจัยจะเป็นตัวกำหนดระดับความผันผวนของ ‘ไพคอยน์(PI)’ ในช่วงข้างหน้า”
ความคิดเห็น 0