บิตคอยน์(BTC) ร่วงลงไปแถว 69,000 ดอลลาร์ (ราว 1.01 ล้านบาท) ในช่วงต้นตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อวันที่ 12 (เวลาท้องถิ่น) ก่อนจะดีดกลับขึ้นมาอย่างรวดเร็วเหนือระดับ 71,000 ดอลลาร์ (ราว 1.04 ล้านบาท) การฟื้นตัวแบบฉับพลันครั้งนี้ถูกมองว่าเชื่อมโยงกับราคาน้ำมันที่ปรับย่อลงแรงหลังพุ่งขึ้น ทำให้บรรยากาศการลงทุนใน ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ ผ่อนคลายลง และหนุนให้ตลาดคริปโตกลับมาฟื้นตัวตาม
ในช่วงเวลาเดียวกัน อีเธอเรียม(ETH), โซลานา(SOL), ริปเปิล(XRP) และกลุ่มอัลท์คอยน์ตัวหลักต่างปรับตัวขึ้นแรงไปในทิศทางเดียวกัน สะท้อนภาวะ ‘Risk-On’ ที่กลับมาในตลาดคริปโต นักลงทุนยอมรับความเสี่ยงมากขึ้นหลังแรงกดดันจากราคาพลังงานเริ่มคลายตัว
การดีดตัวรอบนี้ของบิตคอยน์(BTC) เกิดขึ้นควบคู่กับการกลับทิศอย่างรวดเร็วของตลาดน้ำมันดิบ โดยระหว่างวันราคาน้ำมันดิบเบรนท์และ WTI เคยพุ่งขึ้นอย่างหนัก แต่แล้วก็ย่อลงมาภายในไม่กี่นาที ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเมษายนเคลื่อนไหวแถว 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ประมาณ 125,000 บาท) เพิ่มขึ้นราว 2% จากวันก่อนหน้า แม้จะยังปิดบวก แต่การคืนกำไรส่วนเกินอย่างรวดเร็วช่วยลดความกังวลเรื่องต้นทุนพลังงานที่สูงลากยาว
แรงกดดันจากฝั่งน้ำมันคลี่คลาย ยังส่งผลสะเทือนในทางบวกต่อตลาดหุ้นสหรัฐด้วย ดัชนีแนสแด็กซึ่งอ่อนตัวเล็กน้อยในช่วงเปิดตลาด กลับตัวขึ้นมาเคลื่อนไหวในแดนบวก ประมาณ 0.5% ในช่วงซื้อขายภาคเช้า ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ ภาพรวมจึงกลายเป็นการฟื้นตัวพร้อมกันของทั้งหุ้นเทคโนโลยีและคริปโต ภายใต้ความคาดหวังว่าความร้อนแรงของเงินเฟ้อจากฝั่งพลังงานอาจไม่รุนแรงอย่างที่กลัวกันในตอนแรก
ในตลาดหุ้นคริปโต ‘หุ้นที่เกี่ยวข้องกับบิตคอยน์และสินทรัพย์ดิจิทัล’ เคลื่อนไหวแบบคละทิศทาง โดยหุ้นสต็อกอย่าง สไตรแทจี(MSTR), แกลักซีดิจิทัล(GLXY) และ บูลลิช(BLSH) ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ โคอินเบส(COIN) และ อีโทโร(ETOR) เคลื่อนไหวในกรอบอ่อนตัวเล็กน้อยหรือทรงตัวใกล้แดนลบ สะท้อนว่านักลงทุนยังเลือกถือหรือเก็งกำไรเฉพาะตัวที่มองว่ามีอานิสงส์ชัดเจนจากราคาระดับใหม่ของคริปโตมากกว่าไล่ซื้อทั้งกลุ่ม
ในมุมมองของนักลงทุนสถาบัน ‘น้ำมัน’ ถูกยกให้เป็นตัวกำหนดทิศทางสำคัญของสินทรัพย์เสี่ยงตลอดช่วงสัปดาห์นี้ ความตึงเครียดทางการทหารกับอิหร่านทำให้ความผันผวนในตลาดพลังงานสูงขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดีดขึ้นไปแตะโซน 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ราว 177,000 บาท) ส่งผลให้ ทั้งหุ้นและคริปโตถูกเทขายอย่างหนัก ก่อนที่เมื่อราคาน้ำมันอ่อนแรงลงอย่างรวดเร็ว แรงซื้อในสินทรัพย์เสี่ยงจึงไหลกลับเข้ามาอีกครั้ง รูปแบบ ‘พุ่งแรง–เทแรง’ ของน้ำมันจึงกลายเป็นตัวจุดชนวนให้ตลาดคริปโตเกิดทั้งรอบย่อแรงและรอบรีบาวด์ในระยะสั้น
ด้านปัจจัยมหภาค ตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนกุมภาพันธ์ของสหรัฐออกมาตรงกับคาดการณ์ของตลาด โดยเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า และเพิ่ม 2.4% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งยังอยู่ในกรอบที่นักวิเคราะห์คาดไว้ นักลงทุนจึงไม่แปลกใจมากนักกับข้อมูลรอบนี้ แต่สายตากลับเริ่มหันไปโฟกัสที่ตัวเลขเงินเฟ้อในเดือนถัดไปมากกว่า เพราะ ‘คำถามใหญ่’ อยู่ที่ว่าราคาพลังงานที่ผันผวนเพราะสถานการณ์สงคราม จะถูกส่งผ่านมายังดัชนีเงินเฟ้อตัวหลักมากน้อยเพียงใด
หากแรงกระแทกจากราคาน้ำมันไปโผล่ในตัวเลข CPI อย่างเห็นได้ชัด ตลาดจะต้องประเมินใหม่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะมองปรากฏการณ์นี้เป็นเพียง ‘ช็อกชั่วคราว’ จากสงคราม หรือจะตีความว่าเป็นสัญญาณเงินเฟ้อรอบใหม่ที่อาจบังคับให้เฟดกลับไปใช้ท่าที ‘สายเหยี่ยว’ เน้นคุมเข้มมากขึ้น ความไม่แน่นอนตรงนี้อาจทำให้ตลาดเงินและตลาดคริปโตต้องรับความผันผวนต่อเนื่องในระยะสั้น
สตีเฟน โคลต์แมน(Stephen Coltman) หัวหน้าฝ่ายมาโครของ 21เชียร์ส(21shares) ให้ความเห็นว่า การตัดสินใจของเฟดจะเป็น ‘ตัวแปรหลัก’ ที่ขับเคลื่อนทั้งตลาดทุนและตลาดคริปโตในช่วงถัดไป นักลงทุนจึงจะจับตาประชุมเฟดสัปดาห์หน้าอย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่าเจ้าหน้าที่เฟดจะสื่อสารมุมมองต่อความเสี่ยงเงินเฟ้อจากราคาพลังงานอย่างไร ‘ความคิดเห็น’ ของเขาคือ ตลาดคริปโต โดยเฉพาะบิตคอยน์(BTC) อาจได้ ‘รับรู้ข่าวร้ายล่วงหน้า’ ไปพอสมควรแล้ว หมายความว่าความเป็นไปได้ของเงินเฟ้อที่ดีดขึ้นในเดือนหน้า อาจถูกสะท้อนอยู่ในราคา ณ ตอนนี้พอประมาณ
สุดท้าย ภาพรวมระยะสั้นยังเป็นช่วงที่น้ำมันคอยเพิ่มระดับความผันผวน ขณะที่บิตคอยน์(BTC) และอัลท์คอยน์หลักต้องเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบที่ถูกบีบระหว่างข้อมูลเศรษฐกิจและจุดยืนของเฟด นักลงทุนจึงจำเป็นต้องติดตามทั้งทิศทางราคาน้ำมัน และการตีความ ‘ช็อกด้านราคา’ จากสงครามของเฟดอย่างใกล้ชิด เพราะการขยับเพียงเล็กน้อยของน้ำมันหรือโทนการสื่อสารจากเฟด อาจกลายเป็นตัวจุดชนวนรอบผันผวนใหม่ของตลาดคริปโตได้ทุกเมื่อ
ความคิดเห็น 0