Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) ชี้ชะตาแนวต้าน 74,000 ดอลลาร์ จับตาเงินไหลเข้า ETF สปอตหนุนลุ้นขาขึ้นใหญ่

ราคา ‘บิตคอยน์(BTC)’ ดีดตัวแรงแบบฉาบฉวย ทะลุระดับ 74,000 ดอลลาร์ได้ในช่วงสั้นๆ ก่อนถูกแรงขายกดกลับลงมา ทำให้แนวต้านสำคัญบริเวณนี้ยังไม่ถูกยืนยันการทะลุผ่านอย่างชัดเจน ขณะที่หากเทียบกับจุดสูงสุดตลอดกาลราว 126,000 ดอลลาร์ที่ทำไว้เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ช่องว่างราคายังถือว่ากว้าง ‘แนวต้าน 74,000 ดอลลาร์’ จึงถูกมองเป็นระดับชี้เป็นชี้ตายทิศทางในระยะต่อไปของตลาดคริปโต

แรงดีดตัวรอบนี้เชื่อมโยงกับบรรยากาศ ‘เสี่ยงได้ (risk-on)’ ที่กลับมา หลัง ‘ประธานาธิบดีทรัมป์’ ส่งสัญญาณด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ตลาดตีความในเชิงบวก หนุนให้นักลงทุนหันกลับมาถือสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น ขณะเดียวกัน ความเป็นไปได้ของ ‘ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในตะวันออกกลาง’ โดยเฉพาะประเด็นอิหร่าน ยิ่งช่วยเร่งให้แรงซื้อเก็งกำไรไหลเข้าบิตคอยน์ ส่งผลให้ราคาทะยานจากโซนกลาง 70,000 ดอลลาร์ขึ้นไปแตะช่วงปลาย 70,000 ดอลลาร์ได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ก่อนสะดุดเจอแรงขายหนาแน่นแถว 74,000 ดอลลาร์

‘ความคิดเห็น’ ภาพรวมแล้ว บิตคอยน์กำลังติดอยู่ตรงกลางระหว่างสัญญาณพื้นฐานที่ยังดู ‘แข็งแรง’ กับสัญญาณเทคนิคที่เริ่มฟ้องว่า ‘เริ่มร้อนแรงเกินไป’

ในเชิงเทคนิค นักวิเคราะห์คริปโตชื่อ ‘เท็ด(Ted)’ ชี้ว่า สัญญาณจาก ‘Coinbase Premium’ ยังคงเป็นบวก สะท้อน ‘แรงซื้อสปอตจากฝั่งสหรัฐ’ ยังไม่หายไปไหน Coinbase Premium คือส่วนต่างราคาระหว่างบิตคอยน์ในตลาดสหรัฐ (เช่น Coinbase) กับราคาในตลาดต่างประเทศ หากตัวเลขนี้ขยับขึ้น มักถูกตีความว่า ‘นักลงทุนสหรัฐ โดยเฉพาะสถาบัน’ กำลังเพิ่มน้ำหนักลงทุนในบิตคอยน์ เท็ดประเมินว่า หากราคายัง ‘ยืนเหนือ 70,000 ดอลลาร์’ ได้อย่างมั่นคง เป้าหมายถัดไปอยู่แถว 76,000 ดอลลาร์

ด้านนักวิเคราะห์อีกราย ‘อาร์ดี(Ardi)’ มองระดับ ‘74,000 ดอลลาร์’ เป็นจุดกลับตัวเชิงโครงสร้างของตลาด เขาระบุว่า ตลาดจำเป็นต้องเปลี่ยน 74,000 ดอลลาร์จากเดิมที่เป็น ‘แนวต้าน’ ให้กลายเป็น ‘แนวรับ’ ให้ได้ จึงจะถือว่ากลับเข้าสู่ภาวะ ‘ขาขึ้นเชิงมหภาค (macro bullish)’ อย่างแท้จริง หากราคาเบรกและยืนเหนือบริเวณนี้อย่างมั่นคง เป้าหมายระยะถัดไปมีโอกาสขยายขึ้นได้ถึงแถว ‘85,000 ดอลลาร์’

แต่ถ้าบิตคอยน์ไม่สามารถทวงคืน 74,000 ดอลลาร์และยืนเหนือได้ อาร์ดีเตือนว่า การดีดตัวรอบนี้อาจเป็นเพียง ‘เด้งย่อยในขาลง’ หรือการสร้าง ‘ยอดต่ำลง (lower high)’ ภายในเทรนด์ขาลงเดิม ซึ่งในเชิงจิตวิทยาตลาดถือเป็นสัญญาณลบสำหรับรอบถัดไป

ในฝั่ง ‘เงินสถาบัน’ สัญญาณยังคงออกมาในเชิงบวก แพลตฟอร์มข้อมูล ‘โซโซแวลู(SoSoValue)’ ระบุว่า ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ‘บิตคอยน์สปอต ETF’ มีเม็ดเงินไหลเข้า (inflow) สูงกว่าเม็ดเงินไหลออก (outflow) อย่างต่อเนื่อง เมื่อเงินใหม่ไหลเข้ากองทุน ETF ผู้ออกกองทุนจำเป็นต้องซื้อบิตคอยน์จริงในตลาดเพื่อนำไปหนุนหน่วยลงทุนที่ออกใหม่ การไหลเข้าของ ‘ETF สปอต’ จึงเท่ากับเป็นแรงซื้อจริงที่กดดันด้าน ‘อุปทานในตลาดสปอต’ โดยตรง

การที่กลุ่ม ‘กองทุนบำเหน็จบำนาญ (Pension Fund)’, ‘กองทุนเฮดจ์ฟันด์’, และ ‘บลจ.’ ขยายการถือครองบิตคอยน์ผ่าน ETF ต่อเนื่อง กำลังถูกตีความในตลาดว่าเป็น ‘สัญญาณเชิงบวกระยะกลางถึงยาว’ เพราะสะท้อนว่าบิตคอยน์กำลังฝังตัวลึกขึ้นในระบบการเงินกระแสหลัก

อีกหนึ่งปัจจัยฝั่งอุปทานที่น่าจับตา คือ ‘ปริมาณบิตคอยน์คงเหลือบนกระดานเทรดที่ลดลง’ ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ออนเชน ‘คริปโตควนต์(CryptoQuant)’ ชี้ว่า ปริมาณบิตคอยน์ที่เก็บอยู่ในกระดานเทรดต่างๆ ลดลงมาอยู่แถว ‘2.74 ล้าน BTC’ ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่ช่วงปลายปี 2020 เป็นต้นมา การที่ ‘เหรียญไหลออกจากกระดานเทรด’ มักหมายความว่านักลงทุนกำลังโอนบิตคอยน์ไปเก็บในกระเป๋าเงินส่วนตัวหรือรูปแบบการเก็บรักษาแบบเย็น (cold storage) ซึ่งโดยทั่วไปสื่อถึง ‘ความตั้งใจถือระยะยาว’ และ ‘โอกาสขายระยะสั้นที่ลดลง’ ส่งผลให้แรงกดดันฝั่งอุปทานในตลาดลดลงตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม กลุ่มตัวชี้วัด ‘ความร้อนแรง’ ของตลาดเริ่มส่งสัญญาณเตือนให้ระวังการย่อตัวในระยะสั้น หนึ่งในนั้นคือ ‘ดัชนี RSI (Relative Strength Index)’ ซึ่งตอนนี้ดีดขึ้นมาแตะบริเวณ ‘81’ แล้ว RSI ใช้วัดความเร็วและความแรงของการเปลี่ยนแปลงราคาเพื่อระบุช่วง ‘ซื้อมากเกิน (overbought)’ หรือ ‘ขายมากเกิน (oversold)’ โดยทั่วไป หากค่า RSI สูงกว่า 70 จะถูกมองว่าอยู่ในโซน ‘ซื้อมากเกิน’ ซึ่งมักนำไปสู่ภาวะ ‘เริ่มล้า’ ของแรงซื้อ และเพิ่มโอกาสที่นักลงทุนจะทยอยขายทำกำไร

ตัวชี้วัดสำคัญอีกตัวคือ ‘อัตราส่วน MVRV (Market Value to Realized Value)’ ของบิตคอยน์ ซึ่งคำนวณจากการเปรียบเทียบ ‘มูลค่าตลาดปัจจุบัน’ กับ ‘ต้นทุนเฉลี่ยที่ผู้ถือครองทั้งระบบเคยซื้อมา’ เพื่อวัดว่าตลาดกำลัง ‘ร้อนเกินไป’ หรือ ‘ถูกกดลงมากเกินไป’ อย่างไรบ้าง ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ค่า MVRV อยู่ในแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง จนปัจจุบันลงมาอยู่แถว ‘1.3’ คริปโตควนต์ตีความว่า โดยทั่วไปแล้ว หาก MVRV ลดลงต่ำกว่า 1 ตลาดมักจะเข้าใกล้ ‘เขตสะสมหรือเขตใกล้จุดต่ำสุด (bottom zone)’ แต่ตอนนี้ค่าดังกล่าวยัง ‘สูงกว่า 1’ จึงมีนักวิเคราะห์บางส่วนที่มองว่า ‘วัฏจักรขาลงรอบนี้อาจยังไม่จบสนิท’ และอาจยังเหลือ ‘ขาลงถัดไป’ ให้ต้องรับมือ

สะท้อนผ่านมุมมองของนักวิเคราะห์ตลาดหลายรายในสัปดาห์นี้ ที่เตือนว่า ยังไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ที่ราคาบิตคอยน์จะย่อลึกลงไปแถว ‘50,000 ดอลลาร์ หรือต่ำกว่านั้น’ ภายในปีนี้ หากแรงซื้อใหม่ไม่เข้ามาพยุงตลาดมากพอ

ท้ายที่สุด ทิศทางถัดไปของ ‘บิตคอยน์(BTC)’ จะถูกกำหนดโดยสองปัจจัยหลัก คือ หนึ่ง บิตคอยน์จะสามารถ ‘ทะลุและยืนเหนือโซนต้าน 74,000 ดอลลาร์’ แล้วเปลี่ยนเป็นแนวรับใหม่ได้หรือไม่ และสอง กระแสเงินจาก ‘สถาบันผ่านช่องทาง ETF สปอต’ จะยังคงไหลเข้าต่อเนื่องเพียงพอหรือเปล่า คำตอบของสองปัจจัยนี้จะเป็นตัวชี้ชะตาว่า บิตคอยน์จะกลับเข้าสู่รอบ ‘ขาขึ้นใหญ่’ หรือกลับหัวลงสู่การพักฐานรอบใหม่อีกครั้งในระยะถัดไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1