อีเธอเรียม(ETH) ดีดกลับยืนเหนือแนว ‘2,000 ดอลลาร์’ ได้อีกครั้ง ส่งสัญญาณการฟื้นตัวและช่วยให้บรรยากาศในตลาดคริปโตกลับมาคึกคักขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อกระแสการสะสมเหรียญของนักลงทุนรายใหญ่และมุมมองเชิงบวกจากสถาบันเริ่มเดินไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้ความคาดหวังต่อแนวโน้ม ‘ขาขึ้น’ ของอีเธอเรียมยิ่งชัดเจน
ข้อมูลออนเชนล่าสุดชี้ให้เห็นว่าภายใต้การฟื้นตัวของราคาอีเธอเรียม มีแรงซื้อเงียบๆ จากนักลงทุนรายใหญ่ หรือที่มักเรียกกันว่า ‘วาฬ’ ทำงานอยู่ เบื้องต้น บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน แซนติมเมนต์(Santiment) ระบุว่า ภายในช่วงสองวันที่ผ่านมา จำนวนกระเป๋าที่ถือครองระหว่าง 100–100,000 ETH มีจำนวนเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน กลุ่มนี้ได้สะสมอีเธอเรียมเพิ่มอีกราว 756,950 ETH เข้าพอร์ต
การที่เกิด ‘การสะสมขนาดใหญ่’ ในจังหวะที่ราคาเริ่มฟื้น ถือเป็นสัญญาณว่ากลุ่มทุนใหญ่กำลังมองช่วงราคาปัจจุบันว่าเป็น ‘โอกาสรับของที่ใกล้จุดต่ำ’ และพร้อมวางเดิมพันกับทิศทางในระยะกลางถึงยาว ‘ความคิดเห็น’ การสะสมของวาฬมักถูกมองเป็นสัญญาณความเชื่อมั่นขั้นสูงต่อศักยภาพการปรับขึ้นของราคาในอนาคต มากกว่าจะเป็นเพียงการเก็งกำไรระยะสั้น
ในอีกด้านหนึ่ง พฤติกรรมของนักลงทุนรายย่อยกลับเคลื่อนไปในทิศทางตรงกันข้าม ข้อมูลบ่งชี้ว่ากระเป๋าที่ถือครองต่ำกว่า 0.01 ETH ได้ทยอยขายทำกำไรหรือหนีความเสี่ยงต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนธันวาคมปีที่แล้ว โดยมียอดขายรวมคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 0.9% ของปริมาณที่ถือครองเดิม แสดงให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่า กลุ่มทุนใหญ่กำลังเทน้ำหนักไปทาง ‘ฝั่งซื้อ’ ขณะที่รายย่อยกลับหันมาใช้กลยุทธ์ระมัดระวังมากขึ้น
ภาวะ ‘ความต่างของแรงซื้อขาย’ ระหว่างวาฬกับรายย่อยในลักษณะนี้ สามารถกระทบโครงสร้างอุปทานในระยะสั้นได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเหรียญจำนวนมากไหลเข้าสู่กระเป๋านักลงทุนรายใหญ่ ปริมาณอีเธอเรียมที่หมุนเวียนในตลาดอาจลดลง ส่งผลให้ราคาไวต่อคำสั่งซื้อหรือขายก้อนใหญ่ยิ่งขึ้น ‘ความคิดเห็น’ หากสมดุลของอุปทานเปลี่ยนไปอยู่ในมือวาฬมากเกินไป แรงกดดันทางด้าน ‘ฝั่งซื้อ’ อาจยกเพดานราคาขึ้นได้รวดเร็ว แต่ก็พ่วงมาด้วยความผันผวนที่สูงขึ้นเช่นกัน
ในฝั่งสถาบัน การมองโลกในแง่ดีต่ออีเธอเรียมกำลังขยายตัวมากขึ้นเช่นกัน เมื่อเร็วๆ นี้ ทอม ลี(Tom Lee) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ บิทไมน์ อีเมอร์ชัน(Bitmine Immersion) ให้ความเห็นว่า ตลาดคริปโตในตอนนี้น่าจะอยู่ในช่วงปลายของภาวะที่เขาเรียกว่า ‘มินิคริปโตวินเทอร์’ พร้อมระบุชัดว่ามีมุมมองเชิงบวกต่อ ‘แนวโน้มของอีเธอเรียม’ ในระยะถัดไป
หลังคำให้สัมภาษณ์ดังกล่าว บิทไมน์ก็เดินหน้าลุย ‘ซื้อจริง’ ทันที โดยภายในหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทได้เพิ่มการถือครองอีเธอเรียมอีก 65,341 ETH ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยการซื้อประจำสัปดาห์เดิมที่ราว 45,000–50,000 ETH อย่างมีนัยสำคัญ ทอม ลี เปิดเผยเพิ่มเติมว่าบริษัทได้เร่งความเร็วในการสะสมอีเธอเรียมต่อเนื่องตลอด 3 สัปดาห์ล่าสุด สะท้อนความมั่นใจต่อจังหวะตลาดในปัจจุบัน
ณ วันที่ 23 มีนาคม บิทไมน์ถือครองอีเธอเรียมรวมประมาณ 4,661,000 ETH คิดเป็นสัดส่วนราว 3.86% ของอุปทานทั้งหมดที่หมุนเวียนในตลาด ทำให้บริษัทขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในองค์กรที่ถืออีเธอเรียมมากที่สุดระดับโลก และยังถูกจัดให้เป็นคลังสินทรัพย์คริปโต (คริปโตเทรเชอรี) ขนาดใหญ่เป็นอันดับสอง รองจากบริษัท สเตรทเทจี(Strategy) ที่โดดเด่นจากการสะสมบิตคอยน์(BTC) ปริมาณมหาศาล
เมื่อ ‘สัญญาณออนเชน’ และ ‘ท่าทีของสถาบัน’ เทน้ำหนักไปทางฝั่ง ‘ขาขึ้น’ พร้อมกัน ความเชื่อมั่นในตลาดอีเธอเรียมจึงมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี การไหลออกของนักลงทุนรายย่อยและการกระจุกตัวของเหรียญในมือผู้เล่นรายใหญ่ ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามใกล้ชิด เพราะอาจทำให้ความผันผวนของราคาอีเธอเรียมเพิ่มขึ้นในระยะสั้น แม้ภาพรวมระยะยาวจะเริ่มเอียงไปในทิศทางบวกมากขึ้นก็ตาม
ความคิดเห็น 0