‘파이네트워크(Pi Network)’ ที่พยายามสกัด ‘กระแสไม่พอใจ’ ของผู้ใช้ด้วยการปล่อยไกด์ ‘การย้ายเมนเน็ตครั้งที่ 2’ เพิ่มเติม ยังไม่สามารถหนุนราคา ‘ไพคอยน์(PI)’ ที่ยังคงอ่อนตัวลงต่อเนื่องได้
ประเด็นหลักที่ยังคงเป็นปมอยู่ คือขั้นตอนการย้ายไปสู่เมนเน็ตอย่างสมบูรณ์ ทีมพัฒนาแกนหลักของ ‘파이네트워크(Pi Network)’ หรือ ‘คอร์ทีม(Core Team)’ ออกประกาศล่าสุด ระบุขั้นตอนที่ผู้ใช้ต้องทำตามอย่างละเอียดเพื่อให้ ‘การย้ายเมนเน็ตครั้งที่ 2’ เสร็จสมบูรณ์ โดยเน้นว่าผู้ใช้ต้องตั้งค่า ‘2FA กระเป๋าเงิน Pi (การยืนยันตัวตนสองชั้น)’ ให้ครบถ้วนในขั้นตอนที่ 3 ของ ‘เมนเน็ตเช็กลิสต์’ ซึ่งอธิบายว่าเป็นมาตรการเพื่อเสริมความปลอดภัยให้บัญชีและกระเป๋าเงินของผู้ใช้
ย้อนไปเมื่อ ‘วันไพเดย์’ 14 มีนาคม ที่ผ่านมา ฟีเจอร์ ‘การย้ายเมนเน็ตครั้งที่ 2’ ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ตามเสียงเรียกร้องของคอมมูนิตี้ที่รอคอยมานาน ฟีเจอร์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อเปิดทางให้ผู้ใช้สามารถโอน ‘ไพคอยน์(PI)’ ไปยังเมนเน็ตได้จริง
ข้อมูลถึงช่วงปลายมีนาคม ระบุว่ามีผู้ใช้มากกว่า 119,000 รายที่ดำเนินการ ‘ย้ายเมนเน็ตครั้งที่ 2’ เสร็จสิ้นแล้ว แต่บรรยากาศในชุมชนยังไม่ดีนัก ผู้ใช้จำนวนมากระบุว่าต้องรอขั้นตอนการย้ายเหรียญมา ‘หลายเดือนจนถึงหลายปี’ และส่วนใหญ่ติดค้างอยู่ที่ขั้นตอน KYC (ยืนยันตัวตน) จนกระบวนการทั้งหมดไม่คืบหน้า
ในช่องทางทางการและโซเชียลมีเดีย ยังมีเสียงบ่นอย่างต่อเนื่องในทำนองว่า “โทเคนยังย้ายไม่ได้เลย” หรือ “ทำครบทุกขั้นตอนแล้วแต่เหรียญยังไม่มาเมนเน็ต” ‘ความคิดเห็น’ มีการมองกันว่า การออกไกด์ใหม่เรื่อง ‘การย้ายเมนเน็ตครั้งที่ 2’ ครั้งนี้ เป็นความพยายามของคอร์ทีมในการลดแรงกดดันจากฐานผู้ใช้ที่เริ่มไม่พอใจมากขึ้นเรื่อยๆ
ด้านราคา ‘ไพคอยน์(PI)’ กลับสวนทางความคาดหวังของชุมชนอย่างชัดเจน หลังประกาศเตรียมลิสต์บนกระดาน ‘คราเคน(Kraken)’ ในช่วงกลางเดือนมีนาคม ราคาเคยดีดขึ้นไปแถว 0.30 ดอลลาร์ (ราว 453 บาท) แต่ทันทีที่เริ่มเปิดเทรดจริง แรงขายก็เทเข้ามาหนาแน่นตามสไตล์ ‘ขายข่าว’ หรือ ‘ข่าวดีคือจังหวะขาย’ ทำให้ราคาหลุดลงมาต่ำกว่า 0.20 ดอลลาร์ (ราว 302 บาท) อย่างรวดเร็ว
จากนั้นราคาขยับในลักษณะ ‘ไซด์เวย์เป็นหลัก’ โดยไม่สามารถสร้างโมเมนตัมฟื้นตัวที่ชัดเจนได้ ช่วง 7 วันที่ผ่านมา ‘ไพคอยน์(PI)’ ปรับตัวลงแล้วราว 8% ในมุมมองระยะสั้น ภายใน 24 ชั่วโมง ราคาเคยร่วงลงไปแถว 0.167 ดอลลาร์ (ราว 252 บาท) ก่อนดีดกลับเล็กน้อย แต่ยังขึ้นมายืนเหนือโซน 0.17 ดอลลาร์ได้อย่างยากลำบาก
อีกหนึ่งแรงกดดันใหญ่คือ ‘ตารางปลดล็อกโทเคน’ ที่กำลังจะมาถึง ข้อมูลคาดการณ์ชี้ว่า ภายใน 1 เดือนข้างหน้า จะมี ‘ไพคอยน์(PI)’ เฉลี่ยราว 8 ล้านเหรียญ ถูกปลดล็อกออกสู่ตลาดในแต่ละวัน และในบางวันอาจมีการ ‘ปล่อยเหรียญ’ มากกว่า 18 ล้านเหรียญในคราวเดียว
ปริมาณโทเคนที่จะถูกปลดล็อกในระดับนี้ ถูกมองว่าอาจกลายเป็นแรงขายระยะสั้น เพิ่ม ‘โอเพ่นซัพพลาย’ เข้าสู่ตลาดอย่างรวดเร็ว และจำกัดโอกาสการรีบาวด์ของราคาในระยะใกล้ ‘ความคิดเห็น’ นักเทรดบางส่วนมองว่าหากไม่มีดีลการใช้งานจริง หรือการเพิ่มสภาพคล่อง (Liquidity) บนตลาดเทรดรายใหญ่เพิ่มเติม การดูดซับแรงขายจากฝั่งปลดล็อกโทเคนอาจเป็นเรื่องยาก
ขณะที่ ‘파이네트워크(Pi Network)’ เดินหน้าขยายฐานผู้ใช้และสร้างระบบนิเวศของตัวเองต่อเนื่อง ทั้งในด้านแอปพลิเคชันและการใช้งานภายในคอมมูนิตี้ แต่ภาพรวมกลับต้องเจอกับโจทย์ใหญ่สองด้านพร้อมกัน คือ ‘ความล่าช้าในการย้ายเมนเน็ต’ และ ‘ราคาเหรียญที่อ่อนตัวต่อเนื่อง’ ซึ่งเริ่มกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ถือเหรียญอย่างเห็นได้ชัด
ในระยะสั้น ตลาดกำลังจับตาว่า ‘파이네트워크(Pi Network)’ จะสามารถพิสูจน์ ‘การใช้งานจริงของไพคอยน์(PI)’ และดึงสภาพคล่องเข้าสู่ตลาดได้มากน้อยแค่ไหน เพราะในสภาวะที่ความเชื่อมั่นสั่นคลอน ‘คำสัญญาทางเทคนิค’ อาจไม่เพียงพอ ต้องมี ‘การใช้งานจริงและการหมุนเวียนของเหรียญในระบบ’ มายืนยันศักยภาพของโปรเจกต์ให้ชัดเจนมากขึ้น
ความคิดเห็น 0